ความมืดมิดในยามวิกาลมิใช่ความสงบ หากแต่เป็นอาภรณ์ผืนหนาที่ซ่อนเร้นคมมีดแห่งความตาย
บนตำหนักเมฆา รอยแยกแห่งมิติยังคงอ้าปากค้างดั่งบาดแผลฉกรรจ์บนผืนฟ้า สิ้นเสียงปริศนากึกก้อง ร่างเงาดำทมิฬนับพันสายก็พุ่งทะยานลงมาดั่งฝนห่าโลหิต ล้อมรอบร่างของไป๋ลี่ว์เซียนไว้ทั้งหมดในพริบตาเดียว!
*ฉับ!*
ประกายกระบี่สีครามวาววับตัดผ่านความมืดสะท้อนนัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร มู่หรงเฉินก้าวออกมาจากม่านเงาของเสาหยกขาว ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทแผ่ไอเย็นเยือกยะเยือกออกมาจนหยาดน้ำค้างรอบกายแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีครามในพริบตา
"สำนักเงาโลหิต... ช่างกล้าหาญนักที่ส่งสุนัขรับใช้มาเหยียบยิมตำหนักเมฆาในยามวิกาล" น้ำเสียงของมู่หรงเฉินราบเรียบทว่าทรงพลัง กดทับบรรยากาศรอบด้านจนสั่นสะเทือน ปราณกระบี่บรรพกาลพวยพุ่งจากปลายนิ้ววาดเป็นวงเขตอาคม ป้องกันร่างของไป๋ลี่ว์เซียนที่กำลังโคจรพลังเพื่อสะกดรอยแยกมิติเอาไว้เบื้องหลัง
ไป๋ลี่ว์เซียนมิได้หันกลับมามอง ทว่าริมฝีปากบางเฉียบกลับเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาดั่งหยกกระทบกัน "ระวังตัวด้วย... พิษโลหิตทลายวิญญาณของพวกมันเคลือบบนคมศาสตรา หากโดนแม้เพียงปลายเล็บ วิญญาณจะถูกแผดเผาจนแตกดับ"
"ต่อให้พวกมันนำพายมบาลมาทั้งขุมนรก หากบังجอาจแตะต้องเจ้า... ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ผ่ามิติสยบพวกมันให้หมดสิ้น" มู่หรงเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาคู่พญาอินทรีย์กวาดมองเงาทมิฬนับร้อยที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน
มือสังหารชุดดำไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ พวกมันเคลื่อนไหวราวกับภูตผี ปราณโลหิตสีแดงฉานพวยพุ่งออกจากฝ่ามือแปรเปลี่ยนเป็นโครงกระดูกอสูรนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าจู่โจมจากทุกทิศทุกทาง บรรยากาศรอบตำหนักเมฆากลายเป็นสมรภูมิสังหารในชั่วพริบตา
มู่หรงเฉินไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว กระบี่เซียนไร้ลักษณ์ในมือสะบัดออกเป็นวงกว้าง คมกระบี่กรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงคำรามดั่งมังกรฟ้าสะท้านภพ! คลื่นกระบี่สีทองอร่ามผสานเข้ากับเคล็ดวิชาหลอมกายเทวะบรรพกาล กวาดร่างของมือสังหารแถวแรกแหลกสลายกลายเป็นละอองเลือดสีชาดอาดกระเซ็นย้อมแผ่นหินสีขาวให้กลายเป็นสีแดงฉาน
ทว่า จำนวนของพวกมันกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ยิ่งฆ่ายิ่งเพิ่มทวีคูณ เงาทมิฬกลุ่มใหม่พุ่งทะยานผ่านช่องว่างของกระบี่ ตรงดิ่งไปยังร่างของไป๋ลี่ว์เซียนที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการปิดผนึกรอยแยกมิติ!
"บังA" (บังอาจ) มู่หรงเฉินแววตาเปลี่ยนเป็นสีทองเพลิง ร่างของเขาวาร์ปหายไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วเหนือแสง ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าไป๋ลี่ว์เซียนในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่อาบพิษพุ่งเข้าประชิด
*ฉึบ!*
คมมีดเล่มหนึ่งแทงทะลุผ่านหัวไหล่ซ้ายของมู่หรงเฉินอย่างแม่นยำ เลือดสีแดงเข้มไหลรินย้อมอาภรณ์สีดำให้ชุ่มโชก ทว่าใบหน้าของมหาเทพกระบี่กลับไร้ซึ่งความเจ็บปวด มีเพียงประกายตาที่ดุดันและเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าเดิม
"เจ้าโง่..." ไป๋ลี่ว์เซียนอุทานเบาๆ นัยน์ตาคู่สวยไหววูบเป็นครั้งแรก หยาดน้ำตาแห่งความห่วงใยผุดขึ้นที่หางตา นางสะบัดมือซ้ายซัดเข็มเงินเก้าสียนสะท้านฟ้าปักเข้ากลางอกของมือสังหารผู้นั้นจนร่างระเบิดเป็นจุลในพริบตา
"ข้าบอกแล้ว... ตราบใดที่ข้ายังยืนอยู่ จะไม่มีผู้ใดแตะต้องเส้นผมของเจ้าได้แม้แต่เส้นเดียว" มู่หรงเฉินเอמהเสียงกระซิบข้างหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ทำให้หัวใจที่ด้านชาของนางเซียนผู้สูงศักดิ์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เงาทมิฬร่างสุดท้ายที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ฝากระเบื้องสูงสุดของตำหนัก ก็พลันปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับคันศรสีดำสนิทที่ง้างจนสุดแรงเกิด!
ลูกศรดอกนั้นอาบด้วยควันสีดำทมิฬ แผ่ไอสังหารระดับบรรพบุรุษสำนักเงาโลหิต เป้าหมายมิใช่ซูเปอร์ฮีโร่อย่างมู่หรงเฉิน ทว่ามันพุ่งตรงไปยังจุดบอดด้านหลังของไป๋ลี่ว์เซียนที่กำลังรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายปิดรอยแยกมิติ!
มู่หรงเฉินเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดและสัญชาตญาณแห่งความรักหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เขาผลักร่างของไป๋ลี่ว์เซียนให้พ้นวิถีลูกศรอย่างแรง พร้อมกับหมุนตัวเอาแผ่นหลังของตนเองเข้ามารับลูกศรมรณะดอกนั้นแทน!
*ฉือก! เสียงเนื้อและกระดูกถูกทะลวงดังสนั่นหวั่นไหว*
ลูกศรทมิฬปักเข้ากลางแผ่นหลังของมู่หรงเฉินจนมิดด้าม ไอพิษสีดำพุ่งทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรหัวใจในทันที ร่างของมู่หรงเฉินกระตุกวูบ กระบี่เซียนในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินเสียงดังสนั่น
"เฉิน!" ไป๋ลี่ว์เซียนกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด น้ำตาที่นางไม่เคยหลั่งให้แก่ผู้ใดนับพันปีร่วงหล่นลงอาบแก้ม นางคว้ามือที่กำลังเย็นเฉียบของเขาไว้แน่น
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่น่ากลัว ร่างของมือสังหารผู้ยิงธนูบนหลังคา กลับค่อยๆ สลายกลายเป็นควันสีดำ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าอันคุ้นเคยที่ดังสะท้อนก้องมาจากห้วงมิติที่เปิดอ้า
"ฮ่าๆๆๆ... มู่หรงเฉิน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการลอบสังหารในคืนนี้... มีเป้าหมายอยู่ที่นางเซียนผู้นั้น?"
นัยน์ตาของมู่หรงเฉินที่กำลังจะปิดลงพลันเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง เมื่อเขาพบว่าไอพิษที่ไหลเข้าสู่ร่างกาย มิได้ทำลายล้างพลังปราณของเขา ทว่ามันกำลัง... ปลุกผนึกผนึกมารโบราณที่เขาซ่อนไว้ในตับไตไส้พุงให้ตื่นขึ้น!
และเงาของบุคคลผู้หนึ่งที่เขาคิดว่าตายไปแล้วนับร้อยปี ก็ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่สลักลึกอยู่ในความทรงจำอันแสนเจ็บปวด...
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันร้าวรานนี้ด้วยกันนะคะ
ปรมาจารย์กระบี่ซ่อนคมรัก•ตอนที่ 13
แผนลอบสังหารในยามวิกาล
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรมาจารย์กระบี่ซ่อนคมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!