เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะประชุมกระจกนิรภัยดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายของความตึงเครียดคุกรุ่นอยู่กลางห้องราวกับออกซิเจนถูกสูบออกจนหมด รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองคู่สนทนาฝั่งตรงข้าม ใบหน้าเรียบเฉยราiquéสลักจากหินอ่อนไม่ได้แสดงความหวั่นไหวต่อรอยยิ้มมุมปากของคีรินแม้แต่น้อย สถาปนิกหนุ่มผู้กุมความลับอันดำมืดของตึกร้างแห่งนี้กำลังนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ราวกับเขากำลังชมภาพยนตร์ชั้นดี ไม่ใช่การเผชิญหน้าทางกฎหมายที่เดิมพันด้วยอิสรภาพและทรัพย์สมบัติมหาศาล
"คุณกำลังเล่นกับไฟนะคะ คุณคีริน" สุ้มเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนของรินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด "การกล่าวอ้างลอยๆ โดยไม่มีพินัยกรรมฉบับจริงมายืนยัน นอกจากจะไม่ทำให้คุณชนะคดีนี้แล้ว มันยังเข้าข่ายหมิ่นประมาทและพยายามกรรโชกทรัพย์ ธนภัทรพร้อมจะเหยียบคุณให้จมดินด้วยทีมกฎหมายของเขาได้ภายในสิบวินาที"
คีรินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตราย เขายันตัวโน้มไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างท้าวลงกับโต๊ะ ดวงตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของเธอ "ธนภัทรเหรอคะ... คุณคิดจริงๆ หรือว่านักธุรกิจสีเทาคนนั้นคือนายใหญ่ที่แท้จริงของตึกนี้ รินรดา คุณเป็นถึงทนายความมือหนึ่ง แต่กลับมองเห็นแค่เปลือกนอกที่เขาเคลือบไว้ด้วยเงินตรา"
คำพูดนั้นทำให้ปลายนิ้วที่ประสกันอยู่บนตักของรินรดาเกร็งแน่นโดยอัตโนมัติ เปลือกนอกของธนภัทร... เธอนึกถึงเอกสารลับหลายชิ้นที่ธนภัทรเคยสั่งให้เธอทำลายทิ้งอย่างเร่งรีบเมื่อสัปดาห์ก่อน แม้เธอจะปฏิเสธและเก็บสำเนาไว้บางส่วน แต่เธอก็ไม่เคยคิดเลยว่าโครงสร้างอำนาจเบื้องหลังจะซับซ้อนเกินกว่าที่กฎหมายบนกระดาษจะเอื้อมถึง
"หลักฐานล่ะคะ? ในสนามประลองนี้ เราไม่ได้ใช้ความรู้สึกตัดสิน" เธอยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นไว้ได้ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความระแวง "ถ้าพินัยกรรมของคุณพ่ออยู่ใต้พื้นคอนกรีตจริง ทำไมคุณถึงไม่ขุดมันขึ้นมาตั้งแต่แรก ทำไมต้องรอให้ฉันมาเหยียบที่นี่"
"เพราะฉันรอให้คุณมา 'ค้นหา' ด้วยตัวเองต่างหากล่ะคะ"
คำตอบนั้นทิ้งระยะห่างด้วยความหมายสองแง่สองง่ามที่ทำเอาอุณหภูมิในห้องประชุมรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อได้รูปและรอยสักจางๆ ที่ปลายแขน เขาเดินอ้อมโต๊ะประชุมมาหยุดยืนอยู่ด้านข้างเก้าอี้ของเธอ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝุ่นปูนและบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก รินรดาช้อนสายตาขึ้นมองเล็กน้อยเมื่อเงาของเขาโน้มลงมาทาบทับ
