สูญญากาศแห่งศรัทธา: วิศวกรสาวกับผู้คุมกฎดาวเคราะห์•ตอนที่ 2

ผู้มาเยือนจากแดนไกล

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบสาดสะท้อนกับผนังโลหะสีเทาเข้มของโซนวิจัย ปิดท้ายด้วยเสียงโลหะหนักหลายตันร่วงกระแทกพื้นด้วยแรงโน้มถ่วงจำลอง กลิ่นโอโซนและไอร้อนจากการตัดเฉือนด้วยเลเซอร์พุ่งทะลักเข้าปะทะกับอากาศที่เย็นเยียบภายใน เอลาร่ายังคงยืนนิ่งอยู่หน้าจอคอนโซลหลัก นิ้วเรียวยาวของเธอยังไม่ละจากการกดคำสั่งเข้ารหัสข้อมูลขั้นสุดท้าย ดวงตาคู่คมกวาดมองแถวตัวเลขที่วิ่งผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูง เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะหันไปมองกลุ่มควันจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ตรงประตูทางเข้า ความตายหรือการถูกจับกุมไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการสูญหายของข้อมูลวิจัยชุดนี้—มันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่พิสูจน์ว่าสภาดวงดาวกำลังโกหกคนทั้งกาแล็กซี "ช้าไปสามวินาทีสำหรับการเป็นหน่วยจู่โจมระดับแนวหน้าครับ ผู้กองไคเนน" เอลาร่าเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เสียงของเธอนิ่งเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แม้จะรู้ว่าเบื้องหลังกลุ่มควันนั้นคือใคร ร่างสูงในชุดเกราะลาดตระเวนสีดำสนิทก้าวผ่านม่านควันเข้ามาเป็นคนแรก ไหล่กว้างและท่าเดินที่มั่นคงสะท้อนถึงระเบียบวินัยอันเคร่งครัด ไคเนนลดลำกล้องปืนพลาสม่าลงช้าๆ นัยน์ตาสีเทาเข้มภายใต้หมวกนิรภัยที่ถูกพับเก็บไว้เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เรียบเฉยราਤรูปสลัก ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความซับزซ้อนที่ยากจะคาดเดา "ผมไม่ได้มาเพื่อจับกุมคุณในฐานะอาชญากรหรอกครับ เอลาร่า... ถ้าผมต้องการทำแบบนั้น ป่านนี้คุณคงไม่มีโอกาสได้ยืนพิมพ์รหัสสั่งการตัวสุดท้ายนั่น" ไคเนนตอบกลับ น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่มันแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้อากาศรอบตัวเหมือนจะเบาบางลง เอลาร่าชะงักมือเล็กน้อย เธอกดปุ่ม Enter ครั้งสุดท้ายก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา แววตาสีอำพันของวิศวกรสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนายทหารผู้คุมกฎ ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันในระยะห่างที่ไม่ถึงสามก้าว ระยะที่อันตรายแต่กลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดของคนสองคนที่ฉลาดทันกันและยืนอยู่คนละฟากฝั่งของอุดมการณ์ "คำสั่งปิดตายโซนวิจัย... ออกมาจากปากของสภาโดยตรงสินะครับ?" เอลาร่าเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยัน "พวกเขากลัวอะไรกันแน่ ผู้กอง? กลัวว่าความจริงเรื่องปฏิกิริยาฟิวชั่นที่กำลังกัดกินแกนกลางดาวดวงนี้จะหลุดรอดออกไป หรือกลัวว่าประชาชนจะรู้ว่าพวกเขากำลังสละทิ้งประชากรครึ่งหนึ่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเองกันแน่" ไคเนนไม่ตอบในทันที เขากวาดสายตามองไปรอบห้องปฏิบัติการ หน้าจอโฮโลแกรมหลายร้อยจอที่ยังคงฉายกราฟแสดงความผิดปกติของสนามพลังงานคือหลักฐานชั้นดีว่าสิ่งที่หญิงสาวพูดนั้นไม่ใช่เรื่องโกหก ฝ่ามือหนายกขึ้นลูบสันกรามตัวเองเบาๆ เป็นนิสัยเวลาที่ต้องตัดสินใจในเรื่องยากๆ "หน้าที่ของผมคือการรักษาความสงบเรียบร้อยของอาณานิคม และคำสั่งของสภาก็คือการประกาศให้สถานีแห่งนี้อยู่ในภาวะกักกันขั้นสูงสุด ห้ามข้อมูลใดๆ เล็ดลอดออกไปทั้งสิ้น" ไคเนนก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่ง จนเอลาร่าต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตาเขา "คุณเป็นวิศวกรที่เก่งที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยรู้จัก เอลาร่า... อย่าเอาชีวิตและมันสมองของคุณมาทิ้งไว้กับความพยายามที่จะต่อสู้กับระบบที่ไม่มีวันพ่ายแพ้เลยครับ" "ระบบที่กำลังจะพาคนนับแสนไปตายเนี่ยเหรอครับที่คุณเรียกว่าความสงบเรียบร้อย?" เอลาร่าสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือด้วยความโกรธที่อัดอั้น "คุณหลับตาลงได้อย่างไร ไคเนน? ในเมื่อคุณก็เห็นตัวเลขพวกนั้นเหมือนกับฉัน คุณรู้ดีว่าสภาไม่ได้กำลังกักกันเพื่อความปลอดภัย แต่พวกเขากำลังปิดปากพวกเรา!" