กลิ่นอายของโอโซนผสมผงเหล็กไหม้เกรียมคละคลุ้งอยู่ในห้องนิรภัยใต้ดินของสถานีอวกาศเซก터 7 แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทอดเงายาวของร่างสองร่างให้ทาบทับไปบนผนังโลหะผุกร่อน
เอลาร่าหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อผุดพรายบนขมับ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนแทบไร้สีเลือด สายตาของเธอยังคงจดจ้องอยู่ที่หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าซีดตรงหน้า ซึ่งแสดงข้อมูลดิบขนาดมหึมาที่เพิ่งถูกถอดรหัสออกมาได้ เอกสารลับชั้นยอดที่สภาดวงดาวพยายามปกปิดมานานนับทศวรรษ—แผนการจงใจปล่อยรังสีไอออนทำลายอาณานิคมดาวเคราะห์น้อยเบต้า เพื่อฮุบสัมปทานทรัพยากรแร่แอนติmatter
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, เอลาร่า"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดมุมห้อง ไคเนนก้าวเท้าออกมาจากเงาลึก เสื้อคลุมเครื่องแบบผู้คุมกฎของเขาเปรอะเปื้อนคราบเขม่าจากการปะทะกับระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติเมื่อครู่ ในมือข้างหนึ่งของเขาถือปืนพกเลเซอร์รุ่นมาตรฐาน แต่มันไม่ได้ถูกยกขึ้นเล็งไปที่หญิงสาว
เอลาร่าเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เจือด้วยความหยันราวีทั้งต่อตนเองและระบบจักรวาล
"ไฟเหรอครับ ไคเนน? ผมว่าสิ่งที่พวกคุณทำมันคือการเผาทั้งเป็นผู้บริสุทธิ์นับแสนต่างหาก" เธอย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น แต่แฝงความสั่นเครือเล็กน้อยที่ซ่อนไว้ไม่มิด "หลักฐานตรงนี้... มันชัดเจนเสียจนต่อให้คุณใช้กฎข้อที่สิบสามแห่งสภามาบิดเบือน มันก็ลบความจริงไม่ได้"
ไคเนนไม่ตอบในทันที เขาก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นจางๆ ของโคโลญจ์ผสมกับกลิ่นเหล็กอัดแน่นในอวกาศ ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว นัยน์ตาสสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองตัวเลขและผังโครงสร้างบนจอโฮโลแกรมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันมีความลังเลไหววูบผ่านความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก—ความขัดแย้งภายในที่เอลาร่าสัมผัสได้แม้ไม่ต้องเอ่ยปาก
"หน้าที่ของผมคือการรักษาความสงบเรียบร้อยของดาวเคราะห์ทุกดวงภายใต้กฎบัตร" ไคเนนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าหนักแน่นในทุกพยางค์ "ความสงบที่บางครั้ง... ต้องแลกมาด้วยการเสียสละชิ้นส่วนที่เน่าเฟะ เพื่อให้กลไกส่วนใหญ่ยังคงหมุนต่อไปได้"
"การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจถูกบัญญัติไว้ในข้อไหนของกฎบัตรล่ะครับ?" เอลาร่าหันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีครามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว ความฉลาดและทิฐิที่พุ่งพล่านในตัวหญิงสาวทำให้เธอดูงดงามและอันตรายในเวลาเดียวกัน "อย่าเอาคำว่า 'หน้าที่' มาเป็นเกราะกำบังความขลาดเขลาทางศีลธรรมของคุณเลย ไคเนน คุณเป็นผู้คุมกฎ ไม่ใช่เครื่องจักรสังหารไร้จิตวิญญาณ"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเชื่อมั่นที่ไคเนนยึดถือมาตลอดชีวิตการทำงาน เขานิ่งงงไปชั่วขณะ ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น กล้ามเนื้อกรามขยับนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปั่นไฟสำรองที่ใกล้จะหมดพลังงาน
ในสายตาของเขา เอลาร่าไม่ใช่แค่กบฏผู้สร้างปัญหา แต่วิญญาณที่ลุกโชนด้วยอุดมการณ์ของเธอกำลังสั่นคลอนรากฐานอันผุพังที่เขาคอยค้ำจุนมาตลอด และที่สำคัญที่สุด... ความดื้อรั้นที่ชาญฉลาดนี้กลับดึงดูดใจเขาอย่างประหลาด ในโลกที่เต็มไปด้วยความเท็จและการประจบสอพลอ ความจริงที่เจ็บปวดจากปากผู้หญิงคนนี้ช่างน่าหลงใหลเสียจนน่ากลัว
ไคเนนหลุบตาลงมองข้อมูลบรรทัดสุดท้ายบนจอ—ชื่อของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย... และหนึ่งในนั้นมีรายชื่อครอบครัวของเอลาร่ารวมอยู่ด้วย
