“ถ้าคุณยังเอาแต่วาดวงเวทย์ผิดองศาแบบนี้ เกรงว่าแปลงดอกไม้หลังเรือนกระจกคงได้กลายเป็นทุ่งปะทะระเบิดอัคคีรอบที่สามของเดือนนะคะคุณเรน”
เสียงถอนหายใจยาวนานที่เจือด้วยความระอาเล็กๆ ดังขึ้นเหนือหัว ขณะที่ฉัน—เรน กำลังนั่งยองๆ ใช้ช้อนส้อมเงินเขี่ยดินร่วนซุยเพื่อฝังผลึกมานาธาตุลมลงไปตามตำราการเกษตรเวทมนตร์ ฉันทຳเป็นหูทวนลม แสร้งทำเป็นสนใจไส้เดือนดินตัวจิ๋วที่กำลังดิ้นหนีแสงแดด มากกว่าใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ตอนนี้โน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับกลุ่มผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงของฉัน
ให้ตายเถอะ นี่มันคือสัปดาห์แรกของกิจกรรมชมรมนะ! ตามแผนการใช้ชีวิตแบบตัวประกอบที่ฉันวางไว้ ฉันควรจะแอบองุ่นเน่าอยู่ในมุมอับสายตาของชมรมพฤกษาศาสตร์ กินขนมปังอบชีสเงียบๆ และปล่อยให้พวกตัวเอกเขาไปกู้โลกกันเองสิ ทำไมฉันถึงต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งรับการ ‘ฝึกสอนตัวต่อตัว’ จากประธานสภานักเรียนผู้เพียบพร้อมอย่างเซนด้วยเล่า
“ถ้าองศามันจะเพี้ยนไปสักสามลิปดา มันก็แค่ทำให้ดอกไม้โตเร็วขึ้นไม่ใช่เหรอคะท่านประธาน... หรือว่าคุณกลัวว่าแปลงดอกไม้ของสภานักเรียนจะสวยสู้แปลงของฉันไม่ได้กันแน่” ฉันเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษไปให้หนึ่งกรุบ
เซนไม่เพียงไม่สะท้าน เขากลับย่อตัวลงมาในระดับสายตาเดียวกัน นิ้วเรียวยาวที่มักจะใช้พลิกเอกสารงบประมาณนับล้านเหรียญเอื้อมมาปัดเศษดินที่เปื้อนแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบอย่างไม่ควรจะเป็น กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและสนป่าลอยวนอยู่รอบตัว จนฉันต้องรีบเบนสายตาหนี
“ไม่ใช่กลัวดอกไม้ไม่สวยค่ะ... แต่ฉันกลัวว่าคนปลูกจะระเบิดตัวเองหายไปจากหอคอยเวทเสียก่อน” เซนกระซิบเสียงต่ำ น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจลากเสียงยาวตรงคำว่า *‘คนปลูก’* ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง “จำไม่ได้หรือคะว่าสัญญาระหว่างเราคืออะไร... ในฐานะ ‘ผู้รับผิดชอบดูแลความประพฤติ’ ฉันมีสิทธิ์ทุกประการที่จะควบคุมตัวเธอให้อยู่ในรัศมีสายตาตลอดเวลาที่มีกิจกรรมชมรม”
นี่แหละคือปัญหา...
