พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 44

ปีศาจในตัวตน

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
“เจ้าไม่มีสิทธิ์แตะต้องนาง... ออกไปจากร่างของข้า!” คีรินคำรามออกมาจากลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นสะท้านราวกับสัตว์ป่าที่กำลังถูกโซ่ตรวนแห่งคำสาปพันธนาการจนเลือดกบปาก มือหนาที่เคยกรีดกรายอย่างสง่างามบัดนี้สั่นเทาขณะพยายามปัดป้องอากาศว่างเปล่า ร่างของเขาทรุดฮวบลงกับพื้นหินอ่อนเย็นเยียบ ทว่าดวงตาคมกริบสีนิลสนิทกลับเปลี่ยนแปรเป็นสีแดงก่ำดั่งเลือดท่ามกลางแสงสลัวในห้องโถงกลางคฤหาสน์ รินรดาตัวแข็งทื่อ ความเย็นวาบแล่นปราดจากปลายนิ้วขึ้นสู่หัวใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงตะวันในความมืดมิดของเธอ บัดนี้กลับดูราวกับคนสติแตก เขากำลังต่อสู้กับสิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็น แรงอาฆาตจากอดีตที่ฝังรากลึกอยู่ในผนังคฤหาสน์กำลังกัดกินจิตวิญญาณของเขา “คีริน! ฟังฉันนะ... ตั้งสติ!” รินรดาปรี่เข้าไปคว้าไหล่กว้างที่สั่นระริกไว้แน่น ฝ่ามือเล็กสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนดั่งไฟป่าของผิวเนื้อที่อยู่ใต้เสื้อเชิ้ตราคาแพง ทันใดนั้น คีรินตวัดสายตากลับมามองเธอ แววตาที่เคยฉายแววห่วงใยเหลือเพียงความกระหายที่ดิบเถื่อน มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นจนรินรดาเผลออุทานด้วยความเจ็บ แรงบีบนั้นหนักหน่วง ทรงพลัง และเปี่ยมไปด้วยความต้องการที่ไร้เหตุผล “เจ้าคือส่วนแบ่งของข้า...” เสียงของคีรินเปลี่ยนไป มันไม่ใช่เสียงของชายหนุ่มที่เธอรู้จัก แต่มันมีความแหลมคมและเย้ายวนเหมือนเสียงปีศาจที่ถูกขังมานาน “กลิ่นของเจ้า... ช่างหวานหอมเหลือเกิน รินรดา กลิ่นที่เตือนให้ข้าจำได้ว่า ความปรารถนาที่แท้จริงของตระกูลเราคืออะไร” “คุณพูดอะไร... คีริน นี่ฉันเอง รินรดา!” เขากระชากเธอเข้าหาตัวด้วยแรงทั้งหมดที่มี ร่างบอบบางปะทะเข้ากับแผงอกกว้างที่เต้นรัวดั่งกลองรบ กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาผสมกับกลิ่นคาวเลือดที่โชยออกมาจากลมหายใจของเขาทำให้เธอมึนงง คีรินกดจมูกโด่งลงกับซอกคอขาวเนียนของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนขนอ่อนลุกชัน เขากัดเม้มลงบนผิวเนื้อแผ่วเบา ก่อนจะออกแรงขบเน้นจนเธอต้องแหงนหน้าหลับตาปีด้วยความรู้สึกที่กึ่งกลางระหว่างความเจ็บปวดและวาบหวามที่ไม่อาจต้านทาน “ปีศาจไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์หลังนี้หรอกนะรินรดา...” เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ชิดใบหู “มันอยู่ในตัวข้า... และข้าไม่คิดจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะเปิดประตูบานนั้นแล้ว” เขากวาดแขนโอบอุ้มร่างบางขึ้นในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ก่อนจะก้าวเดินไปที่ห้องนอนส่วนตัวของเขาอย่างรวดเร็ว ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยอำนาจและแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบกายดูจะเบาบางลง รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจจะขาดห้วง เมื่อเขาเตะประตูห้องเปิดออกและเหวี่ยงเธอลงบนเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าไหมสีเข้ม คีรินทาบทับลงมาทันที ร่างกายของเขาร้อนผ่าวจนดูเหมือนจะหลอมละลายทุกอย่างที่สัมผัส มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างรวดเร็วโดยไม่รอคำอนุญาต ผิวพรรณเนียนละเอียดผุดผาดปรากฏแก่สายตาของปีศาจที่กำลังสูญเสียการควบคุม นัยน์ตาสีแดงก่ำของเขาสำรวจทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างเธอด้วยความหิวกระหาย “สวยงาม...” เขาพึมพำ ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ไปทั่วทรวงอกอิ่ม มือหนาเลื่อนลงไปลูบไล้สะโพกมนแล้วบีบเค้นจนเกิดรอยแดง รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อตไปทั่วร่าง ความหวาดกลัวเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยไฟปรารถนาที่คีรินเป็นผู้จุดขึ้นมาด้วยความชำนาญ เธอตอบสนองด้วยการสอดนิ้วเข้าไปในกลุ่มผมหนานุ่มของเขา รั้งให้ใบหน้าคมคายนั้นเงยขึ้นมาสบตากับเธอ “ถ้าคุณคิดจะเอาชนะปีศาจในตัวคุณ... ก็จงทำเดี๋ยวนี้ คีริน” รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอกล้าหาญและสั่นเครือ “แสดงให้ฉันเห็นว่าคุณยังเป็นคีริน... ไม่ใช่สิ่งอื่น” คำท้าทายนั้นดูเหมือนจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี คีรินคำรามในลำคออีกครั้งก่อนจะประทับริมฝีปากลงมาอย่างดุดัน รสจูบนั้นเร่าร้อนราวกับจะสูบเอาวิญญาณของเธอไปครอง เขาแทรกกายเข้าหากลางกายสาวอย่างหนักหน่วงและเด็ดขาด ความคับแน่นและการประสานกายในจังหวะแรกทำเอาทั้งคู่ต้องชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกก่อนจะประสานเข้าหากันในจังหวะที่โหมกระหน่ำเหมือนพายุที่ไม่มีวันสงบ ห้องทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความกำหนัดและหยาดเหงื่อ เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องท่ามกลางความเงียบงันของคฤหาสน์ คีรินปลดปล่อยความโกรธแค้น ความกลัว และความปรารถนาทั้งหมดลงบนตัวเธอ ทุกสัมผัสคือการช่วงชิง และทุกแรงกระแทกคือการยืนยันถึงตัวตนที่เขากำลังต่อสู้เพื่อรักษาไว้ รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสที่รุนแรงนั้นด้วยความเต็มใจ เธอรู้สึกถึงความเป็นชายที่ขยายตัวอยู่ภายในตัวเธออย่างหนักแน่น ความสุขสมแล่นริ้วขึ้นสู่สมองจนพร่าเลือน เธอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขา ปล่อยให้ความเร่าร้อนนี้ลบเลือนความทรงจำเกี่ยวกับอดีตและคำสาปไปชั่วขณะ เมื่อบทรักดำเนินมาถึงจุดสูงสุด คีรินกอดรัดร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไป เขากระซิบคำที่ฟังดูเหมือนคำสาปแช่งและคำสารภาพรักในเวลาเดียวกัน “รินรดา... ข้าแพ้แล้ว... ข้าแพ้ให้กับเจ้าอย่างราบคาบ” ทว่า ในขณะที่พายุแห่งความปรารถนากำลังเริ่มคลี่คลาย เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าห้องนอน... ฝีเท้าที่ไม่ควรจะมีอยู่จริงในคฤหาสน์หลังนี้ เพราะมันเป็นจังหวะการเดินของคนที่ตายไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน ปัง! บานประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างในชุดขาวซีดจางที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ทั้งคีรินและรินรดาต่างเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่ถอดแบบมาจากรินรดาไม่มีผิดเพี้ยนยืนยันการกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่ควรจะเป็นของเธอ รสรินกลิ่นกำมะหยี่หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%