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบระบายอากาศที่ทำงานเลยขีดจำกัด ไคเนนจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและร่องรอยความเหนื่อยล้า ความรู้สึกบางอย่างที่ขัดแย้งกับคำปฏิญาณตนพุ่งพล่านขึ้นมาในอก เขาชื่นชมความกล้าหาญของเธอ—ความกล้าหาญที่เขาส Sอดย Al ดฝังมันไว้ใต้เครื่องแบบทหารมาตลอดชีวิต "คุณคิดว่าข้อมูลที่คุณพยายามจะส่งออกไปมันจะไปถึงไหนกันครับ?" ไคเนนลดเสียงลงกระซิบ ราวกับต้องการให้ได้ยินกันแค่สองคน "สถานีทอดสมอทุกลำถูกตัดขาดสัญญาณแล้ว การเข้ารหัสแบบ 'โอเมก้า' ที่คุณใช้... มีเพียงอุปกรณ์ชิ้นเดียวในกาแลกซีเท่านั้นที่ถอดรหัสและส่งต่อมันได้" เอลาร่าชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นด้วยความตระหนักรู้บางอย่าง แต่เธอยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้บนใบหน้า "และอุปกรณ์ชิ้นนั้น... อยู่กับคุณใช่ไหมครับ ผู้กอง?" เอลาร่าหรี่ตาลง มองสำรวจท่าทีของชายหนุ่ม ไคเนนไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาเพียงแต่เอื้อมมือไปแตะแผงควบคุมหลักที่เอลาร่าเพิ่งใช้งานเมื่อสักครู่ นิ้วมือของเขากดปุ่มลึกลับที่ซ่อนอยู่ใต้กรอบโลหะ ทันใดนั้น ช่องเก็บของลับใต้พื้นคอนโซลก็เลื่อนเปิดออก พร้อมกับแสงสีเขียวอ่อนที่ส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่ สิ่งของที่นอนนิ่งอยู่ด้านในไม่ใช่เอกสารหรือหน่วยความจำดิจิทัลทั่วไป แต่มันคือ "คริสตัลนีออน" ขนาดเท่าฝ่ามือที่มีลวดลายวงจรสลักด้วยมืออย่างประณีต—มันคือชิ้นส่วนต้นแบบของเครื่องมือสื่อสารรุ่นโบราณที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์การควบคุมของสภาดวงดาว เอลาร่าเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ เธอมองหน้าไคเนนสลับกับคริสตัลชิ้นนั้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา "คุณ..." เอลาร่าพูดไม่ออก "ผมบอกแล้วว่าผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำลายงานของคุณ" ไคเนนกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มฉายประกายบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันคือประกายแห่งการ "ทรยศ" ต่ออุดมการณ์เดิมที่เขารักษามาทั้งชีวิต "แต่เวลาของเราหมดลงแล้ว... มีคนกำลังมาที่นี่ และพวกมันไม่ใช่หน่วยรบธรรมดา" ก่อนที่เอลาร่าจะได้เอ่ยถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สว่างวาบไปทั่วทั้งห้อง พร้อมกับเสียงระเบิดตูמשใหญ่ที่ประตูทางเข้าสำรอง แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน ไคเนนคว้าข้อมือของเอลาร่าด้วยความเร็วที่เหนือกว่า กระชากเธอให้หลบมาด้านหลังแผงควบคุมหลักทันทีที่กระสุนพลาสม่าสีส้มสายหนึ่งพุ่งทะลุผนังเข้ามา ไหม้เกรียมขอบโต๊ะทำงานจนเป็นรอยดำ "หมอบลง!" ไคเนนตะโกนลั่น พร้อมกับชักปืนพลาสม่าคู่ใจออกมายิงสวนกลับไปยังกลุ่มควันหนาทึบที่หน้าประตูอย่างแม่นยำ ในความโกลาหลและเสียงคำรามของอาวุธพลังงานที่ดังสนั่น ไคเนนเหลือบมองหน้าจอแท็บเล็ตพกพาที่เชื่อมต่อกับระบบภายนอก รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา—ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความกลัว แต่เป็นรอยยิ้มของการยอมรับความจริงที่ถูกซ่อนไว้ "ยินดีต้อนรับสู่การปฏิวัติครับ เอลาร่า... เพราะตอนนี้ ข้อมูลที่คุณพยายามส่ง ได้ถูกอัปโหลดไปยังเครือข่ายนอกระบบของ 'กลุ่มแนวร่วมอิสระ' เรียบร้อยแล้ว" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันยาวนานนี้ร่วมกันนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์ขอสัญญาว่าจะพา ฯพณฯ ดิ่งทะยานสู่ความเข้มข้นในตอนต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูญญากาศแห่งศรัทธา: วิศวกรสาวกับผู้คุมกฎดาวเคราะห์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%