เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสามกะพริบเป็นแสงสีส้มวาบวับสะท้อนกับผนังโลหะขัดเงาของห้องปรับความดันอากาศ เซนเซอร์ตรวจจับออกซิเจนบริเวณช่องท่อระบายอากาศส่งเสียงหวีดหวิวแหลมสูงราวกับเสียงกรีดร้องของมนุษย์ เอลาร่ายืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้ากระจกนิรภัยหนาเตอะ ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองร่างที่ไร้ลมหายใจของ 'มาร์คัส' เพื่อนร่วมงานและวิศวกรอาวุโสประจำสถานี ซึ่งบัดนี้ลอยเคว้งคว้างอย่างไร้น้ำหนักอยู่ในห้องสุญญากาศเบื้องหน้า ผิวหนังของเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ เส้นเลือดฝอยบนใบหน้าแตกขยายจากแรงดันอากาศที่ลดลงเป็นศูนย์อย่างเฉียบพลัน ทว่าสิ่งที่ทำให้สันหลังของเอลาร่าเย็นเยียบ ไม่ใช่สภาพอันน่าสยดสยองนั้น หากแต่เป็นรอยร้าวรูปดาวกระจายตรงแผงควบคุมหลักภายในห้องสุญญากาศ ซึ่งถูกเจาะทำลายด้วยลำแสงพลาสมาความเข้มข้นสูงจาก *ภายนอก* ต่างหาก
"มันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ และไม่ใช่ อุบัติเหตุ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากด้านหลัง เอลาร่าไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ไคเนนก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเธอ ไหล่กว้างของเขาแทบจะชนกับไหล่ของเธอในชุดปฏิบัติการรัดรูป ร่างสูงสง่าในเครื่องแบบผู้คุมกฎแห่งสภาดวงดาวไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาสสีเทาเข้มภายใต้กรอบหน้าคมคายกำลังวิเคราะห์ภาพเบื้องหน้าด้วยความสุขุมเยือกเย็นราวกับหุ่นยนต์มีชีวิต
"คุณมาช้าไปสามนาที ไคเนน" เอลาร่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ "ถ้าคุณมาเร็วกว่านี้... มาร์คัสอาจจะยังถอดรหัสลับของโครงการเซนทอรีเสร็จ และเขาก็คงไม่ต้องมาตายกลายเป็นศลอยเคว้งคว้างแบบนี้"
"ถ้าผมมาเร็วกว่านี้ ผมอาจจะไม่ได้เห็นใบหน้าที่กำลังพยายามเก็บซ่อนความตื่นกลัวของคุณอยู่ตอนนี้ก็ได้นะ เอลาร่า" ไคเนนหันมามองเธอเต็มตา ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนใกล้เสียจนเอลาร่าได้กลิ่นอายจางๆ ของโอโซนและโลหะเย็นชาจากตัวเขา "อีกอย่าง... มาร์คัสไม่ได้แค่กำลังถอดรหัส เขากำลังพยายามส่งข้อมูลลับระดับสูงสุดออกนอกสถานี ซึ่งมันผิดกฎข้อที่สิบสองของสภาดวงดาว... การตายของเขาจึงถือเป็น 'มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นเด็ดขาด'"
เอลาร่าหันขวับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่วาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอยกนิ้วขึ้นชี้หน้าชายหนุ่มโดยไม่เกรงกลัวอำนาจที่เขากำหนด "กฎบ้าบออะไรนั่นมันเป็นแค่ข้ออ้างในการปิดปากคนที่รู้ความจริงต่างหาก! มาร์คัสพบว่าระบบระบายอากาศของสถานีนี้กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือปล่อยรังสีทำลายล้างประชากรอาณานิคมวงโคจรที่สาม และพวกคุณ—สภาดวงดาว—กำลังพยายามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เงียบๆ!"
