เสียงฮัมของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่นระดับสามในห้องควบคุมหลัก ไม่เคยฟังดูเปราะบางเท่านี้มาก่อน ความถี่ต่ำระดับยี่สิบเฮิรตซ์ที่เคยสั่นสะเทือนอยู่ใต้ฝ่าเท้าอย่างมั่นคง บัดนี้เริ่มกระตุกและขาดช่วง ราวกับหัวใจของชายชราที่กำลังล้มเหลวในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย
เอลาร่ายืนนิ่งอยู่หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียว นิ้วเรียววาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็วเพื่อดึงผังระบบสื่อสารของสถานีอวกาศ *เฮลิออส-โฟร์* ขึ้นมาตรวจสอบ สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่กราฟแท่งแสดงสัญญาณที่คุ้นเคย หากแต่เป็นความว่างเปล่าสนิท เส้นกราฟทั้งหมดดิ่งลงสู่เส้นศูนย์อย่างไร้เยื่อใย
"ระบบควอนตัมรีเลย์ถูกตัดสัญญาณโดยสมบูรณ์" เสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และเจือด้วยความตึงเครียดที่ถูกกดไว้ใต้สำนึก "ไม่ใช่การขัดข้องทางเทคนิค แต่มีใครบางคนกำลังปิดกั้นเราจากโลกภายนอกอย่างจงใจ"
ไคเนนไม่ตอบในทันที ผู้คุมกฎแห่งสภาดวงดาวก้าวช้าๆ ออกมาจากเงาสลัวของเสาค้ำยันไทเทเนียม ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบหน้าคมคายมองตรงไปยังหน้าจอหลัก แสงสะท้อนจากข้อมูลดิจิทัลเต้นระบำอยู่ในนัยน์ตาของเขา ชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอก สัญชาตญาณนักรบและผู้รักษากฎหมายบอกให้เขาระแวดระวังทุกอณูอากาศ
"ไม่มีร่องรอยการโจมตีจากภายนอก เกราะป้องกันภายนอกยังคงสภาพสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์" ไคเนนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนในฝัก "นั่นหมายความว่า... ภัยคุกคามไม่ได้มาจากห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง แต่กำลังเดินปะปนอยู่กับเราในสถานีแห่งนี้"
บทสนทนาระหว่างคนทั้งสองถูกกลืนหายไปในความเงียบงันของห้องควบคุม อุดมการณ์ที่แตกต่างกันสุดขั้ว—ฝ่ายหนึ่งเชื่อมั่นในตรรกะทางวิทยาศาสตร์และสิทธิเสรีภาพอันไร้ขอบเขต กับอีกฝ่ายที่ยึดถือระเบียบวินัยและอำนาจเด็ดขาดของสภา—ถูกบีบอัดให้เหลือเพียงความจริงข้อเดียวในเวลานี้ นั่นคือความเป็นความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
เอลาร่าหันขวับมามองเขา ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "คุณกำลังจะบอกว่าระบบความปลอดภัยระดับสโกเทล ที่มีเพียงรหัสผ่านระดับผู้บริหารสูงสุดเท่านั้นที่เข้าถึงได้ ถูกแฮกจากข้างในอย่างนั้นหรือ?"