ย้อนกลับไปเมื่อสองวันก่อน หลังจากที่ฉันเผลอปล่อยพลังมานาล้นทะลักใส่สนามประลองจนเครื่องวัดแต้มบุญของสถาบันพังยับเยิน แทนที่ฉันจะถูกไล่ออกหรือโดนทำทัณฑ์บนตามบทบาทตัวประกอบที่ควรจะเป็น เซนกลับใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายดึงตัวฉันมาไว้ใต้สังกัดสภานักเรียนในฐานะ ‘กรณีศึกษาพิเศษ’ และเขาก็สวมรอยกลายมาเป็นผู้ฝึกสอนส่วนตัวให้ฉันในทุกๆ กิจกรรมชมรมอย่างไร้ทางหลีกเลี่ยง
“ฉันแค่อยากเป็นตัวประกอบที่สอบตกเงียบๆ นะคะ ทำไมคุณต้องขยันดึงฉันขึ้นมาอยู่กลางแสงไฟนักเล่า” ฉันบ่นพึมพำขณะใช้ช้อนขุดดินต่ออย่างหงุดหงิด
“ตัวประกอบงั้นเหรอ?” เซนหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทั้งน่าหมั่นไส้และทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน “คนที่มีแต้มบุญทะลุเพดานจนระบบแจ้งเตือนสีแดงกระพริบทั่วสถาบันเมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่มีสิทธิ์ใช้คำว่า ‘ตัวประกอบ’ กับตัวเองอีกแล้วค่ะ... และอีกอย่างนะเรน ฉันไม่ชอบให้ใครมองเธอด้วยสายตาแบบที่พวกปีสามฝั่งเวทมนตร์ต่อสู้กำลังมองมาทางนี้เลยสักนิด”
ฉันชะงัก ชำเลืองสายตาไปยังระเบียงทางเดินหินอ่อนฝั่งตรงข้าม กลุ่มนักเรียนชายปีสามกลุ่มใหญ่กำลังยืนรวมตัวกัน สายตาส่วนใหญ่จ้องมองมาที่เราสองคน—โดยเฉพาะเซน—ด้วยความรู้สึกที่ผสม The Envy และความสงสัยระคนกัน แน่ล่ะ ประธานสภานักเรียนผู้เย็นชาและไม่เคยชายตาแลใครคนนี้ กำลังนั่งยองๆ คลุกดินอยู่ข้างเด็กปีหนึ่งหางแถวอย่างฉัน ภาพนี้มันชวนให้เพ้อเจ้อไปไกลยิ่งกว่านิยายรักแฟนตาซีสามเล่มจบเสียอีก
“พวกเขาแค่มองเพราะคุณมาทำตัวแปลกแยกต่างหากค่ะ ถอยไปหน่อยสิคะ ดินมันเลอะเสื้อคุณหมดแล้ว” ฉันพยายามดันไหล่กว้างนั้นออกเบาๆ แต่เซนกลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับ เขากลับคว้าข้อมือฉันไว้ รั้งให้มือของฉันทาบลงไปบนผลึกมานาในดินพร้อมกับมือของเขา
ผิวสัมผัสที่อุ่นจัดทำให้ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหน้า มานาในตัวของเซนไหลทะลักเข้ามาผสมผสานกับกระแสเวทในร่างของฉันอย่างแนบเนียน มันไม่ใช่การบังคับขู่เข็ญ แต่มันคือการ ‘จูนคลื่น’ พลังที่อันตรายและสนิทแนบแน่นเสียจนฉันแทบจะหยุดหายใจ แสงสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นใต้ผืนดิน รากไม้สีทองทอประกายระยิบระยับพุ่งทะยานขึ้นโอบล้อมรอบตัวเรา ชั่วพริบตาเดียว แปลงดอกไม้ที่เคยเหี่ยวเฉากลับเบ่งบานกลีบสีม่วงเข้มส่งกลิ่นหอมหวานตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
“เห็นไหมคะ... ถ้าเธอเรียนรู้ที่จะใช้พลังร่วมกับฉันแต่โดยดี เธอก็ไม่ต้องเหนื่อยมานั่งขุดดินแบบนี้หรอก” เซนโน้มใบหน้าลงมาใกล้ข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้ฉันตัวแข็งทื่อ “และจำไว้นะคะเรน... ต่อให้เธอพยายามซ่อนตัวแค่ไหน แต่ถ้าเธอยังเปล่งประกายแบบนี้ออกมา... ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนลากเธอออกมาให้ทุกคนได้เห็นเอง”
ก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากเถียง เสียงระฆังเตือนหมดเวลาชมรมก็ดังขึ้นกังวานไปทั่วสถาบัน พร้อมๆ กับหน้าต่างระบบโปร่งใสสีฟ้าที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าอย่างไร้สัญญาณเตือน—
[ติ๊ง! ตรวจพบการพ้องประสานของมานาเกินขีดจำกัดระดับ SSS ระหว่างตัวละครหลักและเป้าหมาย]
[ระบบปลดล็อกภารกิจลับพิเศษ: ‘พันธนาการแห่งเงาจันทร์’ — เงื่อนไข: ต้องร่วมมือกับประธานสภานักเรียนไขปริศนาหอคอยร้างภายในคืนนี้ มิฉะนั้นพลังมานาในร่างจะเกิดการตีกลับและระเบิดสถาบันมหาเวทให้ราบเป็นหน้ากลอง]
[คำเตือนจากระบบ: เวลาถอยหลัง 00:59:59 นาที... ขอให้โชคดีค่ะท่านตัวประกอบ]
แอสทริดธาตุมนต์ขอฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ!
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันเผลอทำแต้มบุญล้นสถาบันมหาเวท•ตอนที่ 14
เปิดเทอมที่ดูเหมือนจะไม่ปกติ
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันเผลอทำแต้มบุญล้นสถาบันมหาเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!