ปรมาจารย์กระบี่ซ่อนคมรัก•ตอนที่ 11

การประลองคัดเลือกศิษย์เอก

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"หากเจ้ากล้าก้าวขึ้นมาบนลานประลองนี้อีกครึ่งก้าว เกรงว่ากระบี่ในมือข้าคงไม่อาจควบคุมจิตสังหารได้อีกต่อไปแล้วนะคะ" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดูของไป๋ลี่ว์เซียนดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันดั่งป่าช้าของลานประลองสำนักเทียนอี้ สายลมยุทธ์พัดโชยนำพาเอาคาวเลือดและกลิ่นอายอัสนีบาตจางๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าขอบเขตค่ายกลสวรรค์ นางมิได้แม้แต่จะชายตามองคู่ต่อสู้ที่นอนกระอักเลือดอยู่แทบเท้า ทว่าจิตกดดันระดับมหาเซียนที่แผ่ออกมาจากร่าง กลับทำให้ผู้อาวุโสหลายคนที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ฝั่งประธานถึงกับต้องขยับตัวด้วยความอึดอัด นี่คือการประลองคัดเลือกศิษย์เอกประจำรอบตัดสิน—มหกรรมที่ทั่วทั้งยุทธภพต่างเฝ้ารอคอย ทว่า บรรยากาศอันตึงเครียดนี้กลับถูกฉีกกระชากให้ขาดวิ่นลงในเสี้ยววินาที เมื่อแรงกดดันจากฟ้าดินแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาทมิฬอย่างไร้สาเหตุ เปลวเพลิงสีครามกลุ่มหนึ่งลุกโชนขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ต้นตอ เสียงหัวเราะต่ำทุบที่แฝงไปด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่งดังก้องกังวานเสียดแก้วหูของผู้คนนับพัน "ฮ่าๆๆ... สำนักเทียนอี้ผู้ผดุงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ ถึงกับต้องใช้นารีมาขวางทางผู้กล้าตั้งแต่เมื่อใดกัน?" น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจมืดอันน่าสะพรึงกลัว ม่านพลังป้องกันของสำนักเทียนอี้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับกระจกที่กำลังจะแตกละเอียด ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสพลมืดครึ้มลงในพริบตา เมฆฝนสีนิลม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นเหนือลานประลอง พร้อมกับสายฟ้าสีเลือดที่แลบแปลบปลาดยามเมื่อร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏตัวขึ้น ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดผวา มู่หรงเฉินก้าวเท้าลงมาบนพื้นศิลาของลานประลองทีละก้าว... ทุกย่างก้าวที่เขาสกิดลงไป พื้นศิลาแกร่งนับร้อยปีกลับปริร้าวแตกสลายเป็นผุยผง รังสีอำมหิตสีดำทมิฬแผ่พุ่งออกมาจากร่างของเขา ราวกับภูตผีปีศาจจากขุมนรกภูมิที่ลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อทวงคืนหนี้โลหิต ดวงตาคมกริบคู่นั้นเย็นชาไร้ก้นบึ้ง ราวกับไม่เห็นชีวิตของผู้คนในยุทธภพอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย เจ้าสำนักเทียนอี้ ผู้อาวุโสตาบอดผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์ประธาน ถึงกับต้องกำราวไม้เท้าในมือแน่นจนข้อต่อขาวซีด ใบหน้าเหี่ยวย่นฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด แม้ดวงตาคู่นั้นจะมองไม่เห็นสิ่งใดในโลกหล้า ทว่าสัญชาตญาณแห่งมหาเทพกลับร่ำร้องเตือนภัยว่า บุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องล่างผู้นี้... คือหายนะที่แท้จริง "นั่น... นั่นมันวิชาอันใดกัน เหตุใดจึงมีกลิ่นอายของบรรพกาลเช่นนี้!" เสียงอุทานด้วยความหวาดกลัวของผู้อาวุโสฝ่ายในดังขึ้นเบาๆ ทว่ากลับสะท้อนก้องในความรู้สึกของทุกคน มู่หรงเฉินกวาดสายตาคมกริบดั่งคมกระบี่มองไปรอบบริเวณ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของไป๋ลี่ว์เซียนที่ยืนอยู่ไม่ไกล แม้ภายนอกนางจะยังคงรักษาความสง่างามเยือกเย็นไว้ได้เป็นอย่างดี ทว่ายามที่สบตากับเขา เม็ดเหงื่อกาฬกลับผุดขึ้นตามไรผมของนาง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งโหยหา ห่วงหา และหวาดกลัวต่อพลังอันไร้ขีดจำกัดที่เขามี เขากลับมาแล้ว... บุรุษผู้เคยถูกทรยศหักหลังในอดีตชาติ บัดนี้ได้กลับมาเยือน ณ ที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยร่างหลอมเทวะบรรพกาล! "เจ้าสำนักเทียนอี้..." มู่หรงเฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุบต่ำก้องกังวาน ราวกับเสียงคำรามของมังกรสวรรค์ที่ตื่นจากนิทรา "หนี้โลหิตเมื่อร้อยปีก่อน วันนี้... สมควรแก่เวลาที่พวกเราต้องมาสะพางบัญชีกันแล้วกระมังคะ?" คำพูดประโยคสุดท้ายของเขาแม้จะเจือด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะผลาญทำลายล้างทุกสิ่งให้มอดไหม้เป็นจุล ร่างของมู่หรงเฉินค่อยๆ ลอยขึ้นเหนือพื้นลานประลองช้าๆ ฝักกระบี่โบราณที่เหน็บอยู่ข้างเอวสั่นระริกราวกับกระหายเลือด ปรากฏอักขระโบราณสีทองแดงเปล่งประกายเจิดจ้าทะลวงผ่านชั้นเมฆทมิฬขึ้นไปบนท้องฟ้า ไป๋ลี่ว์เซียนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ นางขยับตัวก้าวเข้าไปขวางเบื้องหน้าของมู่หรงเฉิน ชายผ้าขาวพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่ปั่นป่วน สายตาคู่สวยมองตรงไปยังบุรุษผู้เป็นเจ้าของดวงใจด้วยความอาลัยอาวรณ์ระคนเด็ดเดี่ยว "เฉินหลาง... เรื่องราวในอดีต ข้า..." เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยยามเอื้อAเอ่ยชื่อนี้ออกมา "หลีกไป ลี่ว์เซียน" มู่หรงเฉินกล่าวตัดบทด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ ทว่าดวงตากลับทอประกายความเจ็บปวดวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเย็นชาดั่งเดิม "วันนี้ ต่อให้เทพเซียนองค์ใดลงมาขวาง ก็ไม่อาจหยุดกระบี่ในมือข้าได้!" ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนก็เกิดเสียงคำรามลั่นสนั่นหวั่นไหว เมฆสีนิลแยกตัวออกจากกันเป็นช่องว่าง ปรากฏเงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดเกราะทองคำโบราณอีกผู้หนึ่งก้าวทะยานลงมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะก้องกังวานที่ทำให้กระบี่นับหมื่นเล่มในสำนักเทียนอี้ถึงกับสั่นสะท้อนหลุดจากฝัก! หลิวเยี่ยนซีขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันอันเข้มข้นนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรมาจารย์กระบี่ซ่อนคมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%