กลิ่นอับชื้นของดินและไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากพื้นหินขัด คือสิ่งแรกที่รินรดาสัมผัสได้เมื่อสติเริ่มกลับคืนมา ความมืดมิดในคุกใต้ดินแห่งนี้ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความเงียบงันที่กดทับลงบนโสตประสาท เธอพยายามขยับข้อมือ แต่สัมผัสเย็นเยียบของโซ่ตรวนที่ล่ามกับผนังหินก็รั้งเธอไว้
“ตื่นแล้วหรือ... นกน้อยที่พยายามจะบินหนีออกจากกรงทองของฉัน”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังมาจากเงามืด คีรินก้าวออกมาจากมุมมืด แสงไฟจากคบเพลิงที่ติดอยู่บนผนังสะท้อนให้เห็นแววตาที่ยากจะคาดเดา เขาดูเยือกเย็น แต่ในขณะเดียวกันก็มีกระแสความปรารถนาที่ซ่อนเร้นจนน่ากลัว
“คุณทำแบบนี้ทำไมคะ คีริน? สิ่งที่คุณพยายามปิดบังไว้... มันคืออะไรกันแน่!” รินรดาตะโกนถาม แม้เสียงของเธอจะสั่นเครือแต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
คีรินไม่ตอบ เขาเดินเข้ามาใกล้จนชิดร่างบาง ความร้อนจากกายของเขาปะทะกับผิวเย็นเฉียบของเธอ เขาไล้นิ้วเรียวยาวไปตามกรอบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้รินรดาแทบลืมหายใจ
“สิ่งที่ฉันปิดบังน่ะหรือ? มันไม่ใช่แค่ความลับของตระกูล แต่มันคือตัวตนของฉัน... และของเธอด้วย รินรดา”
เขาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ที่ซอกคอ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นดินและความดิบเถื่อนทำให้รินรดาสั่นสะท้าน เธอพยายามขัดขืนแต่เขากลับรวบตัวเธอไว้ด้วยอ้อมกอดที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก
“อย่าหนีฉันไปไหนอีกเลย...” เขาพึมพำ ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนซอกคอระหง ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงจางๆ ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย รินรดารู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกด ความโกรธแค้นในใจค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นแรงปรารถนาที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้
คีรินเลื่อนมือลงไปสัมผัสกับสาบเสื้อที่หลุดลุ่ยของเธอ ปลายนิ้วของเขาซุกซนและเร่าร้อน แตะต้องส่วนอ่อนไหวผ่านเนื้อผ้าบางเบา รินรดาหลุดเสียงครางหวานหูออกมาโดยไม่ตั้งใจ การกระทำของเขาไม่ใช่ความรุนแรง แต่เป็นการสำรวจและครอบครองอย่างจงใจ มือหนาเลื่อนขึ้นมาเชยคางเธอให้สบตากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งราคะ
“ถ้าเธออยากรู้ความจริง... เธอก็ต้องแลกด้วยสิ่งนี้” เขาจูบเธออย่างดุดัน รสสัมผัสที่แลกเปลี่ยนกันนั้นเต็มไปด้วยความโหยหาและซ่อนเร้นด้วยความเจ็บปวด ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กอย่างเร่าร้อน มือของเขาเลื่อนไปปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกทีละชิ้นจนร่างเปลือยเปล่าสัมผัสกับความเย็นของผนังหินและไออุ่นจากกายหนา
ทุกสัมผัสของคีรินดั่งเข็มพิษที่ทำลายเกราะป้องกันของเธอลงจนหมดสิ้น เขาไม่ได้แค่ต้องการร่างกาย แต่เขากำลังดูดกลืนวิญญาณของเธอเข้าไปสู่ความมืดมิดที่เขาเป็นเจ้าของ รินรดาตอบรับความรุ่มร้อนนั้นด้วยการโอบกอดเขาไว้แน่น แม้จะรู้ว่าพันธะนี้อาจหมายถึงชีวิต แต่เธอก็ไม่อาจหยุดยั้งหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบได้
เมื่อความสัมพันธ์ลึกซึ้งถึงขีดสุด เสียงครางกระเส่าดังก้องไปทั่วคุกใต้ดิน ผสมกับเสียงโซ่ตรวนที่กระทบกับผนังหินเป็นจังหวะแห่งราคะ คีรินไม่ได้อ่อนโยน แต่เขากลับถนอมเธอไว้ในแบบที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเป็นสมบัติล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวของเขา
ทว่า... ท่ามกลางความสุขสมนั้น คีรินกลับหยุดกึก ดวงตาของเขาเปลี่ยนไป เขาผละออกจากเธอแล้วหยิบกุญแจดอกหนึ่งขึ้นมาไขผนังหินแผ่นหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังเงามืด
กลไกประตูลับเปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง... รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภาพของโลงแก้วตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องลับนั้น และในโลงแก้วนั้น... คือร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีใบหน้าเหมือนกับเธอราวกับพิมพ์เดียวกัน!
คีรินหันมามองเธอด้วยสายตาที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "ตอนนี้เธอคงเข้าใจแล้วสินะ ว่าทำไมฉันถึงไม่มีวันปล่อยเธอไป... เพราะเธอไม่ใช่แค่คนรัก แต่นางคือภาชนะที่วิญญาณของเธอจะต้องกลับไปอยู่ตั้งแต่วันนี้"
รินรดาหน้าซีดเผือดขณะที่ประตูโลงแก้วเริ่มเลื่อนเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังออกมาจากความว่างเปล่าราวกับกำลังเรียกชื่อของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านบททดสอบแห่งอารมณ์มาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ
พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 49
คุกใต้ดินแห่งความจำ
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!