"พิมพ์เขียวงบประมาณการฟื้นฟูเขตเวทมนตร์ชั้นใน... ถูกตีตกโดยสำนักงานตรวจสอบกลางด้วยเหตุผล 'มีความเสี่ยงในการใช้งบเกินขอบเขต' ค่ะ ท่านประธาน"
เสียงรายงานของเลขานุการสาวประจำสภานักเรียนดังแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความกดดันชนิดที่แทบจะควบแน่นเป็นหยดน้ำบนผิวโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท เรนถอนหายใจยาวเหยียดขณะทิ้งน้ำหนักตัวลงพิงพนักเก้าอี้บุหนังอย่างอ่อนล้า ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองเอกสารนับสิบฉบับที่กองสุมอยู่ตรงหน้า เอกสารเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำปฏิเสธธรรมดา แต่มันคือหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรที่ฟ้องว่า—กระแสสังคมกำลังบีpคั้นสภานักเรียนจนมุมทีละน้อย
นับตั้งแต่เหตุการณ์ความวุ่นวายในพิธีประเมินพลังครั้งก่อน ชื่อของเรนในฐานะ 'ตัวประกอบผู้รอดชีวิตจากความซวย' ไม่ได้ทำให้ชีวิตสงบสุขตามที่วาดฝันไว้อีกต่อไป ตรงกันข้าม โลกโซเชียลเวทมนตร์และหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับต่างพากันตีแผ่บทความพาดหัวตัวโตโจมตีการทำงานของสภา โดยมีเป้าหมายพุ่งตรงมาที่เขา—เด็กหนุ่มผู้สอบตกวิชาเวทพื้นฐานแต่กลับมีอิทธิพลเหนือกว่าผู้ทรงคุณวุฒิ
"พวกเขากำลังเล่นเกมจิตวิทยา" เรนพึมพำเบาๆ นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอเพื่อประมวลผลข้อมูล "การตัดงบฟื้นฟูไม่ได้ทำเพราะกลัวงบหมด แต่จงใจให้ประชาชนมองว่าพวกเราไร้ความสามารถในการบริหารจัดการภัยพิบัติ... ถ้าชาวเมืองเริ่มหมดศรัทธาในสภา ตำแหน่งประธานของเซนก็จะสั่นคลอนตามไปด้วย"
"และเป้าหมายสูงสุดของพวกมันคือการรื้อถอนโครงสร้างอำนาจภายในสถาบันมหาเวท เพื่อเปิดทางให้กลุ่มตระกูลขุนนางเก่าแก่เข้ามาแทรกแซง"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบดังขึ้นจากมุมห้อง เซนก้าวเท้าออกมาจากเงามืดของชั้นหนังสือ แสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟตั้งโต๊ะสะท้อนลงบนเรือนผมสีเงินยวงและดวงตาสคมเข้มที่ฉายแววเย็นเยียบ ร่างสูงโปรดในชุดยูนิฟอร์มสภาเนี้ยบกริบเดินตรงมาหยุดยืนข้างเก้าอี้ของเรน ก่อนจะโน้มตัวลงเล็กน้อย มือหนาวางทับลงบนพนักพิงใกล้กับไหล่บางของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะเพื่อร่วมตรวจดูเอกสาร
เรนเหลือบมองคนตัวสูงที่ฉวยโอกาสเข้ามาประชิดตัวโดยอ้างเรื่องงาน ทว่าความอบอุ่นจากฝ่ามือที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้ากลับช่วยบรรเทาความตึงเครียดในอกได้อย่างน่าประหลาด "นายควรจะพักผ่อนบ้างนะเซน หน้าตานายดูแย่กว่าฉันเสียอีก... โดนกระแสโจมตีหนักขนาดนี้ ประธานคนเก่งของเรายังไหวอยู่หรือเปล่าคะ?"
เซนเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางเบา เป็นรอยยิ้มที่มีเพียงเรนเท่านั้นที่จะได้เห็น "ถ้าฉันมัวแต่กังวลเรื่องคำครหาไร้สาระพวกนั้น ฉันคงไม่มีเวลามานั่งสังเกตหรอกว่า... เธอกำลังแอบซ่อนรายงานการสืบสวนลับเกี่ยวกับกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังการปล่อยข่าวไว้ใต้กองกระดาษรีไซเคิลพวกนั้น"
เรนสะดุ้งเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ รีบเอื้อมมือไปคว้าแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลมากอดไว้แนบอก ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด "นายตาสว่างเกินไปแล้วนะเซน! ฉันแค่ไม่อยากให้ปัญหามันลุกลามจนรบกวนเวลานอนกลางวันของฉันต่างหาก"
"เวลานอนกลางวัน?" เซนทวนคำ น้ำเสียงเจือความเอ็นดูระคนระอาใจ "เรน... ตอนนี้หน้าปกนิตยสารเวทมนตร์รายสัปดาห์ตีพิมพ์รูปเธอพร้อมข้อความว่า 'ภัยเงียบแห่งสถาบัน: ตัวประกอบจอมปลอมผู้ชักใยเบื้องหลังประธาน' ไปทั่วเมืองแล้ว เธอยังคิดว่าตัวเองเป็นแค่นักเรียนธรรมดาที่นอนกลางวันได้อยู่อีกงั้นเหรอ?"
คำพูดของเซนไม่ใช่การกล่าวเกินจริงเลยแม้แต่น้อย บรรยากาศภายนอกอาคารเรียนยามนี้คุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด ข่าวลือที่ถูกปั่นแต่งขึ้นโดยกลุ่มสื่อที่รับสินบนจากตระกูลขุนนางกำลังล้างสมองนักเรียนส่วนใหญ่ในสถาบันมหาเวท สายตาหลายคู่ที่เคยชื่นชมหรือเฉยเมย บัดนี้เปลี่ยนเป็นความหวาดระแวงและรังเกียจ ทุกย่างก้าวที่เรนเดินผ่านทางเดินหินอ่อน มักจะมีเสียงซุบซิบนินทาและสายตาดดูแคลนคอยทิ่มแทงราวกับเข็มหมุด
"ปล่อยพวกเขาพูดไปเถอะค่ะ" เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะเดินเคียงคู่เซนไปตามระเบียงทางเดินเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องประชุมใหญ่ "ยิ่งคนพวกนั้นพยายามสร้างกระแสกดดันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งแสดงว่าพวกเขากำลังกลัว... กลัวว่าความจริงบางอย่างที่สภาถือครองอยู่จะถูกเปิดเผยออกมา"
"แล้วเธอคิดว่าความจริงที่ว่านั่น คืออะไรล่ะ?" เซนถามหยั่งเชิง สายตากวาดมองไปยังกลุ่มนักเรียนชั้นปีที่สามที่กำลังรวมตัวกันจับกลุ่มซุบซิบและจ้องมองมาทางพวกเขาด้วยแววตาเป็นศัตรู
"รอยแยกพลังงานใต้ดินชั้นที่เจ็ด..." เรนหยุดเดินกะทันหัน ดวงตาคู่คมประกายแสงวาบด้วยไหวพริบอันเฉียบคม "เอกสารที่ถูกตีตกไม่ได้หมายความว่าโครงการล่ม แต่มันหมายความว่า 'พวกมัน' ต้องการปิดกั้นไม่ให้เราเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ตรงนั้นต่างหาก เพราะบริเวณใกล้กับรอยแยก เป็นจุดที่ตระกูลขุนนางบางตระกูลกำลังลักลอบใช้พลังเวทมนตร์ต้องห้ามในการทดลองบางอย่างอยู่"
เซนหยุดเดินตามและหันมามองคนข้างกายเต็มตา แววตาของประธานหนุ่มฉายประกายความพึงพอใจและทึ่งในความฉลาดปราดเปรื่องของเรนทุกครั้งไป "สมกับที่เป็นคนของฉัน... คิดตรงกันไม่มีผิด"
"ใครเป็นคนของนายกัน พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะค่ะ ประธาน" เรนแก้เขินด้วยการค้อนใส่หนึ่งวงโต ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้โต้เถียงอะไรกันต่อ เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินเบื้องหน้า
กลุ่มคนในชุดคลุมสีเทาเข้มขลิบทอง—หน่วยตรวจสอบพิเศษแห่งสภาสูงก้าวเข้ามาขวางทางเดินเอาไว้ทั้งหมด ผู้นำกลุ่มคือชายวัยกลางคนท่าทางเคร่งขรึม สวมแว่นตากรอบทองที่สะท้อนแสงไฟวับวาว เขาคือ 'ท่านอธิบดีกรมควบคุมกฎระเบียบ' ผู้มีอำนาจรองจากผู้อำนวยการสถาบันเพียงคนเดียว
"ท่านประธานเซน และคุณเรน" น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดังขึ้น ท่ามกลางเหล่านักเรียนที่หยุดยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น "พวกเราได้รับคำสั่งเร่งด่วนจากสภาสูง ให้มาทำการอายัดเอกสารทั้งหมดของสภานักเรียน และ..."
ชายวัยกลางคนหยุดเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาคมกริบมาจดจ้องที่เรนโดยตรง "ควบคุมตัวคุณเรนในฐานะผู้ต้องสงสัยพัวพันกับการรั่วไหลของข้อมูลลับระดับชาติ และการใช้เวทมนตร์นอกรีตสร้างความปั่นป่วนในสถาบัน"
สิ้นคำประกาศนั้น เสียงฮือฮาก็ดังกระหึ่มขึ้นทั่วโถงทางเดิน นักเรียนหลายคนเริ่มส่งเสียงโห่ร้องด้วยความเข้าใจผิดจากกระแสสังคมที่ถูกปثกปั่นมาตลอดสัปดาห์ บรรยากาศกดดันพุ่งสูงถึงขีดสุดราวกับพายุที่กำลังก่อตัว
เซนก้าวเท้าขยับมาบังร่างของเรไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ รังสีเวทมนตร์สีเงินยวดยะเยือกแผ่ขยายออกรอบตัวจนอุณหภูมิในรัศมีสามเมตรลดฮวบลงทันที ดวงตาคมดุจพญาอินทรีย์จ้องมองอธิบดีด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "คุณไม่มีสิทธิ์แตะต้องคนของผม... และคำสั่งบ้าๆ นี่ก็ไม่ผ่านการอนุมัติจากสภานักเรียน"
"อำนาจของสภาสูงเหนือกว่าสภานักเรียนเสมอครับ ท่านประธาน... ถอยไปเถอะครับ มิฉะนั้นท่านอาจจะโดนข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ไปด้วย" อธิบดีกรมควบคุมกฎระเบียบยิ้มเยาะอย่างผู้กุมชัยชนะ พร้อม1มือยกคถาเวทขึ้นเตรียมร่ายอาคมกัก
เรนที่ยืนอยู่ด้านหลังเอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อของเซนเบาๆ เป็นเชิงห้ามปรามไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ ใบหน้าหวานไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มุมปากระบายรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้อธิบดีถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
"คิดว่าใช้อำนาจกดดันแบบนี้แล้วฉันจะจนมุมสินะคะ..." เรนก้าวออกมาเผชิญหน้าตรงๆ น้ำเสียงใสกังวานดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินที่เงียบสงบลงอย่างประหลาด "แต่ก่อนจะจับตัวฉัน... ช่วยตอบคำถามข้อนี้ให้ชื่นใจหน่อยได้ไหมคะ ว่าเอกสารอนุมัติงบของตระกูลท่าน ที่แอบโยกย้ายเงินกองทุนการศึกษาไปใช้สร้างห้องทดลองใต้ดินชั้นเจ็ดเมื่อสามวันก่อน... ตอนนี้มันไปซ่อนอยู่ที่ไหนกันแน่?"
สีหน้าของอธิบดีเปลี่ยนสีฉับพลัน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามขมับอย่างปิดไม่มิด
ในเสี้ยววินาทีที่ความตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้าของศัตรู หน้าต่างแจ้งเตือนโปร่งใสสีทองอร่ามก็ดีดเด้งขึ้นตรงหน้าเรนด้วยเสียงสัญญาณเตือนที่ดังกระหึ่มก้องกังวานในโสตประสาท
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความพยายามปิดปากพยานระดับ SSS!]
[เงื่อนไขลับปลดล็อก: เผยแพร่หลักฐานทุจริตสู่เครือข่ายสาธารณะสำเร็จ 100%]
[คำเตือน: บุคคลปริศนาจากมิติเบื้องล่างกำลังลืมตาตื่นจากการหลับใหล... และเป้าหมายแรกของมันคือผู้ที่ถือครองกุญแจดอกสุดท้าย]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงบ่าเคียงไหล่ และส่งเสียงเชียร์ให้เรนและเซนผ่านมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า—แอสทริดธาตุมนต์
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันเผลอทำแต้มบุญล้นสถาบันมหาเวท•ตอนที่ 33
โรงเรียนต้องโทษ
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันเผลอทำแต้มบุญล้นสถาบันมหาเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!