"ปล่อยมือจากภาพวาดนั้นเสีย รินรดา... ก่อนที่มือของเธอจะเปื้อนเถ้าถ่านไปมากกว่านี้"
เสียงราบเรียบของคุณหญิงเพ็ญแขดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงเปรี๊ยะของเปลวไฟที่เริ่มเลียเล็มผ้าม่านกำมะหยี่ราคาแพง รินรดาชะงักมือที่กำลังสั่นเทาอยู่บนกรอบรูปสีทอง เธอหันกลับไปมองหญิงสูงวัยผู้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความอำมหิตในชุดผ้าไหมสั่งตัดที่ยังคงดูเนี้ยบกริบแม้ในสถานการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนคฤหาสน์ทั้งหลังให้กลายเป็นเตาเผาขนาดยักษ์
"คุณหญิงยังไม่พอใจอีกหรือคะ?" รินรดาแค่นยิ้ม ดวงตากลมโตคู่สวยสะท้อนภาพแสงสีส้มที่เต้นระบำอยู่ในม่านตา "ชีวิตของพ่อแม่ฉันยังไม่พอที่จะแลกกับความลับในห้องใต้ดินนั่นใช่ไหม"
"ความลับไม่มีวันตายหรอกค่ะรินรดา มันแค่ถูกฝังไว้ใต้ชั้นสีน้ำมันที่เธอหลงใหลนักหนา" คุณหญิงเพ็ญแขก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นไหม้ของเนื้อไม้ทำให้บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "ถ้าเธอเลือกที่จะพังทุกอย่างทิ้งเพียงเพราะอยากรู้ความจริง ก็จงเตรียมตัวรับมือกับเถ้าถ่านที่เหลืออยู่ด้วย"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของธันวาดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง เขาพุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนรินรดาไว้แน่น แววตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนอย่างที่เคยเป็นในยามที่เขาสอนเธอผสมสี แต่มันเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะหักหาญ
"อย่าไปฟังนาง... ริน ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!" ธันวากระชากแขนเธอ แต่รินรดาฝืนตัวไว้
"ฉันไม่ไป... ถ้าฉันไปตอนนี้ พ่อกับแม่จะกลายเป็นคนผิดไปตลอดกาล!"
"พวกเขาผิดตั้งแต่ก้าวเข้ามาเหยียบตระกูลนี้แล้ว!" ธันวาตวาดลั่น "เธอคิดว่าฉันมาที่นี่เพื่ออะไร? เพื่อช่วยเธอซ่อมภาพวาดงั้นหรือ? ไม่เลย... ฉันมาที่นี่เพื่อทวงคืนทุกอย่างที่พวกมันขโมยไปจากครอบครัวฉัน!"
บทสนทนาที่เชือดเฉือนถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเพดานไม้ถล่มลงมา ก้อนฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถง เปลวเพลิงลุกลามเร็วขึ้นตามสายลมที่พัดผ่านรอยร้าวของหน้าต่างที่แตกละเอียด คุณหญิงเพ็ญแขไม่ได้สะทกสะท้าน นางถอยหลังออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้รินรดาและธันวาอยู่ท่ามกลางวงล้อมของความร้อนระอุ
รินรดามองดูธันวาที่ตอนนี้เผยให้เห็นบาดแผลในใจผ่านแววตาที่เจ็บปวด เธอเพิ่งเข้าใจว่าตนเองไม่ได้อยู่เพียงลำพังในสงครามนี้ ทว่าความไว้วางใจที่เคยมีต่อเขาเริ่มสั่นคลอน เมื่อเธอสังเกตเห็นสร้อยคอที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตของเขา มันเป็นตราประทับเดียวกับที่ปรากฏในสมุดบันทึกของแม่เธอ
"คุณ... คุณคือลูกชายของเขา" รินรดาพึมพำ เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงไฟที่คำราม
ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนี "เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้เราต้องรอดออกไปให้ได้ก่อนที่ความลับทั้งหมดจะกลายเป็นขี้เถ้าพร้อมกับคฤหาสน์หลังนี้"
เขากระชากเธอให้วิ่งไปตามทางเดินที่คละคลุ้งไปด้วยควันไฟ ภาพวาดที่รินรดารักและทะนุถนอมถูกเปลวเพลิงกลืนกินไปทีละภาพ ราวกับว่าอดีตที่เธอพยายามจะรักษากำลังถูกชำระล้างด้วยไฟนรก ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความทุลักทุเล ชิ้นส่วนของเพดานที่ร่วงหล่นลงมาขวางทางหนีเหมือนจงใจจะกักขังพวกเขาไว้ในกรงขังแห่งความอาฆาต
เมื่อมาถึงทางออกประตูหลัง ควันไฟหนาทึบทำให้พวกเขาต้องหมอบคลานต่ำ รินรดาเหลือบไปเห็นภาพถ่ายเก่าแก่ที่ตกอยู่บนพื้น แสงจากไฟที่ลุกลามทำให้เห็นใบหน้าของคนในรูปได้ชัดเจน มันคือภาพของพ่อของเธอที่กำลังจับมือกับคุณหญิงเพ็ญแขท่ามกลางสายฝนในวันนั้น... วันที่อุบัติเหตุพรากชีวิตทุกคนไป
"ริน! มาทางนี้!" ธันวาตะโกนเรียกจากช่องลมที่เขาพังจนแตกออก
รินรดารวบรวมสติ เธอหยิบภาพถ่ายนั้นขึ้นมา หัวใจเต้นรัวด้วยความเจ็บปวดและความเคียดแค้นที่พุ่งพล่านเกินควบคุม ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าขวางทางออกไว้ เป็นชายชุดดำร่างยักษ์สองคนที่คุณหญิงเพ็ญแขส่งมาเพื่อปิดปากพยานคนสุดท้ายอย่างพวกเขา
"ไม่มีใครออกไปจากที่นี่ได้ทั้งนั้น..." หนึ่งในนั้นกล่าวพร้อมกับหยิบมีดพกออกมา
ธันวากระชากรินรดามาไว้ข้างหลังตัวเอง เขาเตรียมตัวจะปะทะ แต่ในวินาทีที่ทุกอย่างดูเหมือนไร้ทางออก บานประตูไม้ขนาดใหญ่ข้างหลังพวกเขาก็ถูกกระแทกจนเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดก่อนที่เงาร่างของชายชุดดำจะทรุดลงกับพื้นด้วยความงุนงง
บุคคลที่ก้าวเข้ามาไม่ได้สวมชุดสูทหรูหราอย่างคุณหญิงเพ็ญแข แต่เป็นชายวัยกลางคนที่รินรดาคิดว่าตายไปตั้งแต่วันที่คฤหาสน์หลังเก่าไฟไหม้เมื่อยี่สิบปีก่อน
เขามองมาที่รินรดาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและความแค้นที่อัดแน่น "ปล่อยมือจากมือไอ้เด็กนั่นซะ... รินรดา พ่อมารับลูกกลับบ้านแล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงเพลิงที่โหมกระหน่ำ รินรดารู้สึกถึงรอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีตที่แตกละเอียดลงต่อหน้าต่อตา เมื่อความจริงที่เธอพยายามขุดคุ้ยกลับกลายเป็นเพียงบทนำของโศกนาฏกรรมที่ใหญ่กว่าเดิม
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านเปลวเพลิงแห่งความลับนี้ไปกับกำมะหยี่สีแดงนะคะ
รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต•ตอนที่ 24
เปลวเพลิงแห่งความอาฆาต
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!