รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต•ตอนที่ 4

เงาสะท้อนในกระจก

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
กลิ่นคาวสนิมจางๆ จากเศษปูนที่เพิ่งร่วงหล่นยังไม่จางหายไปจากปลายจมูก ทว่าความหนתเหน็บที่กัดเซาะลงมาถึงกระดูกดำนั้น กลับมาจากดวงตาสีดำสนิทของธันวา ชายหนุ่มผู้ยืนค้ำร่างของรินรดาที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเย็นเยียบ "ลุกขึ้นเถอะค่ะ ริน... การแสดงความอ่อนแอให้ 'ผู้ชม' เห็นในตอนนี้ ไม่ใช่ความคิดที่ดีนักหว่า" น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของความตกใจราวกับว่าเขารู้ถึงการมีอยู่ของเลนส์สีแดงดวงนั้นมาตั้งแต่แรกแล้ว รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความโกรธเกรี้ยวระลอกใหญ่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เธอใช้มือยันพื้นกระเบื้อง พยุงร่างที่สั่นเทาของตัวเองลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มผู้ซ่อนคมเขี้ยวไว้ใต้รอยยิ้มสุภาพ "คุณเป็นใครกันแน่... ธันวา" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายยังคงชาหนึบด้วยความตื่นตระหนก สายตาเหลือบไปมองกล้องตัวจิ๋วที่ยังคงกะพริบไฟสีแดงล่อแหลมราวกับดวงตาของปีศาจที่กำลังจ้องมองความพินาศของเธอ "คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว ทำไมคุณถึงพาตัวเองเข้ามาในบ้านหลังนี้" ธันวาไม่ตอบในทันที เขาก้มลงเก็บมีดแกะสลักเข้าซองหนังอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ประกายในดวงตาคู่นั้นลึกล้ำเกินกว่าที่เธอจะหยั่งถึง "มีคำถามมากมายเหลือเกินนะคะ ริน แต่บางที... สิ่งที่คุณควรสงสัยตอนนี้ อาจไม่ใช่ตัวฉัน แต่เป็นเงาที่กำลังขยับอยู่ข้างหลังคุณต่างหาก" คำพูดนั้นทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง รินรดารีบหันขวับกลับไปมองทางห้องโถงใหญ่ทันที ความเงียบงันยามวิกาลเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นโครมคราม แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอกลับไม่ใช่ความมืดมิด หากแต่เป็น **"กระจกเงาบานใหญ่"** กรอบไม้แกะสลักลายโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมผนัง กระจกบานนั้น... กำลังสั่นไหว ไม่ใช่ภาพสะท้อนที่บิดเบี้ยวตามผิวเนื้อกระจกเก่า แต่มันคือการสั่นสะเทือนจากโครงสร้างภายใน ราวกับมีบางสิ่งพยายามจะดันทะลักออกมาจากด้านหลังกระจกเงาบานนั้น ผิวหน้ากระจกเกิดรอยร้าวเป็นเส้นใยแมงมุมแผ่ขยายออกช้าๆ พร้อมกับเสียงกรีดแหลมเล็กคล้ายเสียงโลหะเสียดสีกันดัง "กริ๊ก... กริ๊ก..." รินรดากลั้นหายใจ ก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นว่าสิ่งที่อยู่หลังกระจกบานนั้นไม่ใช่เรื่องปรกติ มันเชื่อมโยงกับอุบัติเหตุในอดีต มันเชื่อมโยงกับความตายของพ่อแม่เธอ และมันกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที "ถอยออกมาค่ะริน" ธันวาเอ่ยเตือน น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังเป็นครั้งแรก เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ พร้อมกับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเรียวไว้แน่นเพื่อดึงให้พ้นรัศมีของกระจก แต่ช้าไปเสียแล้ว... เพล้ง! เสียงกระจกบานมหึมาแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงระเบิดไร้ที่มาซัดเอาร่างของทั้งคู่กระเด็นถอยหลัง เศษกระจกนับพันชิ้นร่วงหล่นราวกับสายฝนสีเงิน ทว่า สิ่งที่ปรากฏขึ้นหลังกรอบกระจกที่ว่างเปล่า กลับไม่ใช่ผนังปูนทึบอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือความมืดมิดสนิทที่แผ่ไอเย็นเยือกออกมา และที่สำคัญที่สุด... มีเงาร่างของใครคนหนึ่งก้าวทะลุผ่านความว่างเปล่าออกมาอย่างช้าๆ เงาร่างนั้นสวมเสื้อคลุมสีเข้ม ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซีกเงาสลัวอำพรางไว้ แต่น้ำเสียงแหบพร่าที่เอמהทักทายออกมา ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตา "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะ... ลูกสาวตัวน้อยของฉัน" คุณหญิงเพ็ญแขก้าวพ้นขอบกระจกออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ในมือของหญิงสูงวัยถือรีโมทคอนโทรลขนาดเล็กที่ยังมีไฟสีแดงกะพริบสอดคล้องกับกล้องตัวที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาด และก่อนที่รินรดาจะได้ทันเปล่งเสียงกรีดร้อง ธันวากลับเอื้อมมือไปหยิบพู่กันด้ามยาวจากโต๊ะทำงานใกล้ๆ แล้วตวัดมันเข้าใส่คุณหญิงเพ็ญแขอย่างแม่นยำ พร้อมกับกระซิบข้างหูรินรดาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอต้องหัวใจหยุดเต้น "เกมเริ่มต้นขึ้นแล้วจริงๆ ค่ะ... ริน" --- ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ❤️
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%