"หลักฐานชิ้นสุดท้ายไม่ใช่แค่ภาพวาด แต่มันคือลมหายใจที่เหลืออยู่ของคุณต่างหาก คุณหญิงเพ็ญแข"
รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันสนและอดีตที่เน่าเฟะ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่เริ่มสั่นไหวของคุณหญิงเพ็ญแข ราวกับจะเค้นเอาความจริงที่ถูกฝังกลบมานานกว่ายี่สิบปี มือของรินรดากำม้วนกระดาษเก่าคร่ำในมือแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด
คุณหญิงเพ็ญแขแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหากบาดลึกราวกับคมมีด "เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร รินรดา? เด็กน้อยที่เติบโตมาด้วยเศษเสี้ยวความเมตตาของฉัน ถึงเวลาที่แกควรจะรู้ว่า ขยะที่ไม่มีใครต้องการน่ะ... มักจะถูกกำจัดทิ้งก่อนที่จะส่งกลิ่นเหม็นไปมากกว่านี้"
ชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลก้าวถอยหลังไปช้าๆ พลางหยิบไฟแช็กทองคำขึ้นมาจุด เปลวไฟสีส้มวูบไหวสะท้อนอยู่ในม่านตาที่ไร้แววปรานี นางไม่ได้หันมองรินรดา แต่จ้องมองไปยังกองเอกสารและภาพวาดร่างต้นฉบับที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่ นั่นคือหลักฐานเดียวที่พิสูจน์ว่าโศกนาฏกรรมเมื่อยี่สิบปีก่อนไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ
"ถ้ามันทำลายความสงบสุขของตระกูลฉันไม่ได้ ก็จงมอดไหม้ไปพร้อมกับความโง่เขลาของเธอเสียเถอะ"
คุณหญิงเพ็ญแขสะบัดไฟแช็กทิ้งลงบนกองกระดาษทันที เปลวไฟสีแดงฉานพุ่งขึ้นราวกับลิ้นอสรพิษ กัดกินกระดาษไขและผืนผ้าใบอย่างรวดเร็ว กลิ่นไหม้ของสีน้ำมันและเยื่อกระดาษตลบอบอวลไปทั่วห้อง รินรดาเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดจากการสูญเสียพ่อแม่ย้อนกลับมาเตือนใจผ่านความร้อนที่เริ่มแผ่ซ่านเข้ามาใกล้
"หยุดนะ!" รินรดาพุ่งตัวเข้าใส่ หวังจะคว้าเอกสารสำคัญนั้นออกมา แต่แรงฉุดกระชากจากด้านหลังกลับรั้งเธอไว้
"อย่าเข้าไป รินรดา!" เสียงทุ้มต่ำของธันวาแผดดังขึ้น เขาปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดของมุมห้อง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้ง "ถ้าเธอเข้าไปตอนนี้ เธอจะไม่มีวันได้คำตอบที่เธอตามหา เพราะทุกอย่างจะกลายเป็นเถ้าถ่าน!"
ธันวาไม่ได้มองรินรดา สายตาของเขาจับจ้องไปที่คุณหญิงเพ็ญแขที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นท่ามกลางวงล้อมของเพลิงที่โหมกระหน่ำ คุณหญิงเพ็ญแขไม่แม้แต่จะสะทกสะท้าน เธอกลับยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ
"ธันวา... เธอเองก็มาที่นี่เพื่อดูจุดจบของความลับสินะ" คุณหญิงเพ็ญแขเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่ไอความร้อนทำให้ผิวหนังของเธอเริ่มแดงก่ำ "น่าเสียดายที่คนอย่างเธอ ดันโง่เง่าพอที่จะหลงรักลูกสาวของคนที่ตัวเองต้องกำจัด"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจรินรดา เธอหยุดชะงัก สายตาหันไปมองชายหนุ่มข้างกายที่เพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้เมื่อครู่ มือของเขาที่จับแขนเธออยู่ค่อยๆ คลายออก ความอบอุ่นที่เธอเคยสัมผัสจากเขาดูเหมือนจะเป็นเพียงหน้ากากอีกชั้นที่เพิ่งหลุดลุ่ยออกมา
"ธันวา... นี่คือสิ่งที่เธอต้องการจริงๆ หรือ?" รินรดาถาม เสียงสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
ธันวาหลุบตาลงต่ำ เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับเดินตรงไปยังกองไฟที่กำลังลุกลามไปยังผ้าม่านราคาแพง เขาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งที่ยังไม่ไหม้ไฟขึ้นมา มันคือบันทึกประจำวันของแม่เธอที่สาบสูญไปนานปี
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำลายมัน รินรดา" เขาหันมาสบตาเธอ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความลึกลับ แต่มันเต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่ถูกซ่อนไว้ลึกสุดหัวใจ "ผมมาที่นี่เพื่อนำสิ่งที่แม่คุณทิ้งไว้ให้... ออกมาจากนรกขุมนี้"
ในจังหวะที่ธันวากำลังจะก้าวถอยออกมา เสียงระเบิดจากขวดใส่น้ำมันที่วางอยู่ข้างหน้าต่างก็ดังสนั่นขึ้น สะเก็ดไฟกระจายไปทั่วห้องราวกับฝนดาวตกที่แผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า คุณหญิงเพ็ญแขกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าไฟเริ่มลุกลามมายังชุดราตรีผ้าไหมของเธอ
รินรดาถูกผลักกระเด็นออกไปทางประตูที่เปิดแง้มไว้ แต่ก่อนที่สติของเธอจะดับวูบไปจากควันไฟที่หนาทึบ เธอเห็นธันวากำลังจะวิ่งกลับเข้าไปในกองเพลิงเพื่อช่วยใครบางคน... ไม่ใช่เธอ และไม่ใช่คุณหญิงเพ็ญแข แต่เป็นชายแปลกหน้าที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องนั้นในวินาทีที่วิกฤตที่สุด
เขาสวมหมวกปีกกว้าง ใบหน้าซีกหนึ่งถูกปกปิดด้วยรอยแผลเป็นที่คุ้นตา... รอยแผลเป็นเดียวกับที่พ่อของเธอเคยมีก่อนจะจากไป
ใครคนนั้นยื่นมือออกมาหาธันวา ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความลับที่เธอยังไม่เคยรับรู้ แล้วเสียงประตูห้องทำงานที่ถูกล็อกจากภายนอกก็ปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงล็อกของกลอนเหล็กที่ดังสะท้อนก้องในความเงียบ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวและเศษเสี้ยวความลับนี้ไปด้วยกันนะคะ - กำมะหยี่สีแดง
รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต•ตอนที่ 23
Climax: หน้ากากที่หลุดลุ่ย
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!