สูญญากาศแห่งศรัทธา: วิศวกรสาวกับผู้คุมกฎดาวเคราะห์•ตอนที่ 13

หลบซ่อนในเขตอุตสาหกรรม

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
กลิ่นอายของน้ำมันไฮดรอลิกที่รั่วซึมผสมผสานกับสนิมเหล็กเก่าคร่ำคร่าในเขตอุตสาหกรรมร้างระดับสาม คือออกซิเจนชนิดเดียวที่เรามีสิทธิ์ครอบครองในเวลานี้ เสียงคำรามทุ้มต่ำของหุ่นยนต์ตรวจการณ์รุ่น 'เคברוส-09' (Cerberus-09) ดังสะท้อนก้องผ่านท่อส่งระบายความร้อนขนาดมหึมา สั่นสะเทือนสะเก็ดไฟที่ร่วงหล่นลงมาจากเพดานเหล็กกล้า ทุกย่างก้าวที่เราขยับเข้าใกล้เงาอับทึบของเครื่องจักรทอผ้าแรงดันสูง ถูกคำนวณความเสี่ยงไว้หมดแล้วโดยตรรกะของเอลาร่า แต่หัวใจที่เต้นรัวระรัวใต้ชุดปฏิบัติการของเธอกลับบอกเรื่องราวอีกด้านหนึ่ง "ถ้าเรายังเดินด้วยความเร็วนี้ อีกสามร้อยวินาทีอัลกอริทึมการคาดการณ์ของมันจะตีวงล้อมเราจากทางทิศเหนือ" เอลาร่ากระซิบ เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าดวงตาสสีเทาเข้มกลับสะท้อนแสงสีฟ้ากะพริบจากหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาในมืออย่างตื่นตัว ปลายนิ้วเรียวยาวรัวปุ่มคำสั่งเพื่อเข้ารหัสอำพรางความร้อนจากร่างกายของเราอย่างแม่นยำ ผมพิงหลังเข้ากับโครงเหล็กอันเย็นเยียบของเครื่องจักร พลางปลดสลักปืนพลาสม่าประจำตัวอย่างเงียบเชียบที่สุด ภายใต้สถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ ระเบียบวินัยของสภาดวงดาวที่เคยยึดถือกลายเป็นเพียงเศษกระดาษ ไคเนนคนเดิมถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง บนดาวเคราะห์ดวงนี้ มีเพียงผมและวิศวกรสาวผู้เชื่อมั่นในสมการคณิตศาสตร์มากกว่าศรัทธาของรัฐบาล "มันไม่ได้กำลังไล่ล่าเราด้วยความบังเอิญหรอกนะครับ, เอลาร่า" ผมเอ่ยเสียงกระซิบต่ำลอดไรฟัน สายตาจับ Censor แบบอินฟราเรดที่กวาดผ่านช่องระบายอากาศเหนือหัวไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร "รหัสผ่านที่เธอใช้เจาะระบบเมื่อชั่วโมงก่อน... มันถูกออกแบบมาให้ทิ้งลายเซ็นดิจิทัลไว้ตั้งแต่แรกแล้ว พวกมันรู้ว่าเราจะมุ่งมาที่เขตอุตสาหกรรมนี้" เอลาร่าชะงักฝีเท้า ปลายรองเท้าบูทหยุดนิ่งสนิทบนพื้นเหล็กขึ้นสนิม เธอดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็วโดยไม่มีท่าทีลนลาน สมองระดับอัจฉริยะของเธอกำลังประมวลผลข้อเท็จจริงที่ผมเพิ่งโยนใส่หน้า "คุณกำลังจะบอกว่า... มีหนอนบ่อนไส้ในเครือข่ายใต้ดินที่เราติดต่อด้วย?" เธอย้อนถาม เสียงกระซิบของเธอเจือด้วยความเย็นยะเยือกที่น่าหลงใหล "หรือเพราะคุณจงใจพาฉันเดินเข้ามาในกับดักนี้ เพื่อที่สภาของคุณจะได้จับตัวฉันกลับไปง่ายขึ้น?" ชั่วขณะนั้น สายตาของเราประสานกันท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากหลอดนีออนสำรองกะพริบเป็นจังหวะ มันคือการปะทะกันทางจิตวิญญาณระหว่างสองขั้วอุดมการณ์ ความสงสัยระคนความท้าทายฉายชัดอยู่ในดวงตาของเธอ ขณะที่ผมทำได้เพียงส่งยิ้มบางเบาที่มุมปาก—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของชายผู้ติดอยู่ระหว่างหน้าที่และหัวใจ "ถ้าผมอยากให้คุณถูกจับ, เอลาร่า... เราคงไม่ต้องมานั่งหายใจรดต้นคอกันในซอกหลืบสกปรกนี่หรอกนะครับ" ผมตอบเสียงเรียบแต่หนักแน่นพอจะละลายกำแพงความระแวงของเธอลงได้บ้าง "อีกอย่าง ความลับเรื่องรอยรั่วในระบบระบายอากาศของสถานีนี้ มีเพียงวิศวกรระดับหัวกะทิที่เคยทำงานในโครงการศูนย์กลางเท่านั้นที่รู้... และหนึ่งในนั้นก็ยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้" เธอนิ่งเงียบไป ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังค้นหาพิรุธในคำพูดของผม ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะเหยียดยิ้มเยาะหยันออกมาเล็กน้อย "ฉลาดมาก... ไคเนน" เธอพึมพำ ยอมรับกลายๆ โดยไม่ต้องเอ่ยคำแก้ตัว "แต่ตอนนี้ สิ่งที่เราต้องกังวลไม่ใช่เรื่องใครหักหลังใคร เพราะเจ้าหุ่นยนต์สี่ขาตัวนั้นกำลังเจาะประตูนิรภัยเข้ามาแล้ว" *ครืนนน—!* เสียงโลหะหนาเตอะถูกฉีกกระชากด้วยลำแสงเลเซอร์ความร้อนสูงดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นละอองและควันไฟพวยพุ่งทะลักเข้ามาในห้องควบคุมเก่า สายตาของเซนเซอร์สีแดงฉานสาดส่องเข้ามาภายในความมืด มันกำลังกวาดหาเป้าหมายด้วยระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวและความร้อนขั้นสูง ผมดึงแขนเสื้อของเอลาร่าให้หมอบราบลงไปกับพื้นอุตสาหกรรมที่เย็นเฉียบ ร่างกายของเราแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่สะท้อนผ่านเสื้อเกราะ ไอร้อนจากภายนอกปะทะเข้ากับความเย็นยะเยือกของห้องใต้ดิน กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเธอเจือปนอยู่กับกลิ่นอานิสงค์ของดินปืนและสนิมเหล็ก มันเป็นความใกล้ชิดที่อันตรายที่สุดในรอบหลายปีของชีวิตผม "อยู่ิ่งๆ นะครับ" ผมกระسิบชิดใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านเส้นผมสีเข้มที่หลุดลุ่ย หุ่นยนต์ตรวจการณ์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยขาโลหะทั้งสี่ที่เคลื่อนไหวอย่างไร้เสียง มันกวาดลำแสงสีฟ้าตรวจสอบทุกซอกทุกมุม วัตถุโลหะทุกชิ้นถูกสแกนผ่าน รัศมีของแสงสีแดงฉานกวาดผ่านหลังของเราไปเพียงคืบเดียว เสียงกลไกภายในของมันส่งเสียงฮัมต่ำๆ ราวกับปีศาจเหล็กที่กำลังกระหายเลือด เอลาร่ากัดริมฝีปากแน่น มือของเธอเอื้อมมาสัมผัสกับข้อมือผมเบาๆ เป็นสัญญาณว่าเธอกำลังจะทำอะไรบางอย่างที่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต "ฉันจะใช้เครื่องส่งสัญญาณรบกวนความถี่ต่ำ..." เธอส่งเสียงกระซิบแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "แต่ฉันต้องเอื้อมไปหยิบมันที่แผงควบคุมฝั่งโน้น" "มันเสี่ยงเกินไป รัศมีแสงของมันคลุมพื้นที่ตรงนั้นอยู่" ผมคัดค้านทันที สอดสายตาประเมินระยะห่าง "ถ้าไม่ทำตอนนี้ เราก็แค่รอเวลาให้มันยิงลำแสงพลาสมาใส่เราจนกลายเป็นจุล" เธอย้อนกลับด้วยเหตุผลที่เฉียบคมและเด็ดเดี่ยว สมกับที่เป็นวิศวกรผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตา ก่อนที่ผมจะทันได้ทักท้วงอะไรเพิ่มเติม เอลาร่าก็อาศัยจังหวะที่หุ่นยนต์หันหลังให้ พุ่งตัวออกไปจากเงาบังอย่างคล่องแคล่วราวกับแมวป่า เธอกลิ้งตัวไปหลบหลังแท่นคอนโทรลเก่าอย่างรวดเร็ว เสียงเสื้อผ้าเสียดสีกับพื้นและลมหายใจที่หอบกระชั้นทำให้เซนเซอร์ของหุ่นยนต์ไหวตัวทันที! *ตึ้ง!