"ผมไม่ได้บอกว่ามันถูกแฮก เอลาร่า" ไคเนนก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายที่แผ่ออกมา "ผมกำลังบอกว่า มีคนจงใจเปิดประตูต้อนรับแขกไม่เชิญเข้ามา และคนๆ นั้น... ก็คือผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในสถานีนี้"
บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ออกซิเจนในห้องควบคุมดูเหมือนจะเบาบางลง ไม่ใช่เพราะระบบฟอกอากาศขัดข้อง หากแต่เป็นเพราะแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากัน ความฉลาดหลักแหลมของทั้งคู่ทำให้ต่างฝ่ายต่างอ่านความคิดของอีกฝ่ายทะลุปรุโปร่ง ไม่มีคำพูดใดสิ้นเปลือง ไม่มีท่าทีตื่นตระหนก มีเพียงการคำนวณความเสี่ยงและการชั่งน้ำหนักสถานการณ์ในเสี้ยววินาที
เอลาร่าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะหัวใจที่เต้นรัว เธอยังคงรักษาท่าทีเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองไว้ได้ แม้ว่าภายในจะเริ่มตระหนักถึงความน่ากลัวของสถานการณ์แล้วก็ตาม
"ถ้าอย่างนั้น แผนการที่เราเตรียมไว้เพื่อส่งข้อมูลลับเกี่ยวกับนโยบายกวาดล้างอาณานิคมไปยังสภาโลก..." เอลาร่าลดเสียงลงกระซิบ ประโยคค้างคาไว้แค่นั้น แต่นัยยะแฝงความหมายชัดเจน
"ถูกบล็อกไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เสี้ยววินาทีที่สัญญาณดาวเทียมถูกตัด" ไคเนนตอบต่อให้ทันที สายตาของเขาคมกริบ "พวกมันรู้ว่าเรากำลังทำอะไร และรู้ด้วยว่าหลักฐานชิ้นนั้นเก็บไว้ที่ไหน"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอก—เสียงฝีเท้าที่มั่นคง หนักแน่น และไม่ได้พยายามอำพรางการมาเยือนแม้แต่น้อย
ไคเนนขยับตัวอย่างรวดเร็ว มือขวาแตะลงที่ซองบรรจุอาวุธพลังงานข้างเอวโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการต่อสู้ถูกปลุกเร้าถึงขีดสุด เอลาร่าเองก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว นิ้วมือเรียวยาวกดแป้นลัดเพื่อเข้ารหัสระบบล็อกประตูนิรภัยของห้องควบคุม แต่หน้าจอโฮโลแกรมกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมข้อความเตือนภัยที่สั่นระริก
*[SYSTEM OVERRIDE: ACCESS DENIED]*
*[LOCAL REBOOT IN PROGRESS]*
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนมุมปากของไคเนน แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด เขากลับพบว่าความท้าทายตรงหน้ามีเสน่ห์เหลือเกิน เมื่อต้องเผชิญหน้าร่วมกับผู้หญิงที่ฉลาดเป็นกรดคนนี้
"ดูเหมือนว่าเราจะติดอยู่ในกรงเดียวกันเสียแล้วนะครับ, วิศวกร" ไคเนนเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยเพื่อลดความตึงเครียด ทว่าแววตากลับจริงจังดุจเหยี่ยว
"ฉันไม่เคยชอบกรง โดยเฉพาะกรงที่มีผู้คุมกฎอย่างคุณร่วมทางอยู่ด้วย" เอลาร่าสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเยียบเย็นแต่แฝงประกายความท้าทายในแบบที่ทำให้หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบ
ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรเพิ่มเติม แสงไฟฉุกเฉินสีแดงภายในห้องควบคุมก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสลัว เสียงระบบระบายอากาศหยุดทำงานกะทันหัน ความกดอากาศในห้องเริ่มลดต่ำลงจนแก้วหูอื้ออึง และในวินาทีที่ความมืดเข้าครอบ
เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้ง—ช้าๆ หนักแน่น และจงใจกดดันประสาทสัมผัส
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
และก่อนที่ทั้งสองจะทันได้ตั้งตัว แผงควบคุมระบบหลักที่อยู่ตรงหน้าก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของห้องเก็บศพนิรภัยชั้นใต้ดิน—สถานที่ซึ่งควรจะว่างเปล่า ไร้สิ่งมีชีวิต
ทว่า บนหน้าจอนั้น กลับปรากฏร่างของบุคคลที่ควรจะเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อนกำลังยืนจ้องมองตรงมาที่เลนส์กล้อง พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของเอลาร่าเย็นเฉียบจนแทบแข็งค้าง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันมืดมิดและเปี่ยมด้วยปริศนานี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สูญญากาศแห่งศรัทธา: วิศวกรสาวกับผู้คุมกฎดาวเคราะห์•ตอนที่ 12
วินาทีที่ลมหายใจขาดช่วง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูญญากาศแห่งศรัทธา: วิศวกรสาวกับผู้คุมกฎดาวเคราะห์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!