“ถ้าคุณคิดว่าการซ่อนอดีตไว้ใต้ฝุ่นผงของภาพวาดจะทำให้ความจริงตายไปพร้อมกับพวกเขา คุณคิดผิดมหันต์นะคะ คุณหญิงเพ็ญแข”
รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นไหวอย่างรุนแรงอยู่ในอก เธอไม่ได้หันไปมองสตรีผู้สูงศักดิ์ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง สายตาของเธอตรึงอยู่กับบานกระจกเงาโบราณบานใหญ่ในห้องเก็บของชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติ ซึ่งบัดนี้คราบฝุ่นเกาะหนาจนเกือบจะบดบังเงาสะท้อน แต่มันกลับเปล่งประกายประหลาดท่ามกลางความมืดมิด
“เธอเพ้อเจ้ออะไร รินรดา” เสียงของคุณหญิงเพ็ญแขเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่เคลือบไว้ด้วยกำมะหยี่ “กลับขึ้นไปข้างบนเสีย อย่าให้ฉันต้องใช้วิธีที่รุนแรงกับเด็กที่ฉันอุปการะมา”
“อุปการะ... หรือคุมขังคะ?”
รินรดาแค่นยิ้ม มือที่เปื้อนสีน้ำมันจากการทำงานตลอดทั้งวันเอื้อมไปแตะผิวแก้วที่เย็นเยียบ เธอหลับตาลง พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย เมื่อปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับรอยร้าวบนมุมกระจก พลังงานบางอย่าง—หรืออาจเป็นความกดดันที่ถูกกักเก็บไว้ในผนังห้องนี้—ก็เริ่มแปรเปลี่ยน กระจกที่ควรจะสะท้อนภาพห้องเก็บของมืดมิด กลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นภาพเหตุการณ์ในคืนฝนตกเมื่อยี่สิบปีก่อน
ในเงาสะท้อนนั้น... รินรดาเห็นภาพตัวเองในวัยห้าขวบ กอดตุ๊กตาหมีเน่าเปื่อยหลบอยู่หลังตู้หนังสือใหญ่ พ่อของเธอกำลังโต้เถียงอย่างดุเดือดกับใครบางคนในห้องทำงาน เสียงกระจกแตกดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงปืนหนึ่งนัดที่กรีดร้องผ่านความเงียบ
“หยุดดูเดี๋ยวนี้!” คุณหญิงเพ็ญแขถลันเข้ามาหมายจะผลักรินรดาให้ออกห่างจากกระจก ทว่าร่างของหญิงสาวกลับแข็งค้างดุจรูปปั้นหิน
ภาพในกระจกขยับเปลี่ยนมุมมอง ราวกับมันกำลังบันทึก ‘ความจริง’ ที่ถูกบิดเบือนเอาไว้ ธันวา—ชายหนุ่มผู้ดูเหมือนจะอยู่ข้างเธอมาตลอด—ปรากฏตัวขึ้นในเงาสะท้อนนั้น เขายืนกอดอกมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยสายตาที่เย็นชาผิดกับที่รินรดาเคยรู้จัก รอยยิ้มมุมปากของเขามันช่างน่ารังเกียจ เขาไม่ได้พยายามช่วยใครเลย เขากลับเป็นคนหยิบปืนกระบอกนั้นขึ้นมาวางไว้ในมือของมารดาเธอที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น เพื่อจัดฉากให้ดูเหมือนเป็นการฆ่าตัวตาย
รินรดาลืมตาโพลง ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในกระแสเลือดจนมือสั่นเทา เธอหันกลับไปมองความจริงที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ใบหน้าของคุณหญิงเพ็ญแขบัดนี้ซีดเผือดราวกับศพ
“คุณไม่ได้ทำคนเดียว...” รินรดาเค้นเสียงผ่านไรฟัน “ธันวา... เขาอยู่กับคุณมาตลอด เขาคือหมากตัวสำคัญที่คุณส่งมาเพื่อจับตาดูฉัน เพื่อให้แน่ใจว่าฉันจะไม่มีวันนึกออกว่าใครกันแน่ที่เป็นคนลั่นไก”
