สูญญากาศแห่งศรัทธา: วิศวกรสาวกับผู้คุมกฎดาวเคราะห์•ตอนที่ 14

ทฤษฎีสมคบคิด

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ไอออนระดับสิบซ้อนทับกับเสียงหัวใจที่เต้นระส่ำอยู่ในทรวงอก ทว่าภายในห้องควบคุมความดันอากาศกึ่งสุญญากาศของสถานีวิจัยร้างเซקตอร์-9 กลับมีเพียงความเงียบงันที่เยือกเย็นจนแทบเชือดเฉือนผิวหนัง เอลาร่ายืนนิ่งอยู่หลังแผงควบคุมระบบระบายความร้อน แสงสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดกระทบใบด้านข้างของเธอ เผยให้เห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาที่เกิดจากการอดนอนมาหลายวัน ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอยังคงค้างอยู่เหนือปุ่มคีย์การ์ดรหัสฉุกเฉิน ทว่าสมาธิทั้งหมดถูกดึงดูดด้วยชายหนุ่มที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ไคเนน ปลดถุงมือโลหะออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ พาดผ่านสันหลังมือขวา—ร่องรอยจากเหตุการณ์กวาดล้างที่สถานีโคจรรอบดาวอังคารเมื่อห้าปีก่อน ซึ่งเป็นรอยแผลเดียวกับที่บันทึกไว้ในแฟ้มลับของรัฐบาลโลกที่เธอแอบเจาะระบบเข้าไปดูเมื่อคืน "คุณกำลังเล่นกับไฟที่ใหญ่เกินกว่าจะควบคุม, เอลาร่า" เสียงทุ้มต่ำของไคเนนดังขึ้น ทำลายความเงียบ เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังเข้าใกล้สัตว์ป่าที่บาดเจ็บและพร้อมจะกระโจนใส่ "และสิ่งที่แย่ที่สุดคือ... คุณคิดว่าคุณกำลังถือถังดับเพลิง" วิศวกรสาวแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสสีนิลจ้องมองตรงไปยังนัยน์ตาคมกริบของอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงกลัว ความฉลาดและทัศนคติที่เฉียบคมของคนทั้งสองปะทะกันในอากาศจนแทบเกิดประกายไฟ "ถังดับเพลิงเหรอคะ... อภัยด้วยที่ต้องขัดคอท่านผู้คุมกฎ" เอลาร่าเน้นเสียงคำว่า 'ท่านผู้คุมกฎ' ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้เบื้องลึก "แต่สิ่งที่ฉันกำลังถืออยู่คือชนวนระเบิด ที่จะเผาสภาดวงดาวและพวกคุณให้เป็นจุลต่างหากล่ะค่ะ... หรือว่าคุณกลัวความจริงที่ว่า ระบบที่คุณก้มหัวให้อย่างภักดี มันไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อความยุติธรรม แต่มันสร้างขึ้นเพื่อกักขังพวกเรา?" ไคเนนชะงักฝีเท้าลงทันที สายตาของเขาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—ภาพยนตร์แห่งความทรงจำฉายชัดในหัวของเขา ไม่มีรอยยิ้มเสแสร้ง ไม่มีมาLราความน่าเกรงขามของผู้มีอำนาจ มีเพียงความเหนื่อยล้าของมนุษย์คนหนึ่งที่แบกรับโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นมานานเกินไป เขายกมือขึ้นลูบสันจมูก ถอนหายใจยาวนานราวกับต้องการขับไล่อากาศอันหนักอึ้งออกจากปอด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "คุณคิดว่าผมมีสิทธิ์เลือกตั้งแต่แรกจริงๆ งั้นหรือ..." ไคเนนพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "เอลาร่า... คุณมองผมเป็นผู้คุมประตู ผู้ล่าที่คอยไล่ล่าคนนอกคอกอย่างคุณ แต่คุณเคยฉุกคิดบ้างไหมว่า... กรงขังที่กว้างที่สุดในจักรวาลนี้ แท้จริงแล้วมันหน้าตาเป็นอย่างไร" เอลาร่าขมวดคิ้วแน่น ปฏิกิริยาของเธอเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความระแวงสงสัย "คุณหมายความว่ายังไง" "หมายความว่า... สภาดวงดาวไม่ได้ส่งผมมาเพื่อหยุดคุณ" ไคเนนก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะคอนโซล ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ "พวกเขาส่งผมมา เพื่อฆ่าปิดปากคุณ... หรือไม่ก็... เพื่อให้ผมกลายเป็นแพะรับบาปคนต่อไป เมื่อแผนการล้างบางเซกตอร์นี้เสร็จสิ้น" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่หนักหน่วงราวกับแรงโน้มถ่วงระดับสิบจี เอลาร่ามองลึกเข้าไปในดวงตาของไคเนน พยายามค้นหาคำโกหก ร่องรอยของการเสแสร้ง หรือกับดักจิตวิทยาใดๆ แต่สิ่งที่เธอพบมีเพียงความจริงอันน่าสลดใจ—ความจริงที่ว่า ผู้ชายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคนนี้ กำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตายที่ไม่ต่างอะไรกับเธอเลย "เบี้ยล่าง..." เอลาร่าพึมพำออกมาเบาๆ รอยยิ้มเย้ยหยันเลือนหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความตกตะลึงระคนเวทนา "คุณเนี่ยนะ... มือขวาของสภาผู้ทรงเกียรติ เป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งบนกระดานที่พวกมันพร้อมจะสละทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้เนี่ยนะ?" "บนกระดานนี้ ไม่มีใครเป็นผู้เล่นหรอก เอลาร่า... มีแต่หมากที่กำลังรอเวลาถูกกิน" ไคเนนตอบกลับด้วยรอยยิ้มขื่นๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความปลงตกและเสน่ห์อันดำมืดที่ยากจะต้านทาน "รหัสผ่านที่คุณกำลังพยายามถอดรหัสเพื่อเปิดเผยความลับของโครงการ 'ซูเปอร์โนวา'... มันไม่ใช่ความลับของรัฐบาลโลก แต่มันคือคำสั่งประหารชีวิตที่ถูกตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า และพวกมันกำลังรอให้คุณเป็นคนกดปุ่มเหนี่ยวไกด้วยมือของคุณเอง เพื่อที่ความผิดทั้งหมดจะได้ตกเป็นของวิศวกรสาวนอกรีต... ไม่ใช่สภาดวงดาว" ร่างเพรียวของเอลาร่าสะท้านเฮือก ปลายนิ้วที่กำคีย์การ์ดแน่นสั่นเทาเล็กน้อย ความจริงที่พรั่งพรูออกมาจากปากของชายหนุ่มทุบทำลายทฤษฎีทั้งหมดที่เธอใช้เวลาแรมปีในการสร้างขึ้นมาจนพังทลายไม่เป็นท่า ถ้าสิ่งที่ไคเนนพูดเป็นความจริง... หมายความว่าทุกย่างก้าวที่เธอเดินผ่านมาตั้งแต่วันแรกที่เหยียบลงบนสถานีแห่งนี้ อยู่ภายใต้การบงการของใครบางคนมาโดยตลอด? "ถ้าอย่างนั้น..." เอลาร่าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ เธอนัยน์ตาคมกวาดมองใบหน้าของชายหนุ่มอย่างพิจารณา "ทำไมคุณถึงบอกฉัน... ทำไมไม่รวบตัวฉันส่งให้สภาซะตั้งแต่ตอนนี้ล่ะคะ ไคเนน?" ไคเนนเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ประกายตาคู่นั้นเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกและจริงจังจนหัวใจของวิศวกรสาวกระตุกวูบ "เพราะในรอบสิบปีที่ผ่านมา... คุณเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมจำได้ว่า ตัวเองยังเป็นมนุษย์อยู่ ไม่ใช่แค่เครื่องจักรสังหารที่สวมชุดยูนิฟอร์ม" ไคเนนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานอยู่ในความรู้สึก "และอีกอย่าง..." เขายื่นมือขวาที่สวมถุงมือออกไป หยิบแผ่นชิปข้อมูลสีดำสนิทชิ้นเล็กเท่าเล็บมือออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน แล้ววางลงบนแผงคอนโซลตรงหน้าเธออย่างแผ่วเบา "นี่คืออะไรคะ?" เอลาร่าขมวดคิ้วมองวัตถุชิ้นนั้น "รหัสผ่านระดับโอเมก้า... ที่ผมแอบขโมยมาจากห้องนิรภัยของสภาเมื่อสามวันก่อน ก่อนที่ผมจะถูกส่งตัวมาที่นี่" ไคเนนกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนรับรู้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกาย "มันคือรายชื่อผู้สนับสนุนเบื้องหลังทั้งหมด รวมถึงหลักฐานการสั่งฆ่าครอบครัวของคุณ... เอลาร่า" ดวงตาของเอลาร่าเบิกกว้างขึ้นสุดขีด ลลมหายใจของเธอติดขัดทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'ครอบครัว' ทว่า ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสถานี *กริ๊งงงง!* แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบถี่รัวสลับกับความมืด หน้าจอโฮโลแกรมหลักปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดด้านนอกห้องควบคุม—กองกำลังพิเศษของสภาดวงดาวในชุดเกราะกันกระสุนสีดำสนิท กำลังใช้ลำแสงพลาสมาตัดประตูห้องควบคุมอย่างรวดเร็ว และเหลือเวลาอีกไม่ถึงสามสิบวินาที ก่อนที่ประตูบานนั้นจะพังทลายลง! ไคเนนหันขวับไปมองที่ประตู ก่อนจะหันกลับมาคว้าข้อมือของเอลาร่าไว้แน่น แรงบีบที่อบอุ่นและมั่นคงส่งผ่านความรู้สึกอันเด็ดเดี่ยวมายังตัวเธอ "พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด... เลือกเอา เอลาร่า จะหนีไปกับผมทางท่อระบายฉุกเฉินตอนนี้ หรือจะรอให้พวกมันเข้ามาเก็บกวาดเราทั้งคู่ที่นี่?" เอลาร่ามองหน้าชายหนุ่มสลับกับแผ่นชิปข้อมูลสีดำบนโต๊ะ ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย สมองอันปราดเปรื่องของเธอประมวลผลทางเลือกทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้ลังเลอีกต่อไป ปลายนิ้วเรียวกดคว้าแผ่นชิปข้อมูลนั้นยัดใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตอย่างรวดเร็ว "ถ้าเราตาย... ฉันขอเลือกตายบนยานบินของฉันเองดีกว่าค่ะ!" เธอตวัดสายตากลับมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและท้าทาย ทว่าก่อนที่ทั้งสองจะทันได้ขยับตัวไปยังท่อระบายฉุกเฉิน เสียงระเบิดตูมใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับกลุ่มควันหนาทึบที่พวยพุ่งทะลักเข้ามาทางประตูห้องควบคุมที่ถูกพังทลายลง! ร่างในชุดเกราะสีดำสนิทนับสิbey กรูเข้ามาพร้อมกับลำแสงปืนพลาสมาที่เล็งตรงมายังพวกเขา ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเอลาร่าหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา... แต่เป็นเงาร่างของบุคคลที่ก้าวเดินออกมาจากด้านหลังสุดของกองกำลังพิเศษนั้น ชายชราผู้สวมเสื้อคลุมสีขาวสะอาดตา ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก และดวงตาสีเทาคู่คุ้นเคยที่จ้องมองมายังพวกเขาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่สมบูรณ์แบบที่สุด... ลูกสาวของฉัน" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันมืดมิดและเปี่ยมด้วยปริศนานี้ไปพร้อมกับผมนะครับ --- ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูญญากาศแห่งศรัทธา: วิศวกรสาวกับผู้คุมกฎดาวเคราะห์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%