ปรมาจารย์กระบี่ซ่อนคมรัก•ตอนที่ 3

กระบี่เล่มแรกในรอบร้อยปี

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"สามพันสำนักทั่วหล้า ต่างยกย่องสำนักเทียนอี้เป็นดั่งดาราค้ำฟ้า แต่ในสายตาของข้า… พวกมันก็เป็นเพียงฝูงสุนัขรับใช้ที่สวมอาภรณ์เซียนเท่านั้น" สุ้มเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานบาดลึกถึงจิตวิญญาณของผู้ฟัง มู่หรงเฉินยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูหินผาอัสนี ลมปราณรอบกายสงบงันราวกับบึงน้ำไร้ระลอกคลื่น ทว่าไอร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากร่างเดิมของเขากลับทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น ไป๋ลี่ว์เซียนยืนเคียงข้าง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงกดดันมหาศาลจากค่ายกลพิทักษ์สำนัก ดวงตาคู่คมดั่งหงส์มองตรงไปยังกลุ่มผู้ฝึกตนหลายร้อยชีวิตที่ปิดล้อมพวกเขาไว้ด้วยแววตาสมเพชเวทนา "มู่หรงเฉิน! เจ้าเด็กไร้รากแก้ว กล้าดีอย่างไรจึงบังហานอาจมาเหยียบแดนศักดิ์สิทธิ์!" เสียงตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้อาวุโสตาบอดแห่งสำนักเทียนอี้ดังขึ้น ท่ามกลางศቀษย์นับร้อยที่ชักกระบี่ออกจากฝักจนเกิดเสียงเสียดสีกันระงม "เมื่อร้อยปีก่อน ร่างเดิมของเจ้ามันก็เป็นเพียงเศษสวะที่คุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตใต้คมกระบี่ของข้า วันนี้คิดจะมาสร้างปาฏิหาริย์อันใดอีก!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ… มู่หรงเฉินไม่แม้แต่จะปรายตาแลผู้เฒ่าตาบอด ร่างสูงโปร่งก้าวเดินไปข้างหนาหนึ่งก้าวอย่างเชื่องช้า นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเด็ดกิ่งไม้แห้งสีเทาจากพุ่มไม้ข้างทางขึ้นมาเล่มหนึ่ง กิ่งไม้นั้นเปราะบาง แห้งกรัง และไร้ซึ่งพลังวิญญาณโดยสิ้นเชิง ราวกับจะหักสลายลงได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัส ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของมู่หรงเฉินแตะลงบนเปลือกไม้ที่ผุกร่อน อสนีบาตสายหนึ่งก็ฟาดผ่าลงมาจากท้องนภาที่ไร้เมฆฝน! *เปรี้ยง!* แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมพลังแผ่พุ่งออกไปดั่งคลื่นสึนามิ บีแตรบีฑาให้ผู้ฝึกตนแถวหน้าเข่าทรุดลงกับพื้นทันทีด้วยความอึดอัด โลหิตสีชาดกระเซ็นออกจากปากของพวกมันโดยที่ยังไม่ทันได้ตั้งกระบวนท่าด้วยซ้ำ "กิ่งไม้อย่างนั้นหรือ…" ไป๋ลี่ว์เซียนพึมพำเบาๆ มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่งดงามราวกับบุปผาพันปีผลิบานท่ามกลางเหมันต์ นางรู้ดีว่าในมือของบุรุษผู้นี้ ต่อให้เป็นเพียงเศษหญ้าข้างทาง มันก็คมกริบยิ่งกว่ากระบี่วิเศษระดับนภาเสียอีก "เจ้าสำนักเทียนอี้พร่ำบอกถึงความกรุณาของฟ้าดิน" มู่หรงเฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กลับกดทับขั้วหัวใจของทุกคนให้หยุดเต้น "แต่ในสารบบกระบี่ของข้า… สวรรค์ยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมาสั่งสอนข้า" สิ้นคำพูดนั้น เขาไม่ได้ตวัดฟันออกไปตรงๆ เพียงแค่สะบัดข้อมือเบาๆ คล้ายกับการปัดฝุ่นละอองบนบ่า *ฉับพลัน!* ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์สายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยความเร็วจนตาเนื้อไม่อาจมองทัน มันไม่ได้สร้างเสียงคำรามกึกก้อง แต่มันคือความเงียบงันที่น่ากลัวที่สุด ดุจดั่งความตายที่คืบคลานเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง ปราณกระบี่เส้นบางเฉียบพาดผ่านผ่านหน้าผากของศቀษย์ขั้นหลอมรวมพลังนับสิบคนในคราเดียว ร่างของคนเหล่านั้นยังคงยืนค้างอยู่ในท่าเดิม แววตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่รอยขีดสีแดงจางๆ จะปรากฏขึ้นบนลำคอ และร่างทั้งหมดจะแยกออกเป็นสองส่วนอย่างไร้เสียง ร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่างกลายเป็นทะเลเลือดในพริบตาเดียว! ความโกลาหลระเบิดขึ้นทันที เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระคนไปกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้น "นี่มันวิชาอะไรกัน!" ผู้อาวุโสตาบอดแผดเสียงด้วยความตกตะลึง ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความหวาดผวา ดวงตาที่บอดสนิทสั่นระริกอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ "ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์… เป็นไปไม่ได้! เจ้าใช้กระบี่โดยไร้กระบี่ได้อย่างไร!" มู่หรงเฉินปรายตามองเศษกิ่งไม้ในมือที่บัดนี้เปล่งประกายแสงสีทองจางๆ ออกมาจากแก่นไม้ภายใน แววตาของเขายังคงเย็นชาและไร้ความปรานี ดุจดั่งเทพเซียนผู้พิพากษาบาปกรรมของมวลมนุษย์ "วิถีกระบี่ที่แท้จริง หาใช่การถือครองศาสตราวุธที่คมกริบที่สุด" มู่หรงเฉินก้าวเท้าเข้าไปหาศัตรทีละก้าว เสียงฝีเท้าหนักแน่นราวดั่งค้อนเหล็กที่ทุบลงบนจิตใจของผู้อาวุโสตาบอด "หากแต่คือการที่สรรพสิ่งบนโลกหล้า… ล้วนยอมสยบให้เป็นกระบี่ในมือของข้าต่างหาก" บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก ไป๋ลี่ว์เซียนก้าวตามหลังมาติดๆ นางเตรียมสะบัดกระบี่น้ำแข็งเพื่อจัดการกับพวกที่เหลือ ทว่าในขณะที่มู่หรงเฉินกำลังจะยกกิ่งไม้ขึ้นซัดกระบี่ตัดสินชีวิตครั้งสุดท้าย ลมหายใจของเขากลับสะดุดไปเล็กน้อย ที่เบื้องล่างซากปรักหักพังของประตูสำนัก มีเงาร่างหนึ่งคลานออกมาจากกองซากศพ… นั่นคือศቀษย์รับใช้ผู้หนึ่งที่มีรอยสักประหลาดรูปเปลวเพลิงสีดำสนิทปรากฏขึ้นที่กลางหน้าผาก กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของเขามิใช่พลังปราณของผู้ฝึกตนสำนักเทียนอี้ หากแต่เป็นกลิ่นอายอันชั่วร้ายจากขุมนรกโลกันตร์ที่หลับใหลมานับหมื่นปี! เงาร่างนั้นเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาสองข้างที่เป็นสีดำสนิทไร้แววตา ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู และเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่ซ้อนทับกันหลายสิบเสียงจนน่าขนพองสเก้า "มู่หรงเฉิน… ในที่สุดเจ้าก็กลับมา… นายท่านรอคอยการกลับมาของหัวใจมังกรในร่างเจ้ามานานแสนนานแล้ว!" หลิวเยี่ยนซีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรมาจารย์กระบี่ซ่อนคมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%