"คุณกลัวอะไรอยู่หรือคะ รินรดา... กลัวความจริงที่ว่า พ่อของคุณไม่ได้ยกทุกอย่างให้ธนภัทรตามพินัยกรรมปลอมฉบับนั้น แต่ท่านยกทุกอย่างให้คนที่รู้จักรักษาสัจจะ... ซึ่งไม่ใช่ทนายความเลือดเย็นที่ขายวิญญาณให้เงินอย่างคุณ"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นกระแทกเข้าที่กลางใจอย่างจัง รินรดาลุกขึ้นยืนประชิดตัวเขาอย่างไม่ยอมแพ้ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ความโกรธระคนปรารถนาแปลกประหลาดพุ่งพล่านขึ้นมาในกระแสเลือด ทั้งคู่ต่างเป็นนักล่าที่ยืนอยู่บนขอบเหวแห่งผลประโยชน์และศีลธรรม ดวงตาคู่งามจ้องมองริมฝีปากที่กำลังเหยียดยิ้มเยาะของเขาด้วยความรู้สึกที่ยากจะจำแนก ว่านี่คือความเกลียดชัง หรือความปรารถนาอันตรายที่ถูกปลุกเร้าในยามวิกาล
"อย่ามาลามปามฉัน คีริน" เธอขู่ลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของกันและกัน
"ถ้าอย่างนั้น ก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ ว่าคุณมีความกล้าพอที่จะเปิดโปงความจริง..."
คีรินไม่เพียงแต่พูด มือหนาของเขาเอื้อมมาแตะที่เอวบางของเธออย่างถือวิสาสะ แรงบีบเพียงเล็กน้อยแต่หนักแน่นดึงรั้งให้ร่างของรินรดาแนบชิดกับแผงอกของเขาโดยไม่มีการขัดขืน ในเสี้ยววินาทีนั้น กำแพงทางกฎหมายและตรรกะอันเย็นชาของทนายสาวพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาประทับจูบอร์ดเร่าร้อนบนเรียวปากที่เคยเอื้อนเอยแต่ข้อกฎหมายอันแข็งกระด้าง
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ แต่รสจูบที่ลึกซึ้งและดุดันกลับตลบอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่เธอโหยหามานานโดยไม่รู้ตัว มือเรียวที่เคยตั้งใจจะผลักอกเขาออก กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว รสจูบเปลี่ยนจากความดุดันเป็นการเรียกร้องและเว้าวอน ลิ้นร้อนเกี่ยวพันกันอย่างเร่าร้อนท่ามกลางความเงียบงันของตึกร้าง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกแผดเผาด้วยความหิวกระหายทางอารมณ์ สัมผัสจากมือของเขาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังภายใต้สูทเข้ารูป ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือนจนแทบยืนไม่อยู่
เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังประสานกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมากระทบกระจกด้านนอก คีรินผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากบวมเจ่อของเธออย่างทะนุถนอม ขณะที่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะ
"เรายังคุยกันไม่จบเรื่องพินัยกรรมนะคะ..." เขากระซิบเสียงพร่าชิดใบหูของเธอ "แต่ถ้าคุณอยากได้หลักฐานชิ้นนั้นจริงๆ คุณต้องตามฉันมาที่ห้องใต้ดิน... ตอนนี้เลย"
รินรดายืนหอบหายใจเบาๆ พยายามรวบรวมสติและจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยพิษรักที่เพิ่งมอดลง แต่สายตายังคงคมกริบ เธอพยักหน้ารับช้าๆ อย่างผู้ที่ไม่มีทางเลือกอื่นในเกมนี้
ทั้งสองก้าวเดินเคียงกันลงสู่ความมืดเบื้องล่างของตึกร้าง โดยไม่รู้เลยว่า ที่ปลายทางของห้องใต้ดินนั้น ไม่ได้มีแค่พินัยกรรมที่รออยู่... แต่มีเงาร่างปริศนาของบุคคลที่สามกำลังยืนรอต้อนรับพวกเขา พร้อมกับกระบอกปืนสีดำสนิทที่เล็งตรงมายังความมืดมิด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในเกมอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ
ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง•ตอนที่ 3
สมรภูมิในห้องประชุม
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!