ความรู้สึกผิดที่เขาพยายามกดทับไว้ก้นบึ้งของจิตใจตลอดหลายปี พรั่งพรูขึ้นมาดั่งกระแสน้ำทะลักเขื่อน ไคเนนถอนหายใจยาวนาน เป็นลมหายใจที่สลัดทิ้งซึ่งเครื่องแบบยศถาบรรดาศักดิ์ เหลือเพียงตัวตนที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง
นิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมไปแตะที่แผงควบคุมหลักด้านข้าง ก่อนจะกดรหัสลับส่วนตัวที่ใช้ได้เฉพาะระดับผู้บัญชาการสูงสุด
*ติ๊ด! เสียงสัญญาณอนุมัติสีเขียวสว่างวาบขึ้น*
เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ถอยหลังไปกึ่งก้าวเมื่อเห็นสิ่งที่ไคเนนกำลังทำ
"คุณ... กำลังทำอะไร?" เธอถามเสียงพร่า
"เข้ารหัสสำรองความปลอดภัย" ไคเนนตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบหันกลับมามองเธอตรงๆ "ผมกำลังดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดลงในชิปนิรภัยส่วนตัวของผม เพื่อให้คุณมีสำเนาที่ปลอดภัย แม้ว่าที่นี่จะถูกทำลาย ลบ หรือต่อให้ผมต้องถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏก็ตาม"
"ทำไม..." เอลาร่าขมวดคิ้วมุ่น ความระแวงยังคงฉายชัดในแววตา "คุณทำแบบนี้ทำไม ไคเนน? เมื่อกี้คุณยังยืนกรานเรื่องกฎระเบียบอยู่เลย"
"เพราะผมเป็นผู้คุมกฎ, เอลาร่า" ไคเนนก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกนิด จนร่างของทั้งคู่แทบชิดกัน กลิ่นกายสะอาดของผู้ชายและความอบอุ่นจากตัวเขาแผ่ซ่านผ่านอากาศหนาวเย็น "และกฎข้อแรกที่ผมยึดถือมาตลอด... คือความยุติธรรม ไม่ใช่คำสั่งจากพวกคนแก่หน้าเงินบนสภาสูง"
มือหนาเอื้อมไปปลดชิปข้อมูลขนาดเล็กออกจากพอร์ตโฮโลแกรม แล้วยื่นมันให้กับเธอ ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันโดยบังเอิญ กระแสความรู้สึกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านผ่านผิวสัมผัสราวกับประจุไฟฟ้าแรงสูง ทั้งสองสบตากันเนิ่นนาน ท่ามกลางความโกลาหลและความเป็นความตายที่รายล้อม
ทว่า บรรยากาศอันชวนลุ่มลึกนั้นกลับถูกกระชากกระชั้นด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ที่กำลังวิ่งใกล้เข้ามาตามทางเดินโลหะด้านนอก พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่เปลี่ยนเป็นเสียงไซเรนแหลมสูง
*“ประกาศจากระบบ: ตรวจพบการบุกรุกพื้นที่หวงห้ามระดับสาม กำลังปิดกั้นประตูผนึกทุกโซน”*
ไคเนนขมวดคิ้วทันที เขากวาดสายตาไปรอบห้องที่ทางออกเดียวถูกตัดขาด
"สภาไวกว่าที่ผมคิด..." ไคเนนพึมพำ ก่อนจะคว้าแขนเรียวของเอลาร่าไว้กระชับ "เราต้องไปทางท่อระบายอากาศแรงดันต่ำ"
เขายังไม่ทันได้ขยับตัว เสียงปืนเลเซอร์นัดหนึ่งก็เจาะทะลุกระจกนิรภัยด้านหลังจนแตกกระจาย เศษแก้วปลิวว่อนไปทั่ว ตามด้วยเงาร่างของหน่วยรบพิเศษสภาในชุดเกราะสีดำสนิทสามนายที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้อง ปลายกระบอกปืนไรเฟิลจู่โจมเล็งตรงมาที่ศีรษะของเขาทั้งสองคน
และก่อนที่ไคเนนจะทันได้ชักปืนตอบโต้ เสียงทุ้มเย็นเยียบผ่านเครื่องขยายเสียงจากหมวกเกราะของหัวหน้าหน่วยรบก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความอลหม่าน—
"ผู้บัญชาการไคเนน... ท่านกำลังถูกจับกุมในข้อหาทรยศต่อสภาดวงดาว และ..." หัวหน้าหน่วยรบหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่สามที่ทำให้เลือดในกายของไคเนนและเอลาร่าเย็นเฉียบลงพร้อมกัน "...และคำสั่งเก็บกวาดเป้าหมาย ได้รับการอนุมัติจากท่านอธิการบดีโดยตรงแล้วครับ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันมืดมิดและเปี่ยมด้วยปริศนานี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สูญญากาศแห่งศรัทธา: วิศวกรสาวกับผู้คุมกฎดาวเคราะห์•ตอนที่ 10
พันธมิตรชั่วคราว
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูญญากาศแห่งศรัทธา: วิศวกรสาวกับผู้คุมกฎดาวเคราะห์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!