พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 18

ค่ำคืนที่ไม่มีวันจบ

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
“ปล่อยฉันนะคะ... คีริน คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้!” เสียงของรินรดาขาดห้วงไปทันทีเมื่อฝ่ามือหนาของชายหนุ่มบีบเข้าที่คางมนอย่างแรง ไม่ใช่เพื่อทำร้าย แต่เพื่อบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากนัยน์ตาสีรัตติกาลที่กำลังลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่ไม่เคยถูกดับสนิท คฤหาสน์หลังนี้กักขังความลับไว้มากมาย แต่ในวินาทีนี้... กรงขังที่แน่นหนาที่สุดกลับเป็นวงแขนแข็งแรงที่รวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้จนชิดแผ่นอกกว้าง “สิทธิ์งั้นหรือ?” คีรินกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม กลิ่นอายของน้ำหอมบุรุษผสมกับกลิ่นควันจางๆ จากเตาผิงทำให้สติของหญิงสาวพร่าเลือน “ในเมื่อเธอก้าวเข้ามาในสวนเร้นลับนี้ด้วยตัวเอง แล้วยังจะเพรียกหา ‘สิทธิ์’ จากปีศาจอย่างฉันอีกหรือรินรดา?” เขากระชากเธอเข้ามาแนบชิดจนรินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงไม่ต่างจากกลองศึกของเขา ร่างบางสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงดึงดูดประหลาดที่เขาสร้างขึ้นราวกับหยดน้ำผึ้งที่อาบยาพิษ “คุณมันก็แค่คนเห็นแก่ตัว...” เธอกลั้นใจพูด ประโยคที่ควรจะดูเข้มแข็งกลับแผ่วเบาและสั่นไหว “ใช่... ฉันมันเห็นแก่ตัว และฉันก็อยากได้สิ่งที่ฉันควรจะได้มานานแสนนาน” คีรินไม่รอคำตอบ เขาประทับริมฝีปากลงมาอย่างดุดัน รสสัมผัสที่เริ่มด้วยความเกรี้ยวกราดค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่ลึกซึ้งและกระหายหิว มือหนาเลื่อนลงไปตามแนวสันหลัง สัมผัสถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากผิวหนังบางเบา รินรดาพยายามยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างทว่ากลับเป็นเธอที่เผลอขยำเสื้อเชิ้ตของเขาจนยับยู่ยี่ด้วยความเผลอไผล ภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระเส่าและเสียงเสียดสีของเนื้อผ้า ความเร่าร้อนทวีคูณขึ้นเมื่อลิ้นร้อนชื้นหยอกเย้าอย่างจาบจ้วง ราวกับเขากำลังจะสูบเอาวิญญาณของเธอเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคำสาปที่เขาน้อมรับไว้ “มองตาฉัน...” คีรินผละออกเพียงเล็กน้อย ให้หน้าผากชิดกัน “บอกฉันสิว่าเธอไม่ต้องการ... บอกมาคำเดียว แล้วฉันจะปล่อยเธอไปทันที” ดวงตากลมโตสั่นระริก เธอเห็นตัวเองในดวงตาของเขา... เห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่แข็งกร้าว รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความจริงในใจเธอกรีดร้องว่านี่คือความผิดพลาด แต่ร่างกายของเธอกลับโกหกไม่เป็น “คุณมันใจร้าย...” เธอสะอื้นเบาๆ ก่อนจะโน้มคอเขาลงมาเพื่อปิดกั้นเสียงร้องของหัวใจตัวเองด้วยสัมผัสที่ตอบสนองอย่างรุนแรง จากบทสนทนาที่เชือดเฉือนกลายเป็นจังหวะรักที่เร่งเร้า คีรินอุ้มร่างบางขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะพาเธอไปยังเก้าอี้หนังตัวใหญ่หน้าเตาผิง แสงสีส้มสลัวจากเปลวไฟขับเน้นให้ผิวพรรณของเธอขาวนวลราวกระเบื้องเคลือบ เขาถอดเสื้อผ้าออกอย่างใจเย็นและเชื่องช้า ทุกตารางนิ้วที่สัมผัสถูกเน้นย้ำด้วยความหลงใหลที่เก็บกดมานานหลายชั่วอายุคน ราวกับว่านี่ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ทางกาย แต่มันคือการแลกเปลี่ยนพันธะสัญญาที่ไม่มีวันหวนคืน ความลุ่มลึกของอารมณ์พุ่งทะยานผ่านความเจ็บปวดและสุขสมที่โถมเข้าใส่กันราวกับพายุ คีรินไม่ได้เพียงแค่ครอบครองร่างกาย แต่เขากำลังสำรวจทุกรอยแผลในใจของรินรดาด้วยความละเมียดละไมที่ขัดกับความรุนแรงในตอนแรก “จดจำไว้นะรินรดา...” เขาคำรามในลำคอขณะโอบกอดเธอไว้แน่น “ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เธอคือสมบัติเพียงชิ้นเดียวในสวนของฉัน... และฉันไม่มีวันยอมให้ใครมาพรากเธอไป” ขณะที่ความสัมพันธ์กำลังมาถึงจุดแตกหักทางอารมณ์ที่รุนแรงที่สุด เสียงเคาะประตูไม้โอ๊กบานใหญ่ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ และก่อนที่คีรินจะทันได้เอ่ยปากด่าทอผู้มาเยือน บานประตูก็ถูกเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาในชุดสีดำสนิทที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู นั่นไม่ใช่แม่บ้าน หรือคนรับใช้คนใดในคฤหาสน์... แต่เป็นชายชราที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับคีรินอย่างน่าประหลาด พร้อมกับถือจดหมายปิดผนึกด้วยครั่งสีเลือดในมือ เขาแค่นยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนทั้งห้องต้องหยุดชะงัก “ได้เวลาชดใช้หนี้ที่บรรพบุรุษทำไว้แล้ว คีริน... และเธอ รินรดา... ความลับของครอบครัวที่เธอตามหา มันไม่ได้อยู่ในห้องนี้ แต่มันอยู่ในเลือดยางที่ไหลเวียนในตัวของเธอเอง” รสรินกลิ่นกำมะหยี่หวังว่านักอ่านทุกท่านจะยังคงประทับใจและร่วมลุ้นไปกับปมปริศนาที่เริ่มเผยตัวออกมาในบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%