ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันเผลอทำแต้มบุญล้นสถาบันมหาเวท•ตอนที่ 26

ชื่อเสียงที่ไม่อยากได้

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
“ฉันไม่เคยอนุญาตให้นายเอาชื่อฉันไปพ่วงกับทฤษฎีเวทมนตร์วิปริตพวกนั้นเลยนะเซน” เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นพร้อมกับร่างโปร่งของเรนที่ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนโซฟากำมะหยี่สีเลือดหมูในห้องพักรับรองพิเศษของสภานักเรียน แสงไฟจากเวทมนตร์เรืองแสงบนเพดานส่องกระทบใบหน้าเนียนใสที่ฉายชัดถึงความเหนื่อยล้าเกินบรรยาย ในมือของเขาถือม้วนกระดาษรายงานเวทมนตร์บทที่สาม ซึ่งถูกคัดลอกและแจกจ่ายไปทั่วทั้งหอพักคณาจารย์และนักเรียนทุกชั้นปี... ด้วยฝีมือของคนตรงหน้าที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบชาเอิร์ลเกรย์ด้วยท่าทางสุขุมนุ่มลึกคนนั้น เซนวางถ้วยชาลงบนจานรองเสียงกระทบกันเบา กริ๊ง ดวงตาสีฟ้าคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายมองตรงมาที่ตัวปัญหาของสถาบันด้วยประกายระยิบระยับที่อ่านยาก “มันไม่ใช่ทฤษฎีวิปริตนะเรน มันคือ ‘การตีความขั้นสูง’ ที่ถูกกลั่นกรองมาจากโครงสร้างมานาที่นายแอบแก้ไขในห้องสอบภาคปฏิบัติเมื่อสัปดาห์ก่อนต่างหาก... ตอนนี้ศาสตราจารย์อัลแบร์ถึงกับเอาบันทึกของนายไปบรรจุไว้ในหลักสูตรลับของปีสามแล้วนะ” เรนสำลักน้ำลายตัวเองจนต้องลุกขึ้นมาไอโขลกๆ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอนาถใจ “หลักสูตรลับอะไรกัน! ฉันแค่... ฉันแค่ขี้เกียจท่องสูตรยาวสามหน้ากระดาษ ก็เลยรวบวงจรเวทให้มันสั้นลงเพื่อจะได้ส่งกระดาษคำตอบแล้วรีบกลับไปนอนห้องต่างหากเล่า!” “แต่นั่นแหละที่ทำให้คนอื่นมองว่ามันคือ ‘ความอัจฉริยะแบบเงียบงัน’” เสียงเคาะนิ้วบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กดังเป็นจังหวะ เซนโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่มักจะซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้เสมอถูกจุดขึ้น “นายกลกลายเป็น ‘อัจฉริยะเงา’ ที่พวกปีหนึ่งถึงปีสี่ต่างกราบไหว้บูชาในบอร์ดประกาศข่าวสาร นักเรียนหญิงจากคณะมนตราประยุกต์ถึงกับตั้งแฟนคลับ ‘สมาคมปกป้องรอยยิ้มของเรน’ ขึ้นมา และตอนนี้... พวกเธอกำลังยืนส่งเสียงกรี๊ดอยู่หน้าตึกสภานักเรียนเพื่อรอให้นายเดินออกไปแจกลายเซ็น” เรนเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าต่างกระจกสีที่ปิดสนิท ทว่าเสียงกึกก้องและเสียงตะโกนเรียกชื่อเขารำเซาะลอดเข้ามาให้ได้ยินอย่างชัดเจน ขนลุกชันไปทั่วร่างราวกับเจอวิญญาณอาฆาต สวรรค์! นี่เขาแค่อยากจะเป็นตัวประกอบสอบตกที่ใช้ชีวิตอย่างไร้ตัวตนในมุมมืดของโรงเรียนเวทมนตร์นะ ทำไมเส้นทางชีวิตถึงได้เลี้ยวลดคดเคี้ยวจนกลายเป็นไอดอลจำเป็นไปได้ล่ะเนี่ย! “นายต้องช่วยฉัน เซน... นายเป็นถึงประธานสภานักเรียนผู้ทรงอำนาจ สั่งสลายการชุมนุมหน้าตึกเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เรนพุ่งตัวเข้าไปคว้าชายเสื้อคลุมของอีกฝ่าย เขย่าเบาๆ ด้วยแววตาวิงวอนที่ทำเอาหัวใจของคนถูกขอร้องกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ เซนมองมือนุ่มที่กำเสื้อตนเองไว้แน่น นัยน์ตาสีฟ้าเข้มลึกซึ้งขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะยกย่องขึ้นอย่างนึกสนุก “ช่วยน่ะช่วยได้... แต่การที่ ‘อัจฉริยะเงา’ อย่างนายจะเดินออกไปโดยไม่มีใครกล้ารบกวนอีก มันมีราคาที่ต้องจ่ายนะเรน” “ราคาอะไรอีกเล่า เงินในกระเป๋าฉันเหลือแค่สามเหรียญทองแดงนะ!” “ฉันไม่ได้ต้องการเงิน” เซนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปรดปรานก้าวเข้ามาประชิดตัวเรนทีละน้อยจนแผ่นหลังของคนตัวเล็กชนเข้ากับพนักโซฟา บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา กลิ่นอายมานาบริสุทธิ์รอบตัวเซนแผ่ซ่านออกมากดดันบรรยากาศโดยรอบให้เงียบสงบลงอย่างน่าประหลาด “สิ่งที่ฉันต้องการ... คือการที่นายต้องยอมเป็น ‘ที่ปรึกษาพิเศษ’ ส่วนตัวให้ฉันในคาบฝึกปฏิบัติเวทมนตร์โบราณตลอดเทอมนี้... แบบตัวต่อตัว และไม่มีข้อแม้” เรนอ้าปากค้าง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เวทมนตร์โบราณบ้าบออะไรนั่นขึ้นชื่อเรื่องความยากระดับนรกแตกและอาจารย์ผู้สอนก็โหดเหี้ยมที่สุดในสถาบัน การไปนั่งเป็นที่ปรึกษาให้ประธานสภานักเรียนคนนี้ เท่ากับการเอาขาข้างหนึ่งไปก้าวอยู่ในหลุมศพชัดๆ! “นี่นายกำลังแบล็กเมล์ฉันชัดๆ!” เรนโวยวาย หน้าแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ “ไม่ใช่แบล็กเมล์... แต่เป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ร่วมกันต่างหาก” เซนโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียนจนเรนต้องหลบสายตา “นายช่วยฉันรักษาภาพลักษณ์ประธานนักเรียนที่ไม่เคยตกม้าตาย ส่วนฉันจะกวาดล้างชื่อเสียง ‘อัจฉริยะเงา’ ของนายให้หายไปจากสารบบ... ดีลไหมล่ะ?” เรนเม้มริมฝีปากแน่นอย่างชั่งใจ เสียงกรี๊ดด้านนอกยังคงดังระงับไม่ขาดสาย ชื่อเสียงจอมปลอมที่น่าขนลุกพวกนั้นกำลังไล่ล่าเขาเข้ามาทุกที หากเลือกทางนี้ เขาก็แค่ต้องไปนั่งปั้นหน้าตายติวหนังสือให้พ่อหนุ่มปีศาจตรงหน้า... ซึ่งถึงจะน่ารำคาญแต่ก็ยังดีกว่าการถูกรุมล้อมทึ้งทึงจากพวกคลั่งไคล้เวทมนตร์ “...ก็ได้! แต่ถ้านายกล้าโกหกฉันแม้แต่นิดเดียว ฉันจะสาปให้นายกินพุดดิ้งรสเกลือไปตลอดชีวิตเลยคอยดู!” เรนกัดฟันตอบรับด้วยความจำยอม เซนหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เป็นเสียงหัวเราะที่ทุ้มนุ่มและมีเสน่ห์ร้ายกาจจนเรนเผลอชะงักไปชั่วขณะ “ตกลงตามนี้” ทว่า ในวินาทีที่เรนกำลังจะผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่างเพื่อจัดระเบียบร่างกาย เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็พลันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาณาเขตสถาบันมหาเวท แสงไฟเวทมนตร์สีฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเลือดในพริบตา แรงกดดันมหาศาลจากมานาที่ไม่รู้จักพุ่งทะยานขึ้นมาจากชั้นใต้ดินลึกสุดขั้ว—ชั้นที่ถูกผนึกตายตัวมานานนับร้อยปี! *ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!* พื้นห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนแก้วชาบนโต๊ะล้มคว่ำ เซนหุบยิ้มทันที แววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดดุดันในเสี้ยววินาที “นั่นมัน... ผนึกของห้องคลังสมบัติบรรพกาล ถูกทำลายแล้ว?” เรนหน้าถอดสี หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ระบบเสียงแจ้งเตือนประหลาดที่เขาปิดตายมาตลอดนับเดือน กลับดังขึ้นในหัวสมองอย่างกะทันหันด้วยเสียงที่เย็นเยียบและไร้อารมณ์: *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการตื่น 010% ของ ‘ราชันอสูรบรรพกาล’ เงื่อนไขการกระตุ้น: ความโดดเด่นเกินขีดจำกัดของโฮสต์ดึงดูดภัยพิบัติระดับมิติลี้ลับ]* *[ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: หลบหนีออกจากพื้นที่เขตหวงห้ามก่อนที่ประตูมิติจะปิดตาย — หากล้มเหลว โฮสต์จะถูกผนึกพร้อมกับบอสลับชั่วนิรันดร์]* เรนหันขวับไปมองเซนที่กำลังร่ายเวทสร้างเกราะป้องกันรอบตัว ทว่าก่อนที่ใครจะได้พูดอะไร ประตูไม้บานใหญ่ของห้องพักรับรองก็ถูกระเบิดออกเป็นจุลด้วยคลื่นความมืดสีดำสนิท พร้อมกับเงาร่างมหึมาที่มีดวงตาสสีแดงฉานนับร้อยคู่พุ่งทะยานผ่านกลุ่มควันเข้ามาในห้อง... และเป้าหมายของมัน ไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือตัวเรนที่ยืนอยู่ใจกลางห้อง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงเชียร์ให้เรนผู้รักสงบคนนี้รอดพ้นจากเงื้อมมือความวุ่นวายมาจนถึงตอนนี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า—แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันเผลอทำแต้มบุญล้นสถาบันมหาเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%