"อย่าหันไปมองกระจกนั่นเด็ดขาด รินรดา"
เสียงกระซิบของธันวาสั่นพร่า ทว่าหนักแน่นพอที่จะฉุดรั้งสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงของฉันให้กลับเข้าที่ มือหนาของเขาเอื้อมมาคว้าข้อมือฉันไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือนั้นขัดแย้งกับความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากเงาสะท้อนในกระจกเบื้องหลัง บรรยากาศในห้องทำงานของคุณหญิงเพ็ญแขบัดนี้ไม่ได้อบอวลด้วยกลิ่นสีน้ำมันอีกต่อไป แต่มันกลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นไหม้ของเนื้อไม้และความขื่นคอของเขม่าควัน
ฉันไม่กล้าหันไปมอง แม้ดวงตาสองคู่นั้นจะยังคงจ้องเขม็งมาจากความมืดมิดในกระจกบานนั้น ราวกับมันกำลังรอคอยให้เราเผลอไผลเพื่อที่จะกระชากวิญญาณของเราให้หลุดเข้าไปในกองเพลิงอดีต
"เราต้องไปจากที่นี่... เดี๋ยวนี้" ฉันเค้นเสียงตอบ มือที่ถือมีดขูดสีสั่นจนบังคับไม่อยู่
ธันวาไม่รอช้า เขาพาฉันเดินลัดเลาะไปตามแนวผนังที่ถูกบังตาด้วยชั้นหนังสือไม้โอ๊กเก่าแก่ ก่อนจะกดมือลงบนรอยแยกที่ไม่น่าสังเกตเห็นตรงมุมผนังฝั่งทิศตะวันตก เสียงกลไกเฟืองเหล็กขบกันดังสนั่นลั่นห้องราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่น ผนังส่วนหนึ่งเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นบันไดหินที่ทอดตัวลึกลงไปในความมืดมิดที่มีเพียงกลิ่นอับชื้นและไอเย็นพุ่งสวนขึ้นมา
เราก้าวลงไปในความมืดนั้นโดยไม่มีทางเลือกอื่น ประตูกลปิดสนิทลับหลังทันทีที่ธันวาคว้าคบไฟสำรองที่ติดผนังขึ้นมาจุด ความสว่างสลัวเผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ดูเหมือนจะถูกขุดลงไปลึกกว่าชั้นใต้ดินธรรมดา ทุกลูกก้าวที่เหยียบลงบนบันไดหินสลักเสลาดูจะตอกย้ำว่า เรากำลังก้าวล่วงเข้าไปในสุสานแห่งความลับที่ตระกูลนี้พยายามฝังกลบมานานหลายทศวรรษ
"ธันวา..." ฉันเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "ทำไมคุณถึงรู้เรื่องกลไกนี้? คุณไม่ใช่แค่คนซ่อมภาพวาดทั่วไปใช่ไหม"
ธันวาหยุดเดินชั่วครู่ แสงไฟวูบไหวในมือทำให้ใบหน้าของเขาดูซับซ้อนและหม่นหมองกว่าที่เคยเป็น "ผมบอกคุณแล้วไงริน ว่าบางครั้งคำตอบที่เราตามหา มันก็ต้องแลกด้วยการเผยความลับที่เจ็บปวดที่สุดของตัวเอง... ไปต่อเถอะ เราใกล้ถึงแล้ว"
ห้องใต้ดินเบื้องล่างกว้างขวางเกินคาด ผนังถูกฉาบด้วยอิฐมอญสีแดงก่ำที่ชื้นแฉะไปด้วยคราบน้ำขัง ทว่าสิ่งที่สะดุดตาทุกสิ่งในห้องนี้ไม่ใช่ขุมทรัพย์หรือเอกสารลับ แต่มันคือแท่นวางไม้ขัดมันที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง บนนั้นมีกล่องไม้หุ้มกำมะหยี่สีแดงที่ดูเหมือนจะถูกรักษาไว้เป็นอย่างดี ราวกับของขวัญที่รอคอยการเปิดออกในวันที่เหมาะสม
ฉันเดินตรงเข้าไป หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อเปิดฝากล่องออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือไวโอลินไม้สีเข้มชิ้นหนึ่ง ตัวเครื่องดูเก่าแก่ทว่าสวยงามราวกับผลงานศิลปะชิ้นเอก ทว่าสิ่งที่ทำให้ฉันต้องทรุดตัวลงคุกเข่าคือ 'รอยจารึก' ตรงฐานคันชัก... มันเป็นชื่อแม่ของฉัน และรอยเปื้อนสีดำคล้ำที่ดูคล้ายคราบเลือดฝังลึกอยู่ในเนื้อไม้
"นี่มันหมายความว่ายังไง?" ฉันถามพลางลูบไปที่รอยจารึกนั้น มือสั่นเทา
"มันคือเครื่องดนตรีชิ้นสุดท้ายที่แม่คุณเล่น ก่อนที่โศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้น" ธันวาตอบ เสียงของเขาแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด "และมันไม่ใช่แค่เครื่องดนตรี แต่มันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่เชื่อมโยงว่า คุณหญิงเพ็ญแขไม่ได้เป็นเพียงผู้ปกครอง แต่เป็น 'ผู้ลงมือ' ในเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนั้น"
ขณะที่ฉันกำลังจะคว้าไวโอลินขึ้นมาเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังมาจากบันไดด้านบนก็หยุดเราไว้เสียสนิท มันเป็นเสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวลงมาอย่างเป็นจังหวะจะโคน... สง่างาม ทรงอำนาจ และปราศจากความรีบร้อน
"ฉันนึกอยู่แล้วว่าสักวัน... หนูจะต้องพบมันเข้าจนได้"
เสียงของคุณหญิงเพ็ญแขก้องสะท้อนไปทั่วห้องใต้ดิน เธอปรากฏตัวออกมาจากมุมมืด รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้แสดงถึงความโกรธเกรี้ยว แต่มันดูเหยียดหยามและเย็นชาจนฉันรู้สึกถึงไอเย็นที่แล่นปราดไปทั่วกระดูกสันหลัง
ธันวารีบขยับมาบังหน้าฉันไว้โดยสัญชาตญาณ ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเขาหยิบมีดพกที่ซ่อนอยู่ในเสื้อสูทออกมา... ไม่ใช่เพื่อปกป้องฉัน แต่กลับจ่อไปที่ลำคอของฉันแทน!
"ผมขอโทษนะรินรดา" ธันวากระซิบข้างหูฉัน เสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เย็นชาและไร้ซึ่งความอาลัย "แต่ความจริงบางอย่าง มันก็ไม่ควรถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง"
ในวินาทีที่ฉันเบิกตากว้างด้วยความช็อก เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นก้องห้องใต้ดิน พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ล้มลงไปกองกับพื้นในความมืดมิด... ทิ้งให้ฉันยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางเปลวไฟแห่งอดีตที่โหมกระหน่ำขึ้นอีกครั้ง!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในความลับอันมืดมิดกับกำมะหยี่สีแดงนะคะ
รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต•ตอนที่ 11
ห้องลับใต้ดิน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!