โลหิตสีชาดหยดลงกระทบพื้นหินศิลาอัคคีทีละหยด... ติ๋ง... ติ๋ง... เสียงนั้นก้องกังวานบาดลึกในความเงียบงันราวกับเสียงนับถอยหลังของลมหายใจ
มู่หรงเฉินคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ปลายกระบี่เทวะในมือขวาปักค้ำยันร่างที่สั่นเทาของตนไว้ ร่างกายของมหาเทพกระบี่ผู้เคยทระนงองอาจ บัดนี้เต็มไปด้วยรอยแผลเหวอะหวะที่เกิดจากการระเบิดของค่ายกลมารโลหิต พลังปราณบรรพกาลในร่างปั่นป่วนราวกับคลั่ง ไหลย้อนกลับจนเส้นชีพจรทั่วร่างแทบฉีกขาดเป็นจุล ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับไม่ได้มองบาดแผลของตนเองเลยแม้แต่น้อย
สายตาของเขาจับจ้องไปยังร่างบอบบางที่ทรุดลงเบื้องหน้า... ไป๋ลี่ว์เซียน
นางเซียนผู้สูงส่ง เย็นชาต่อโลกหล้า และไม่เคยแยแสผู้ใด บัดนี้อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์กลับถูกย้อมด้วยโลหิตสีแดงฉานจนน่ากลัว แผ่นหลังของนางมีรอยแผลลึกที่เกิดจากการเอาตัวเข้ามารับกระบี่มารโลหิตแทนเขาในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายเมื่อครู่ ประกายแสงเซียนรอบตัวนางดับวูบลง ลมหายใจแผ่วเบาราวกับผีเสื้อใกล้หมดอายุขัย
"เหตุใด... เจ้าจึงโง่เขลาถึงเพียงนี้" เสียงของมู่หรงเฉินแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่สตรีใดในสามภพไม่เคยได้ยินมาก่อน
ไป๋ลี่ว์เซียนแย้มยิ้ม ทั้งที่ริมฝีปากยังมีคราบเลือดสีชาดไหลริน รอยยิ้มนั้นงดงามราวกับดอกเหมยท่ามกลางเหมันต์ฤดู แต่มันกลับบีบคั้นหัวใจคนมองจนแทบแตกสลาย นางยกมือเรียวอันเย็นเฉียบขึ้นสัมผัสแก้มสากระคายของเขาแผ่วเบา
"หากท่านดับสูญ... โลกหล้าจะมีค่าอันใดให้ปกป้องอีกเล่า... เฉินหลาง..."
คำว่า 'เฉินหลาง' หลุดออกมาจากริมฝีปากของนาง พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นผสมกับหยดเลือด เป็นครั้งแรกที่นางเซียนผู้เย็นชาแสดงความอ่อนแอออกมา และเป็นครั้งแรกที่หัวใจของมหาเทพผู้แข็งแกร่งแหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายและการสูญเสียนั้นเอง ร่างของสตรีผู้ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเมื่อครู่ก็เคลื่อนกายเข้ามาใกล้ นางสวมหน้ากากเงินปกปิดใบหน้าครึ่งบน ทว่าแววตาที่มองตรงมายังมู่หรงเฉินและไป๋ลี่ว์เซียนกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งเจ็บปวด โหยหา และ... เกลียดชัง
"มู่หรงเฉิน... เจ้ายังคงจำอดีตชาติอันเน่าเฟะของตนเองได้หรือไม่?" น้ำเสียงของสตรีใต้หน้ากากเงินเยียบเย็นและสั่นระริก นางก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าของมหาเทพกระบี่ รัศมีพลังปราณระดับเซียนบรรพกาลที่แผ่ออกมาจากร่างนางกดทับจนอากาศรอบกายแทบแข็งตัว
มู่หรงเฉินเงยหน้าขึ้นสบตาคู่รัญจวนแต่น่าหวาดหวั่นนั้น หัวใจของเขาเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความทรงจำนับพันปีที่ถูกผนึกไว้ในห้วงลึกเริ่มสั่นคลอน เงาร่างในอดีตที่เขาเคยติดค้างหนี้ชีวิตและหนี้หัวใจ นางคือคนเดียว คนเดียวที่เขาคิดว่าได้สูญหายไปในทัณฑ์สวรรค์เมื่อชาติภพก่อน
"หลาน... หรือว่าเจ้าคือ..." มู่หรงเฉินเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
ทว่า ก่อนที่ความลับในอดีตจะถูกเปิดเผย เสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานมาจากความมืดเบื้องหลังรอยแยกมิติ เจ้าสำนักเทียนอี้ที่คิดว่าสลายร่างไปแล้ว กลับปรากฏกายขึ้นอีกครั้งในสภาพกึ่งผีดิบกึ่งเซียน ดวงตาที่บอดสนิททั้งสองข้างหลั่งเลือดสีดำสนิท เขายกยิ้มมุมปากอย่างน่าสะพรึงกลัว
"ฮ่าๆๆๆ มู่หรงเฉิน! เจ้าคิดว่าชนะแล้วอย่างนั้นหรือ? สงครามแย่งชิงบัลลังก์เซียนเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก! และวันนี้... ข้าจะส่งสตรีผู้เป็นที่รักยิ่งของพวกเจ้าทั้งสองคน ลงไปสู่ขุมนรกโลกันตร์พร้อมกัน!"
สิ้นเสียงคำราม เจ้าสำนักเทียนอี้ระเบิดพลังปราณขั้นสุดท้าย พุ่งเข้าใส่ร่างของไป๋ลี่ว์เซียนที่ไร้เรี่ยวแรงจะต่อสู้โดยไม่ทันตั้งตัว!
"ไม่—!" มู่หรงเฉินคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บ พลังปราณบรรพกาลในร่างที่กำลังจะแตกสลายถูกกระชากกลับมาใช้จนหมดสิ้น เขารวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้าย ชักกระบี่เทวะออกจากฝัก ทว่าความเจ็บปวดจากบาดแผลฉกรรจ์กลับทำให้กระบวนท่าช้าลงไปชั่วพริบตาเดียว...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันร้าวรานนี้ด้วยกันนะคะ หลิวเยี่ยนซีซาบซึ้งใจยิ่งนักค่ะ
ปรมาจารย์กระบี่ซ่อนคมรัก•ตอนที่ 21
รอยแผลแห่งสงคราม
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรมาจารย์กระบี่ซ่อนคมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!