ไคเนนไม่ถอยหนี เขากลับก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกหนึ่งก้าว มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวบางของเธอไว้ด้วยแรงที่พอบีบรัดให้รู้ตัว แต่นุ่มนวลพอที่จะไม่ทำให้เจ็บ สายตาของเขาอ่อนลงชั่วขณะ แต่คำพูดที่เปล่งออกมากลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน
"ระวังคำพูดของคุณให้ดี วิศวกรสาว... การกล่าวหาว่าสภาดวงดาวฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ มีโทษสูงสุดคือการถูกเนรเทศออกสู่ห้วงอวกาศโดยไม่มีชุดปรับความดัน และผมคงไม่อยากเห็นคุณต้องมีจุดจบแบบเดียวกับเพื่อนร่วมงานของคุณตรงนั้นหรอกนะ"
จังหวะหัวใจของเอลาร่าเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายและแรงดึงดูดประหลาดที่มักเกิดขึ้นทุกครั้งที่พวกเขาต้องยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกันในสถานการณ์คับขัน กลิ่นกายเฉพาะตัวของไคเนนปะปนกับกลิ่นอับของสถานีอวกาศเก่าแก่สร้างความปั่นป่วนในช่องท้องของเธออย่างอธิบายไม่ถูก เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้น พยายามค้นหาความโหดเหี้ยมของ "ผู้คุมกฎ" แต่สิ่งที่เธอพบกลับมีเพียงความเงียบงันและความเจ็บปวดลึกๆ ที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งหน้าที่
"ปล่อยฉัน" เอลาร่ากระซิบ เสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าพวกเขากำลังตกเป็นเป้าสายตาจากกล้องวงจรปิดตัวอื่นๆ บนเพดาน
ไคเนนค่อยๆ คลายมือออก ช้าๆ ราวกับไม่เต็มใจจะผละสัมผัสจากเธอ เขาหันกลับไปมองร่างของมาร์คัสที่ยังคงลอยหมุนเคว้งในห้องสูญญากาศอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังและเบาจนแทบกระซิบ
"มาร์คัสไม่ได้ถูกฆ่าด้วยลำแสงพลาสมาของสภาดวงดาว..." ไคเนนพูดพึมพำ ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "รอยไหม้บนแผงควบคุมนั่น... มันคือร่องรอยของปืนพกเลเซอร์รุ่น *Aether-9* ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์ที่ใช้เฉพาะหน่วยปฏิบัติการพิเศษนอกระบบ... หน่วยงานเงาที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมทั้งของสภาดวงดาวและรัฐบาลโลกของคุณ"
เอลาร่าชะงัก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันที ความโกรธถูกแทนที่ด้วยความสงสัยขั้นขีดสุด "หน่วยงานเงา? คุณหมายความว่า... มีมือที่สามแฝงตัวอยู่บนสถานีนี้งั้นเหรอ?"
"ใช่" ไคเนนหันกลับมาสบตาเธออีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "และเป้าหมายของมันไม่ใช่แค่การปิดปากมาร์คัส... แต่มันกำลังพยายามโยนความผิดให้สภาดวงดาว เพื่อจุดชนวนสงครามกลางเมืองระหว่างดาวเคราะห์"
ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ติดตั้งอยู่ข้างผนังก็ดับวูบลงพร้อมกันทุกจอ ก่อนที่แสงไฟฉุกเฉินสีแดงก่ำจะสว่างวาบขึ้นแทนที่ เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสถานี พร้อมกับเสียงระบบสังเคราะห์เสียงอัตโนมัติที่ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้ชีวิตชีวา
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการบุกรุกรหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบสูงสุด... ประตูนิรภัยทุกโซนกำลังถูกล็อกอัตโนมัติ... และมีผู้ไม่ประสงค์ดีกำลังเข้าสู่ห้องปรับความดันอากาศโซนบีในอีก... สาม... สอง... หนึ่ง...]*
ก่อนที่ไคเนนจะทันได้ดึงตัวเอลาร่าหลบ ประตูนิรภัยเหล็กกล้าหนาเตอะด้านหลังพวกเขาก็ระเบิดออกด้วยแรงอัดมหาศาล ควันสีขาวพวยพุ่งคละคลุ้งไปทั่วทางเดิน พร้อมกับเงาร่างอันคุ้นเคยของใครบางคนที่ก้าวทะลุผ่านกลุ่มควันเข้ามา... คนที่เอลาร่าไม่มีวันคาดคิดว่าจะได้เห็น ณ ที่แห่งนี้...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันมืดมิดและเปี่ยมด้วยปริศนานี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สูญญากาศแห่งศรัทธา: วิศวกรสาวกับผู้คุมกฎดาวเคราะห์•ตอนที่ 9
ความตายในห้องสูญญากาศ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูญญากาศแห่งศรัทธา: วิศวกรสาวกับผู้คุมกฎดาวเคราะห์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!