* หุ่นยนต์ตรวจการณ์หันขวับกลับมาอย่างรวดเร็ว ลำแสงพลาสมาสีส้มสว่างวาบพร้อมที่จะลั่นไกไปยังจุดที่เอลาร่าซ่อนอยู่ หัวใจของผมกระตุกวูบ สัญชาตญาณดิบของนักรบถูกปลุกเร้าในเสี้ยววินาที ผมผุดลุกขึ้นแล้วพุ่งออกไปจากที่กำบัง พร้อมกับเล็งปากกระบอกปืนพลาสมาไปยังจุดอ่อนบริเวณข้อต่อคอของมันทันที *เปรี้ยง!* ลำแสงพลาสมาพุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะกับเกราะไทเทเนียมของหุ่นยนต์จนเกิดประกายไฟระยิบระยับ มันหันเป้าหมายมาทางผมแทน เสียงระบบภายในส่งสัญญาณเตือนภัยดังลั่นห้อง "ไคเนน! ทางนี้!" เสียงตะโกนของเอลาร่าดังขึ้นพร้อมกับแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์รบกวนสัญญาณที่เธอเปิดใช้งานเต็มกำลัง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแผ่ขยายออกไปปกคลุมทั่วห้องควบคุม หุ่นยนต์ตรวจการณ์ชะงักกึก ระบบนำทางและการประมวลผลของมันเกิดอาการรวนอย่างหนัก ลำแสงสีแดงกะพริบถี่ๆ ก่อนที่ร่างเหล็กมหึมาจะทรุดฮวบลงกับพื้นและดับสนิทลงในที่สุด ความเงียบงันกลับคืนสู่ห้องใต้ดินอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของเราทั้งสองคนที่ดังประสานกันท่ามกลางความมืดมัว ผมลดปืนลงช้าๆ แล้วหันไปมองหญิงสาวที่ยืนพิงแผงควบคุมด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่แววตากลับเปล่งประกายด้วยชัยชนะ "คุณเกือบทำให้ผมหัวใจวายตายนะครับ, เอลาร่า" ผมเอ่ยทำลายความเงียบ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เธอยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่เปื้อนแก้ม ก่อนจะมองหน้าผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ความระแวงถูกแทนที่ด้วยความเคารพและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า "ฉันก็แค่... ไว้ใจการคำนวณของคุณ" เธอตอบเสียงเรียบ แต่มีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่ที่มุมปาก ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งจากวิศวกรผู้เย็นชาคนนี้ ผมก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่คืบ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลง จนกระทั่งเสียงเตือนภัยฉุกเฉินรูปแบบใหม่ดังขึ้นจากคอมพิวเตอร์พกพารุ่นเก่าที่เอลาร่าวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน หน้าจอสีดำสนิทเมื่อครู่กลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีการควบคุม ข้อความเข้ารหัสลับระดับสูงสุดปรากฏขึ้นพร้อมกับสัญลักษณ์ตราประทับประจำตัวของ 'ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งสภาดวงดาว'—บุคคลที่ควรจะอยู่ห่างออกไปหลายปีแสง เอลาร่าก้มลงมองหน้าจอ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่ผมขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นชุดตัวเลขพิกัดที่กำลังถูกดาวน์โหลดลงมา ไม่ใช่ข้อความขู่ฆ่า... แต่เป็นพิกัดของห้องลับใต้ดินในสถานีอวกาศแห่งนี้ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่เขียนไว้ว่า: *"ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่แท้จริง, ลูกชายของฉัน"* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันมืดมิดและเปี่ยมด้วยปริศนานี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูญญากาศแห่งศรัทธา: วิศวกรสาวกับผู้คุมกฎดาวเคราะห์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%