เสียงฝีเท้าที่บดเบียดไปกับพื้นโลหะไทเทเนียมของห้องควบคุมหลักไม่ได้ดังขึ้นจากภายนอก แต่มันก้องสะท้อนมาจากความถี่ต่ำของระบบระบายอากาศที่ถูกแฮกเข้าอย่างจงใจ เอลาร่าไม่ขยับเขยื้อnร่าง เธอยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาท่ามกลางแรงโน้มถ่วงจำลองอันเชื่องช้า ดวงตาสีเทาเข้มสะท้อนแสงไฟนีออนสีฟ้าอมม่วงจากจอโฮโลแกรมที่ยังคงกะพริบเตือนภัยระดับสาม
ในขณะที่ไคเนนขยับตัวเพียงเล็กน้อย—การเคลื่อนไหวที่เงียบเชียบและฝึกฝนมาอย่างดีตามหลักสูตรหน่วยลาดตระเวนพิเศษแห่งสภาดวงดาว—มือหนาของเขาเลื่อนลงไปแตะที่ซองบรรจุ 'โซนิค-บล็อกเกอร์' ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ สายตาคมกริบของเขากวาดมองผ่านเงาสะท้อนบนกระจกนิรานดร์ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ทั้งหมดในเสี้ยววินาที
"คุณคิดจริงๆ หรือว่าไฟล์รหัสผ่านระดับโอเมก้าชุดนั้น จะถูกเก็บไว้ในที่ที่คนระดับคุณจะเอื้อมถึง?"
เสียงทุ้มต่ำของไคเนนดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศ มันไม่ใช่คำถามเชิงปรัชญา แต่เป็นการกดดันทางจิตวิทยาที่คำนวณมาแล้วอย่างแม่นยำ น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจการควบคุมที่เอลาร่าเกลียดชังเข้ากระดูกดำ
วิศวกรสาวหันกลับมาอย่างช้าๆ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเฉียบของเธอ เธอยกแขนขึ้นกอดอก ท่าทีที่แสดงออกถึงการตั้งกำแพงป้องกันตัวสูงสุด แต่แววตาของเธอกลับฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว
"ถ้ามันไม่มีค่าพอที่จะทำให้คุณต้องมาเดินย่องเบาอยู่ในโซนวิศวกรรมยามวิกาลแบบนี้ ไคเนน... คุณคงไม่มายืนทำหน้าเคร่งเครียดอยู่ตรงนี้หรอกจริงไหมคะ?" เอลาร่าจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงที่เย้ยหยัน เพื่อดึงให้อีกฝ่ายหลุดจากกรอบของความเป็นผู้คุมกฎ
ไคเนนหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความกดดันรอบตัวเขาเข้มข้นขึ้นจนแทบจะจับต้องได้ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะที่อันตราย—ระยะที่ทำให้สัมผัสได้ถึงไออุ่นจางๆ และกลิ่นอายเฉพาะตัวที่เจือปนกลิ่นน้ำมันเครื่องกับโอโซนจากแผงวงจร
"คุณกำลังเล่นกับไฟ เอลาร่า และไฟกองนั้นกำลังจะเผาไหม้สถานีอวกาศแห่งนี้ทั้งคลัง" ไคเนนโน้มตัวลงกระซิบ เสียงของเขาต่ำจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงฮัมของเครื่องปฏิกรณ์ แต่ทุกคำพูดกลับชัดเจนราวกับตอกย้ำลงไปในโสตประสาท "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำแก้ตัวจากวิศวกรที่กำลังปกป้องความผิดพลาดของตัวเอง... ไฟล์การโอนถ่ายพลังงานของเซกเตอร์เจ็ดหายไปไหน?"
