รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต•ตอนที่ 14

คนทรยศในบ้าน

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“ก้มหน้าลงอีกนิดสิคะ ‘สายน้ำ’... กลัวว่าฉันจะเห็นแววตาทรยศของเธอชัดเกินไปงั้นหรือ?” เสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เธอวางพู่กันลงบนจานสี กลิ่นน้ำมันลินสีดฉุนกึกในห้องทำงานที่เงียบสงัดชวนให้ประสาทสัมผัสตึงเครียด สายน้ำ สาวใช้คนสนิทที่อยู่กับเธอมานานหลายปี ยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้อง มือที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัวสั่นพริ้วจนสังเกตได้ “คุณรินคะ... สายน้ำ... สายน้ำไม่ได้ตั้งใจ...” “ ‘ไม่ได้ตั้งใจ’ หรือ ‘ได้ค่าตอบแทนคุ้มค่า’ กันแน่คะ?” รินรดาหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่หลบเลี่ยงของอีกฝ่าย เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้โอ๊ก—มันคือสมุดที่เธอจงใจวางทิ้งไว้เพื่อล่อแมลงตัวร้ายให้ออกมาเผยตัว “ข่าวเรื่องที่ธันวาเข้ามาช่วยฉันซ่อมภาพวาดชิ้นนั้น... เรื่องที่เขากำลังสืบหาความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านของพ่อแม่ฉัน... คุณหญิงเพ็ญแขรู้เรื่องนี้จากปากใครคะ ถ้าไม่ใช่เธอ?” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น สายน้ำทรุดเข่าลงกับพื้นพรม น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้ม “ท่านให้เงินสายน้ำ... ท่านบอกว่าทั้งหมดที่ท่านทำไปเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตระกูล ท่านบอกว่าคุณรินกำลังถูกคนนอกหลอกใช้... สายน้ำผิดไปแล้วค่ะ” รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันเยือกเย็นเสียจนคนที่นั่งอยู่กับพื้นต้องสะดุ้ง “ปกป้องชื่อเสียงงั้นหรือ? หรือว่ากำลังกลัวความลับที่ฝังอยู่ใต้เถ้าถ่านเมื่อยี่สิบปีก่อนจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมากันแน่” เธอเดินเข้าไปใกล้สาวใช้คนสนิท กลิ่นหอมจางๆ จากน้ำหอมราคาแพงบนร่างของรินรดาดูจะกลายเป็นเครื่องพันธนาการที่กดทับสายน้ำให้จมลึกลงไปในความกลัว เธอเชยคางหญิงสาวขึ้นด้วยปลายนิ้วเย็นเฉียบ “เธอรู้ไหมสายน้ำ... ความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดของเธอไม่ใช่การเอาความลับไปขาย แต่มันคือการไม่รู้ว่าตอนนี้ ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้จริงๆ” “คุณรินจะทำอย่างไร... จะไล่สายน้ำออกหรือคะ?” สายน้ำถามเสียงสั่นเครือ “ไล่ออก?” รินรดายิ้มมุมปาก “นั่นมันใจดีเกินไปสำหรับคนทรยศ... ฉันจะให้เธอทำหน้าที่สุดท้ายให้สมบูรณ์แบบที่สุด กลับไปหาคุณหญิงเพ็ญแข แล้วบอกท่านว่า ฉันกำลังจะเปิดเผยเรื่องทั้งหมดในงานนิทรรศการคืนวันศุกร์นี้ บอกท่านว่าฉันพบ 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' ที่อยู่ในห้องเก็บของชั้นใต้ดินแล้ว... เข้าใจไหมคะ?” สายน้ำเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวาดหวั่น “แต่... คุณรินยังหาไม่พบเลยนี่คะ” “นั่นไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องกังวลค่ะ” รินรดาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหู น้ำเสียงอ่อนหวานทว่าแฝงด้วยความอำมหิต “เพียงแค่เธอไปบอกท่านตามนั้น ชีวิตที่เหลือของเธอก็จะปลอดภัย... แต่ถ้าพลาดแม้แต่คำเดียว เธอคงรู้ใช่ไหมว่าความลับเรื่องที่เธอแอบฉกทองรูปพรรณของคุณหญิงไปขายเมื่อปีที่แล้ว จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป” สายน้ำหน้าถอดสีจนซีดเผือด เธอรีบพยักหน้ารัวก่อนจะลุกขึ้นวิ่งออกจากห้องไปทิ้งให้รินรดายืนอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่าน รินรดากลับไปมองภาพวาดตรงหน้า ทว่าในหัวของเธอกลับไม่ได้มีภาพสีน้ำมันเหล่านั้นเลย เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาจากด้านหลังโดยที่เธอไม่จำเป็นต้องหันไปมอง ธันวายืนอยู่ตรงกรอบประตู ดวงตาคู่คมจ้องมองแผ่นหลังของเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “เธอเล่นเกมที่อันตรายเกินไปแล้วนะ รินรดา” เสียงของธันวานุ่มลึกแต่มั่นคง “การดึงคุณหญิงเพ็ญแขเข้ามาในเกมที่ยังไม่พร้อม จะทำให้เราพินาศกันหมด” รินรดาหมุนตัวกลับมาสบตาเขา แววตาของเธอในตอนนี้ไม่ได้เงียบขรึมเหมือนเช่นเคย แต่มันลุกโชนด้วยไฟแห่งการแก้แค้น “คุณกลัวหรือคะธันวา? หรือว่ากลัวว่าถ้าคุณหญิงเพ็ญแขรู้ความจริงแล้ว แผนการ ‘ช่วยซ่อมภาพ’ ของคุณจะล่มลงไปด้วย?” ธันวาเดินเข้ามาใกล้จนชิดร่างของเธอ กลิ่นบุหรี่จางๆ และความลึกลับที่ห่อหุ้มตัวเขาทำให้รินรดาต้องหายใจติดขัด “ผมไม่ได้กลัวว่าจะเสียแผน... แต่ผมกลัวว่าคุณจะกลายเป็นคนแบบเดียวกับที่เกลียดที่สุด” เขายื่นมือมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอเบาๆ สัมผัสนั้นแฝงไปด้วยความอาทรที่เกินขอบเขตของ 'ผู้ช่วย' หากแต่ก่อนที่รินรดาจะได้ทันโต้ตอบ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะตามมารยาท เงาร่างของหญิงสูงวัยในชุดผ้าไหมสั่งตัดราคาแพงระยับก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าดวงตากลับฉายแววอาฆาตพยาบาทอย่างชัดเจน คุณหญิงเพ็ญแขยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ในมือถือสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่สายน้ำเพิ่งนำไปส่งให้เมื่อครู่ “ไม่ต้องไปรอนิทรรศการหรอกนะรินรดา” คุณหญิงเพ็ญแขเอ่ยขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ “เพราะหลักฐานชิ้นสำคัญที่เธอเพิ่งคุยกับอีเด็กนั่น... ฉันนำมันมาคืนให้เธอถึงที่นี่แล้ว” ร่างของสายน้ำถูกผลักเข้ามาในห้องโดยบอดี้การ์ดสองคน ตามด้วยเสียงปืนดังสนั่นขึ้นจากทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด กระจกหน้าต่างบานใหญ่ด้านหลังรินรดาแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของธันวาที่พุ่งเข้ามากระชากตัวเธอให้หลบหลังตู้หนังสือไม้แกะสลัก ก่อนที่ทุกอย่างจะตกอยู่ในความมืดมิดสนิทเมื่อไฟทั้งบ้านดับลงพร้อมกัน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในใจของรินรดาไปพร้อมกับกำมะหยี่สีแดงนะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%