“หลักฐานชิ้นนี้... คุณเก็บมันไว้ทำไมคะ ธันวา”
รินรดากระซิบถาม เสียงของเธอสั่นพร่าขณะจ้องมองภาพถ่ายใบเก่าที่มุมหนึ่งของห้องใต้หลังคาถูกเปิดเผยออกมา มันไม่ใช่ภาพวาดสีน้ำมันที่เขาได้รับมอบหมายให้ซ่อมแซม แต่มันคือรูปถ่ายใบจางที่สอดอยู่ในกรอบไม้ผุพัง ในภาพนั้นคือหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบคนรับใช้เก่าคร่ำ ยืนก้มหน้าอยู่ข้างรถคันหรูของตระกูลที่จอดนิ่งสนิทหน้าคฤหาสน์หลังนี้เมื่อยี่สิบปีก่อน
ธันวาไม่ได้ตอบในทันที เขาวางพู่กันลงบนโต๊ะไม้ เสียง ‘กึก’ ของไม้กระทบไม้ในห้องที่เงียบสงัดดูดังก้องราวกับเสียงปืน เขาค่อยๆ หันมาหาเธอ แววตาที่เคยอ่อนโยนและอบอุ่นเสมอมาบัดนี้กลับเรียบเฉยจนน่ากลัว มันคือความว่างเปล่าที่ซ่อนความเจ็บปวดลึกสุดหยั่ง
“คุณอยากรู้จริงๆ หรือรินรดา?” เขาถามกลับ เสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นเยียบ “คุณอยากรู้ไหมว่าทำไมสีน้ำมันบนภาพวาดพ่อแม่ของคุณถึงถูกทับถมด้วยชั้นสีที่บิดเบี้ยว... เหมือนกับความจริงที่ถูกคุณหญิงเพ็ญแขฉาบฉวยด้วยคำโกหกมาตลอดชีวิต”
รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ความอึดอัดขยายตัวในอก “หมายความว่ายังไง... ผู้หญิงในภาพคนนี้ คือใครกันแน่”
ธันวาก้าวเข้ามาหาเธอ จังหวะการเดินของเขามั่นคงและเฉียบขาด “แม่ของผมเอง เธอชื่อ ‘นวล’ คนรับใช้ที่ถูกตราหน้าว่าขโมยของมีค่าในคืนที่พ่อแม่คุณจากไป... คืนที่บ้านหลังนี้สูญเสียทุกอย่าง และเธอถูกลากตัวออกไปท่ามกลางสายฝน โดยที่คุณหญิงเพ็ญแขเป็นคนยืนดูด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นนั่น”
อากาศในห้องราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น รินรดารู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง ภาพความทรงจำวัยเด็กที่พร่าเลือนเริ่มปะติดปะต่อ ความอบอุ่นที่เคยได้รับจากคุณหญิงเพ็ญแขกลับกลายเป็นพิษร้ายที่ค่อยๆ กัดกินจิตวิญญาณเธอมาตลอดหลายปี
“ไม่จริง... คุณหญิงบอกว่าพวกเขาหนีไปเอง เธอช่วยดูแลฉันเพราะสงสาร...”
“ช่วยดูแล หรือกักขังกันแน่?” ธันวาขัดขึ้น นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัด “คุณลองถามตัวเองสิรินรดา ทำไมห้องใต้หลังคานี้ถึงถูกล็อคตายมาตลอด ทำไมภาพวาดในสตูดิโอของคุณถึงถูกสั่งห้ามไม่ให้แตะต้องชิ้นงานสำคัญ... เพราะมันมีสิ่งที่ ‘ความผิดบาป’ ของตระกูลนี้ซ่อนอยู่”
เขายื่นมือไปสัมผัสกรอบรูปภาพวาดใบหนึ่งที่รินรดาเพิ่งทำความสะอาดเสร็จ เมื่อใช้นิ้วโป้งขัดถูที่มุมภาพเบาๆ ชั้นสีที่ดูเหมือนจะเป็นรอยเปื้อนตามกาลเวลาก็หลุดลอกออกมา เผยให้เห็นรอยจารึกชื่อของบุคคลที่สาบสูญไปพร้อมกับคืนเกิดเหตุ
รินรดาเบิกตากว้าง มือของเธอสั่นจนต้องกอดตัวเองไว้แน่น ความจริงที่ว่าผู้ช่วยที่เธอไว้ใจที่สุดคือลูกชายของผู้หญิงที่ถูกตระกูลของเธอทำลายชีวิต มันเหมือนกับการถูกมีดกรีดลงบนแผลเดิมที่ยังไม่เคยหายสนิท
“คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยงานศิลปะ...” รินรดาพึมพำ “คุณมาที่นี่เพื่อแก้แค้น”
“ผมมาที่นี่เพื่อทวงคืนความจริง” ธันวาตอบพลางจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ “และตอนนี้ ความจริงนั้นก็อยู่ตรงหน้าคุณแล้ว รินรดา คุณจะเลือกอะไร... เลือกปกป้องฆาตกรที่เลี้ยงดูคุณมา หรือจะกล้าพอที่จะเปิดโปงความโสมมที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากผู้ดีนั่น”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องใต้หลังคา จังหวะการเคาะไม้เท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าของใครบางคนหยุดลงตรงหน้าประตูเหล็กที่ปิดสนิท บรรยากาศกดดันพุ่งสูงขึ้นจนน่าอึดอัด รินรดาสะดุ้งสุดตัวขณะหันไปมองบานประตูที่กำลังถูกไขออกด้วยกุญแจสำรองที่ควรจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ถือครอง
เสียงหัวเราะเบาๆ ที่แฝงไปด้วยความเวทนาจากหลังบานประตูดังลอดเข้ามา “นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าหนูจะฉลาดจนค้นพบความลับที่ข้าพยายามฝังกลบมานานถึงยี่สิบปี... รินรดาหลานรัก”
คุณหญิงเพ็ญแขก้าวเข้ามาในห้อง รอยยิ้มของนางไม่ได้ทำให้บรรยากาศดูดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย สายตาอำมหิตจ้องมองไปยังธันวาก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตารินรดา “และดูเหมือนว่าเจ้าสุนัขรับใช้ที่ข้าเคยไล่ออกไป จะสอนให้หลานรู้จักหางโผล่ออกมาเองเสียแล้วสินะ”
ธันวาชักสีหน้าด้วยความโกรธแค้น เขาถอยไปบังหน้าตัวรินรดาไว้ ทว่าในจังหวะนั้นเอง รินรดากลับสังเกตเห็นบางอย่าง... คุณหญิงเพ็ญแขไม่ได้มาเพียงลำพัง ทหารรับจ้างสองคนเดินขนาบข้างนาง และหนึ่งในนั้นคือคนที่เธอจำได้แม่นว่าเป็นคนเดียวกับที่เธอเคยเห็นในสมุดบันทึกของพ่อในคืนที่หายไป
รินรดาตัวชาไปทั้งร่างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของคุณหญิง... มันคือแผ่นพับบันทึกเหตุการณ์วันที่พ่อแม่เธอเสียชีวิต ซึ่งระบุชัดเจนว่าเหตุการณ์ในคืนนั้นไม่ใช่ ‘อุบัติเหตุ’ แต่เป็นการ ‘ฆาตกรรม’ โดยมีลายเซ็นของท่านย่ากำกับอยู่อย่างชัดเจน!
กำมะหยี่สีแดงขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวของความจริงไปพร้อมกับรินรดานะคะ
รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต•ตอนที่ 15
อดีตที่กลับมาหลอกหลอน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!