“ถอยออกไปรินรดา อย่าให้อีตาแก่คนนั้นเห็นเธอ”
คีรินกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ข้างใบหูขณะที่มือหนาผลักร่างบางของฉันไปหลบหลังบานตู้ไม้โอ๊คแกะสลักราคาแพง แววตาของเขาที่เคยมองฉันด้วยความกระหายในบทรักยามค่ำคืน บัดนี้เปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีดโกนที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกอย่างที่ขวางหน้า
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของ 'เขา' กำลังย่างสามขุมเข้ามาในห้องสมุด กลิ่นบุหรี่ราคาถูกผสมกับกลิ่นอับชื้นของดินและคาวเลือดโชยแตะจมูก คีรินไม่ได้แสดงความหวาดกลัว เขาเพียงแต่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่มั่นคง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“แกกล้าดีมากนะ ที่กลับมาเปิดประตูให้ฉัน...” เสียงของชายชราดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างมหึมาที่ทาบทับลงบนพื้นห้อง
“คำว่ากล้าหาญมันน้อยไปหน่อยสำหรับผม” คีรินแค่นยิ้ม มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสแล็ค นิ้วเรียวยาวเคาะจังหวะลงบนโลหะเย็นเฉียบ “ผมรอให้คุณก้าวเข้ามาใน 'อาณาเขต' ของผมอยู่ตั้งนาน... คิดถึงรสชาติของความพ่ายแพ้จนนอนไม่หลับเลยใช่ไหมล่ะครับ?”
คีรินเดินเข้าไปหาศัตรูอย่างท้าทาย ราวกับเสือหนุ่มที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อที่แก่ชรา ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนฉันแทบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ของคีรินดูน่าเกรงขามและดึงดูดใจอย่างประหลาด ความดิบเถื่อนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดผู้ดีบัดนี้ได้เผยตัวออกมาอย่างเต็มที่ มันเป็นความเย้ายวนที่อันตราย... ยิ่งอันตรายก็ยิ่งทำให้อะดรีนาลีนในกายฉันพลุ่งพล่าน
“คีริน... ระวังนะ...” ฉันพึมพำในลำคอ หัวใจเต้นรัวแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก
คีรินหันมาสบตาฉันเพียงเสี้ยววินาที สายตานั้นสื่อความหมายลึกซึ้ง... มันไม่ใช่แค่แผนการ แต่มันคือการมอบ 'โอกาส' ให้ฉันได้มีชีวิตรอด เขาไม่ได้เพียงแค่ล่อศัตรูออกมา แต่เขากำลังเล่นเกมเดิมพันด้วยชีวิต
ทันใดนั้น คีรินก็คว้าลำคอของชายชราคนนั้นแล้วเหวี่ยงร่างของอีกฝ่ายกระแทกเข้ากับชั้นหนังสือจนไม้ลั่นเปรี๊ยะ เสียงข้าวของหล่นกระจายไปทั่วห้อง ร่างหนาของคีรินทาบทับลงไป ร่างกายของเขากำยำและเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ปูดโปนภายใต้แสงไฟสลัว เขากำลังใช้ความเร่าร้อนและสัญชาตญาณดิบเข้าสยบศัตรู ความรุนแรงที่เกิดขึ้นดูคล้ายคลึงกับการปลุกเร้าอารมณ์บนเตียง... ราวกับความตายและความใคร่เป็นเหรียญด้านเดียวกัน
“แผนที่วางไว้... ถ้าจะให้สมบูรณ์แบบ มันต้องมีฉากจบที่น่าจดจำ” คีรินคำรามต่ำ ก่อนจะคว้ามีดสั้นที่ซ่อนไว้ขึ้นมาจรดที่ลำคอของอีกฝ่าย “แกคิดว่าแกคุมเกมอยู่คนเดียวงั้นเหรอ? แกมันก็แค่หมากตัวหนึ่งในสวนเร้นลับแห่งนี้เท่านั้น!”
ฉับพลันนั้น ประตูห้องสมุดด้านหลังก็ถูกกระแทกจนเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบพื้นหินดังก้องไปทั่ว ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสสีดำสนิทเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน เธอไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นผู้หญิงที่คีรินเคยพร่ำบอกว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันที่คำสาปเริ่มต้นขึ้น
“ลืมฉันไปแล้วหรือไง... ที่รัก?” เสียงหวานปานน้ำผึ้งอาบยาพิษดังก้องขึ้น
คีรินชะงักไปชั่วครู่ ดาบในมือสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่ศัตรูจะอาศัยจังหวะนี้ดึงปืนออกจากเอวและจ่อเข้าที่ขมับของคีรินโดยตรง! รินรดาเห็นภาพนั้นแล้วแทบขาดใจ เธอไม่ได้ซ่อนตัวอีกต่อไป ก้าวออกมาจากหลังตู้ไม้ด้วยความหวาดหวั่น แต่สิ่งที่เธอมองเห็นกลับไม่ใช่แค่การดวลปืน... หญิงสาวที่ก้าวเข้ามาใหม่กำลังถอดสร้อยคอรูปกุญแจที่คีรินโหยหามาตลอดทั้งชีวิตออกมาแกว่งไปมาอย่างท้าทาย
นี่ไม่ใช่แค่แผนซ้อนแผน แต่มันคือกับดักที่เขากำลังถูกรุมล้อมจากทั้งความหลังและความตายที่พุ่งเข้าใส่พร้อมๆ กัน และวินาทีที่กระบอกปืนนั่นลั่นไก... เสียงปืนกลับถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะเยือกเย็นของหญิงสาวปริศนาคนนั้น ที่กระซิบข้างหูคีรินว่า “คุกกี้ที่แกกินไปเมื่อเย็น... รสชาติเป็นยังไงบ้างล่ะ?”
รสรินกลิ่นกำมะหยี่หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์และเล่ห์เหลี่ยมของตัวละครนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมากับรินรดานะคะ
พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 39
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!