"ฉันไม่ได้ทำ" เธอกล่าวสวนกลับทันควันโดยไม่มีความลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของเขาอย่างไร้ความหวาดหวั่น "ระบบไม่ได้ถูกแฮกจากภายนอก และฉันก็ไม่ได้เป็นคนลบมัน... ถ้าคุณมีความสามารถมากพอที่จะถอดรหัสสมองของฉันได้ คุณก็น่าจะรู้ดีว่าฉันเกลียดการโกหกยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด"
ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างพวกเขาทั้งสองอีกครั้ง มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตแห่งความตึงเครียด ทั้งคู่ต่างยืนหยัดอยู่บนอุดมการณ์ที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายหนึ่งคือกฎหมาย ระเบียบวินัย และความมั่นคงของจักรวาลที่ต้องรักษาไว้แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของคนบริสุทธิ์ แต่อีกฝ่ายคืออิสรภาพ ความจริงทางวิทยาศาสตร์ และสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษยชาติที่ถูกเหยียบย่ำโดยอำนาจรัฐ
ไคเนนไม่ถอยหลัง เขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังพยายามค้นหาเศษเสี้ยวความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเย็นชา ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงความดื้อรั้นที่ดึงดูดใจอย่างประหลาด—ความดื้อรั้นที่หาไม่ได้จากข้าราชการหน้าไหนในสภาดวงดาว
"ถ้าคุณบริสุทธิ์จริง..." ไคเนนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย แต่นัยน์ตายังคงคมปลาบ "ทำไมบันทึกการเข้าถึงไฟล์ในวินาทีสุดท้าย ถึงระบุว่าเป็นไอดีการใช้งานส่วนตัวของคุณ?"
คำถามนั้นราวกับมีดสั้นที่พุ่งตรงปักเข้ากลางใจ เอลาร่าชะงักไปชั่วขณะ ร่างกายของเธอเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความมั่นใจที่เคยมีก่อนหน้านี้สั่นคลอนลงชั่วพริบตา สมองของเธอประมวลผลด้วยความเร็วสูงเพื่อหาช่องโหว่ของระบบที่เธอเป็นคนออกแบบเอง แต่กลับถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานมัดตัว
"นั่น... เป็นไปไม่ได้" เสียงของเธอแผ่วเบาลงเป็นครั้งแรก ความตื่นตระหนกที่ฉายผ่านแววตาเพียงเสี้ยววินาทีไม่รอดพ้นจากการสังเกตของไคเนน
"มันเป็นไปแล้ว เอลาร่า" ไคเนนพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น เขายื่นมือขวาออกไป ควบคุมหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าด้วยการปัดเพียงครั้งเดียว ข้อมูลโค้ดดิ้งสีแดงฉานพรั่งพรูออกมากลางอากาศ "และตอนนี้ คำสั่งจับกุมตัวคุณในข้อหากบฏต่อสภาดวงดาวกำลังจะถูกส่งไปยังศูนย์กลาง... เว้นแต่ว่าคุณจะมีคำอธิบายที่ดีกว่านี้"
ในขณะที่สถานการณ์กำลังมาถึงจุดแตกหัก เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นทั่วทั้งสถานีอวกาศ ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสลับกะพริบสาดส่องลงบนใบหน้าของคนทั้งคู่ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นสีเลือดในพริบตา
ประตูห้องควบคุมหลักที่เคยเปิดแง้มไว้ ถูกกระชากให้เปิดออกอย่างไร้ความปรานี แรงลมจากการลดความดันฉุกเฉินกรรโชกเข้ามาจนเส้นผมสีเข้มของเอลาร่าปลิวไสว ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะยุทธวิธีสีดำสนิทของหน่วยรบพิเศษปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับลำแสงเล็งเป้าสีแดงนับสิบจุดที่พุ่งตรงมายังพวกเขาทั้งสองคน
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเอลาร่าแทบหยุดเต้น และทำให้ไคเนนต้องชักอาวุธออกจากซองในทันที ไม่ใช่กลุ่มทหารติดอาวุธเหล่านั้น...
มันคือร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวพ้นเงาดำออกมา—บุคคลที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วในอุบัติเหตุระเบิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เมื่อสามปีก่อน บุคคลที่เป็นต้นตอของรอยแผลเป็นทั้งหมดในชีวิตของเธอ
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ ลูกพ่อ..." เสียงแหบพร่าเอ่ยทักทายขึ้นท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่กรีดร้องระรัว
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันมืดมิดและเปี่ยมด้วยปริศนานี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สูญญากาศแห่งศรัทธา: วิศวกรสาวกับผู้คุมกฎดาวเคราะห์•ตอนที่ 7
การตรวจสอบที่ไร้จุดจบ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูญญากาศแห่งศรัทธา: วิศวกรสาวกับผู้คุมกฎดาวเคราะห์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!