โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องผนึกหินผาราวกับดอกอิงฮวาที่กำลังร่วงโรยในพายุหิมะ
"ไม่—!"
เสียงคำรามของมู่หรงเฉินยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงสำนึก ทว่าในวินาทีเป็นตายนั้น ไป๋ลี่ว์เซียนมิได้ปล่อยให้เวลาสูญเปล่าแม้แต่ลมหายใจเดียว นางสะบัดแขนเสื้อกว้าง แพรพรรณสีขาวบริสุทธิ์พลแปรเปลี่ยนเป็นสายธารกระบี่นับหมื่นสาย พุ่งเข้าขวางกั้นคมดาบเพลิงโลกันตร์ของสำนักเทียนอี้ที่ไล่ล่ามาติดๆ แรงปะทะสะท้านสะเทือนถึงจิตวิญญาณ จนกระอักโลหิตคำโตออกมาพร้อมกันทั้งคู่
เบื้องหน้าของพวกเขายามนี้ คือ "หุบเขาอเวจีบรรพกาล" ดินแดนลับแลที่ถูกผนึกไว้ด้วยค่ายกลมารโบราณ หมอกสีม่วงเข้มปกคลุมหนาทึบจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว
"จับมือข้าไว้ หลิวเซียน..."
สุริยะและจันทราในร่างของมู่หรงเฉินสั่นสะเทือน เคล็ดวิชาหลอมกายเทวะบรรพกาลในร่างของเขากำลังตีกลับอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อและเส้นชีพจรทั่วร่างปูดโปนราวกับจะฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ ความเจ็บปวดจากการฝืนดึงพลังปราณขั้นบรรพกาลเมื่อครู่ ทำให้เขายืนแทบไม่ไหว ทว่ามือที่เอื้อมมาคว้าข้อมือนางกลับมั่นคงดุจคีมเหล็ก ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ
ไป๋ลี่ว์เซียนมิได้เอ่ยคำใด นางเพียงใช้มืออีกข้างประคองแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและโลหิต สัมผัสได้ถึงไอความร้อนระอุที่แผดเผาจากภายในร่างของเขา ดวงตาคู่คมดุจหงส์ทอประกายเด็ดเดี่ยว นางยอมสละพลังตบะครึ่งหนึ่งเพื่อกดผนึกพิษมารที่กำลังลุกลามเข้าสู่หัวใจของเขา แม้จะต้องแลกด้วยการสูญเสียวิชาเซียนนับร้อยปี นางก็หาได้ใส่ใจไม่
"ตาแก่จิ้งจอกพวกนั้นตามมาติดๆ แล้วค่ะ..." เสียงหวานเอ่ยกระซิบชิดริมหูของเขา ลมหายใจของนางเริ่มติดขัดเนื่องจากพลังปราณสูญเสียไปมากจากการเปิดม่านพลังของดินแดนลับ
ทั้งคู่พุ่งทะยานฝ่าม่านหมอกสีม่วงเข้าสู่เขตแดนต้องห้าม ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นดินเบื้องล่าง แรงกดดันมหาศาลจากยุคบรรพกาลก็กดทับลงมาบนบ่าราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดจนน่ากลัว ไม่มีเสียงนกร้อง ไม่มีสายลมพัดผ่าน มีเพียงกลิ่นอายของสมบัติเซียนโบราณและกลิ่นอายความตายที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
"ที่นี่... คือเขตหวงห้ามที่แท้จริง" มู่หรงเฉินกวาดสายตามองไปเบื้องหน้า
เบื้องลึกของดินแดนลับแห่งนี้ปรากฏภาพซากอารักขาโบราณขนาดมหึมา โครงกระดูกของสัตว์อสูรบรรพกาลชิ้นใหญ่เท่าภูเขากระจัดกระจายอยู่ตามหุบเหว ใจกลางสุดของดินแดนมีต้นไม้สวรรค์ต้นหนึ่งยืนต้นตระหง่าน ใบของมันเปล่งแสงสีทองเรืองรอง ขับไล่หมอกมารให้ออกห่าง ทว่ารอบๆ ต้นไม้สวรรค์กลับถูกห้อมล้อมด้วยอักขระเวทสีดำทมิฬที่หมุนวนราวกับปากอสูร พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งที่ย่างกรายเข้าไป
"สมบัติเซียนที่ท่านตามหาเพื่อรักษาร่างกาย... ผลวิญญาณบรรพกาล อยู่ที่นั่นค่ะ" ไป๋ลี่ว์เซียนชี้ไปยังผลไม้สีทองอร่ามที่ห้อยอยู่บนกิ่งก้านสูงสุดของต้นไม้สวรรค์
ทว่า การจะไปถึงจุดนั้น มิใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย
เบื้องหน้าของพวกเขาคือ "สะพานกระดูกมาร" สะพานหินผาดแคบๆ ที่ทอดยาวข้ามห้วงเหวไร้ก้นบึ้ง บนสะพานเต็มไปด้วยค่ายกลกระบี่สังหารที่ยังคงทำงานอยู่ แม้เวลาจะผ่านไปนับหมื่นปีแล้วก็ตาม คมกระบี่ที่ซ่อนอยู่ในอากาศกรีดร้องหวีดหวิว ราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับล้านที่ถูกจองจำ
มู่หรงเฉินกุมกระบี่เทวะในมือแน่น แววตาของมหาเทพผู้ทรนงฉายแววดุดันขึ้นมาอีกครั้ง เขาหันมามองสตรีข้างกายที่ใบซีดเซียวลงทุกที ความรู้สึกผิดและแรงปรารถนาที่จะปกป้องนางหลอมรวมเป็นพลังปราณสายใหม่ที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม
"หลิวเซียน เจ้าจงก้าวตามรอยเท้าข้าทีละก้าว อย่าหันหลังกลับเป็นอันขาด"
"แล้วท่านล่ะคะ..." นางขมวดคิ้วเรียวสวยอย่างไม่เห็นด้วย เมื่อเห็นเส้นเลือดสีดำที่ข้างขมับของเขาลามขึ้นมาถึงใบหน้าแล้ว
"ข้าบอกแล้วว่า... ต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย ข้าก็จะไม่ยอมให้ใครแตะต้องเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว"
สิ้นคำ มู่หรงเฉินก็ทะยานร่างนำหน้าไปก่อน ร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสของเขาแผ่ไอสังหารน่าสะพรึงกลัวออกมาเพื่อกดดันค่ายกลกระบี่เบื้องหน้า กระบี่ในมือสะบัดออกเป็นวงกว้าง ปะทะกับคลื่นกระบี่มารที่พุ่งสวนเข้ามาอย่างดุเดือด เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟสว่างวาบท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาอเวจี
การก้าวเดินแต่ละก้าวบนสะพานกระดูกมารเปรียบเสมือนการเดินอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตาย เลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปากของมู่หรงเฉินหยดลงสู่ห้วงเหวเบื้องล่างทีละหยด ราวกับเสียงนับถอยหลังของชีวิต
ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังจะข้ามพ้นครึ่งทางของสะพาน เสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานก็ดังสะท้อนมาจากหมอกหนาทึบเบื้องหลัง ราวกับมาจากขุมนรกโลกันตร์
*“ฮ่าๆๆ... มู่หรงเฉิน คิดหรือว่าเจ้าจะหนีพ้นเงื้อมมือของสำนักเทียนอี้ไปได้?”*
เงาร่างสีดำสนิทนับสิบร่างปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าสะพานกระดูกมาร ผู้นำทางคือเงาร่างในชุดคลุมสีเทา ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกหน้ากากกระดูกอสูรปิดบังไว้ แววตาสีขาวขุ่นไร้แววตาคู่นั้นจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างเย้ยหยัน—มันคือเจ้าสำนักเทียนอี้ ผู้ที่เคยหักหลังและควักหัวใจเซียนของเขาในอดีตชาติ!
และสิ่งที่ทำให้หัวใจของไป๋ลี่ว์เซียนหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม คือในมือของศัตรูตัวฉกาจผู้นั้น กำลังถือศิลาผนึกวิญญาณ ที่ภายในกักขังดวงจิตของ...
"ท่านอาจารย์!" นางอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันยาวนานนี้ไปกับอักษรทุกตัวของหลิวเยี่ยนซีนะคะ
ปรมาจารย์กระบี่ซ่อนคมรัก•ตอนที่ 22
ดินแดนลับแห่งบรรพกาล
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรมาจารย์กระบี่ซ่อนคมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!