“รินรดา ฟังฉันก่อน...” ธันวาเดินก้าวออกมาจากเงามืดของบันไดไม้เก่าๆ เสียงฝีเท้าของเขามั่นคงและเยือกเย็น ต่างจากธันวาผู้แสนอบอุ่นที่เธอเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้มีท่าทีสำนึกผิดแม้แต่น้อย
“ฉันหวังว่าเธอจะฉลาดกว่านี้” ธันวาเอ่ยขึ้น พลางขยับเนกไทอย่างใจเย็น “งานซ่อมภาพวาดมันเป็นเพียงฉากหน้า แต่สิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ คือการตรวจสอบว่าเธอยังเก็บกุญแจดอกนั้นไว้ที่ไหน... กุญแจที่พ่อเธอใช้ไขเข้าถึงบัญชีลับที่ทำลายตระกูลวรโชติได้ทั้งตระกูล”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องใต้ดินชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ไหลรินลงมาจากเพดาน กระจกเงาบานนั้นเริ่มแตกร้าวมากขึ้นทีละน้อย ราวกับมันรับน้ำหนักของความจริงที่หนักอึ้งเกินไปไม่ไหว รินรดามองธันวาแล้วมองคุณหญิงเพ็ญแข เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางสู้สองคนนี้ได้ด้วยมือเปล่า แต่ทว่า... กุญแจที่เขาตามหานั้น เธอไม่ได้ซ่อนไว้ที่ไหนไกลเลย
รินรดายกมือขึ้นแตะสร้อยคอรูปทรงแปลกตาที่สวมใส่อยู่ใต้เสื้อเสมอมา มันคือเศษกระจกชิ้นที่แตกออกมาจากบานนี้ในคืนนั้น เธอค่อยๆ ดึงมันออกมาจนแสงไฟจากโคมไฟสลัวกระทบเข้ากับตัวอักษรที่สลักอยู่หลังชิ้นกระจก
“ถ้าพวกคุณอยากได้มันนัก ก็ลองมาเอาไปพร้อมกับความตายของฉันดูสิคะ”
รินรดาตัดสินใจก้าวถอยหลังไปชิดกำแพงหินที่ดูเปราะบาง ก่อนจะหยิบเหล็กแหลมสำหรับแกะสลักภาพวาดในกระเป๋าขึ้นมา แล้วกระแทกมันเข้ากับจุดยุทธศาสตร์ของเสาไม้ค้ำยันเพดานที่ผุพัง แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารเก่าแก่ทั้งหลังสั่นคลอน เศษหินและฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ธันวาพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าตัวเธอ แต่ทว่าผนังหินเบื้องหลังรินรดากลับยุบตัวลงเผยให้เห็นช่องลับที่ไม่มีใครคาดคิด ร่างของรินรดาเสียหลักร่วงหล่นลงไปในความมืดมิดพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของโชคชะตา ทิ้งให้ธันวาและคุณหญิงเพ็ญแขยืนตะลึงงันอยู่เบื้องบนหน้าช่องว่างที่ปิดตายลงอีกครั้ง
แต่ในวินาทีที่แสงสุดท้ายหายไป รินรดาได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง... มันเป็นเสียงของพ่อเธอที่ดังก้องอยู่ในหัว ราวกับความตายไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของแผนการที่เขาวางไว้เพื่อรอวันเอาคืน
กำมะหยี่สีแดงหวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของคุณผู้อ่านเต้นไม่เป็นจังหวะนะคะ เพราะความลับที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดินนั้น... มันกำลังจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของทุกคนไปตลอดกาลค่ะ
รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต•ตอนที่ 19
ความจริงในกระจกเงา
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!