ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง•ตอนที่ 4

หลังม่านสำนักงานกฎหมาย

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
กลิ่นอายความอับชื้นของห้องใต้ดินและคราบเขม่าดินปืนยังไม่ทันจางหายจากปลายจมูก รินรดา สุริยนันท์ ก็ต้องเผชิญหน้ากับความกดดันระลอกใหม่ที่คมกริบไม่แพ้ปลายกระบอกปืนในความมืด คืนนั้น... แม้เธอและคีรินจะรอดพ้นจากเงาร่างปริศนามาได้ด้วยสัญชาตญาณและความเยือกเย็น แต่ความจริงที่ว่า "มีใครบางคน" กำลังเล่นเกมไล่ล่าพวกเขากลับยิ่งชัดเจนขึ้นทุกที แต่อาณาจักรของนักกฎหมายระดับแถวหน้า ไม่เคยมีพื้นที่ให้ความหวาดกลัวได้พักพิงนานนัก เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ชั้นสี่สิบของตึกสำนักงานกฎหมายใจกลางย่านธุรกิจ แสงไฟจากหลอดนีออนสีขาวนวลสะท้อนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสอย่างไร้ความปรานี รินรดายืนอยู่เบื้องหน้ากระจกบานยักษ์ที่มองเห็นมหานครเบื้องล่างเป็นเพียงตึกรามบ้านช่องจำลองขนาดจิ๋ว เธอสวมสูทเข้ารูปสีชาโคล เนื้อผ้าอิตาลีราคาแพงแนบเนื้อเสริมบุคลิกให้เธอดูลึกล้ำและน่าเกรงขาม ทว่าปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังถือปากกาด้ามหรูสั่นระริกเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัวจากเหตุการณ์เมื่อคืน แต่เป็นเพราะแรงปะทะจากเบื้องบน ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยปราศจากการเคาะเตือน เจ้าของร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น นที หุ้นส่วนอาวุโสผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในบริษัทแห่งนี้ ทอดสายตาคมกริบมองเธอผ่านกรอบแว่นสายตาทองคำ "คุณดูเหนื่อยนะ รินรดา" นทีเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยอำนาจคุกคามที่ไม่อาจปฏิเสธ "หรือว่าการลงไปคลุกฝุ่นในตึกร้างพวกนั้น จะทำให้ทนายความมือหนึ่งของเราเสียสมาธิไปกับเรื่องไร้สาระ" รินรดาหมุนตัวกลับมาช้าๆ แววตาคู่คมไร้ซึ่งความหวั่นไหว เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาที่อีกฝ่ายคุ้นเคยดี "เรื่องไร้สาระที่ท่านหุ้นส่วนพูดถึง กำลังจะกำหนดทิศทางของคดีที่ทำรายได้ให้บริษัทเรามากกว่าร้อยล้านนะคะ และดิฉันคิดว่า วิธีการทำงานของดิฉัน ไม่จำเป็นต้องรายงานทุกฝีก้าว เว้นเสียแต่ว่า... คนข้างบนกำลังร้อนรนจนทนรอผลกำไรไม่ไหว" คำพูดนั้นเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง นทีหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าของชายวัยกลางคนจางหายไปแทนที่ด้วยความตึงเครียด "อย่ามาเล่นลิ้นกับผม รินรดา" นทีก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน วางมือลงบนกระจกใสแล้วโน้มตัวลงกดดัน "ธนภัทรเริ่มไม่พอใจ เขากล่าวหาว่าเราซื้อเวลา และถ้าพินัยกรรมฉบับนั้นยังไม่ตกมาอยู่ในมือเราภายในสามวัน... สัญญาณเตือนภัยจากสำนักงานใหญ่จะดังขึ้น และคุณก็รู้ดีว่าบอร์ดบริหารจะไม่ลังเลเลยที่จะเขี่ยทนายความที่เริ่มหมดประโยชน์ออกจากการเป็นพาร์ทเนอร์" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงจนได้ยินเสียงระบบปรับอากาศทำงาน รินรดาสบตากับผู้มีพระคุณและผู้กดดันเธอในเวลาเดียวกันอย่างไม่หลบเลี่ยง ในโลกของกฎหมาย ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร มีเพียงผลประโยชน์ที่ต้องแลกมาด้วยหยดเลือดและความสะอาดไร้รอยเปื้อน "สามวันเหรอคะ..." รินรดาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกดดันกลับคืนไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ "คุณก็รู้ว่าธนภัทรซ่อนอะไรไว้เบื้องหลังตึกร้างนั้น การเร่งรัดให้ปิดดีลในตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับการผลักเราเดินลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดไว้เองหรอกนะคะ เว้นเสียแต่ว่า... หุ้นส่วนอย่างพวกคุณ มีผลประโยชน์ทับซ้อนบางอย่างที่ไม่อยากให้ดิฉันขุดคุ้ยเจอ" ดวงตาของนทีไหววูบไปชั่วขณะ—เสี้ยววินาทีนั้นสั้นเกินกว่าคนทั่วไปจะทันสังเกต แต่รินรดากลับจับมันไว้ได้ทั้งหมด "ระวังคำพูดของคุณให้ดี รินรดา" นทีกัดกรามแน่น น้ำเสียงลอดไรฟัน "จำไว้ว่าคุณเติบโตมาได้เพราะใคร และถ้าไม่อยากให้ชื่อของคุณต้องด่างพร้อยจากคดีฉ้อโกงที่ทางเราถือหลักฐานอยู่... ก็จดจำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เร่งปิดดีลพินัยกรรมซะ ก่อนที่ผมจะเป็นคนจัดการคุณด้วยมือของผมเอง" สิ้นคำพูด นทีก็สะบัดตัวเดินจากไป เสียงประตูปิดลงหนักหน่วงสะท้อนก้องในความเงียบ รินรดายืนนิ่งอยู่ลำพัง ภายใต้เกราะกำบังอันแข็ง ภายในอกของเธอกลับร้อนรุ่มดั่งไฟแผดเผา หลักฐานที่นทีกุมไว้คือดาบอาบยาพิษที่คอยจ่อคอหอยเธอมาตลอดชีวิตการทำงาน เธอไม่ใช่คนดี เธอคือนักล่าที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด แต่การถูกบีบให้เป็นเบี้ยในกระดานของธนภัทรและนทีพร้อมๆ กัน คือสิ่งที่เธอไม่มีวันยอมจำนน โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นครืดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่ปรากฏชื่อ รินรดากดรับทันทีโดยไม่ลังเล เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูลอดผ่านลำโพงเข้ามาในความเงียบ "ถ้าคุณยังไม่อยากถูกสอยร่วงจากตึกสูงในอีกสิบนาทีนี้... ช่วยลงมาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน B2 เดี๋ยวนี้ครับ ทนายรินรดา" เสียงของคีริน... สถาปัตยกรรมผู้กุมความลับและรอยยิ้มเยาะหยันที่เธอเกลียดชังแต่สลัดไม่หลุด รินรดาสูดหายใจเข้าลึก กวาดเอกสารบนโต๊ะลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว เธอก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานด้วยฝ่าเท้าที่มั่น and โคตรอันตราย เมื่อลิฟต์ส่วนตัวมาถึงชั้น B2 ประตูเหล็กเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นความสลัวของลานจอดรถ รินรดากวาดสายตามองหาเป้าหมาย ก่อนที่ข้อมือเรียวจะถูกกระชากอย่างแรงจากมุมอับเสาคอนกรีต ร่างของเธอถูกดึงเข้าไปแนบชิดกับแผงอกแข็งแกร่งของคีรินในทันที กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดสะอ้านพุ่งเข้าปะทะนาสิก "คุณเสียสติไปแล้วหรือไง คีริน!" เธอตวัดเสียงดุ พยายามขืนตัวออกแต่ถูกวงแขนเหล็กกล้ากักขังไว้อย่างแน่นหนา คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดป่าGแก้ม นัยน์ตาคมกริบของสถาปัตยกรหนุ่มฉายแววพราวระยับที่อ่านไม่ออก ทว่าเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่แผดเผา "ผมไม่ได้เสียสติครับ... แต่ผมเพิ่งค้นพบอะไรบางอย่าง ที่พวกมันพยายามซ่อนไว้ใต้พินัยกรรมฉบับนั้น" คีรินกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนทำเอาหัวใจของทนายสาวผู้เยือกเย็นกระตุกวูบ "และถ้าคุณอยากรอดพ้นจากเกมนี้ทั้งตัวและหัวใจ... คุณต้องฟังผมให้ดี" คีรินเลื่อนมือลงมาสัมผัสเอวคอดกิ่วของเธออย่างจงใจ แรงบีบกระชับที่เอวทำให้รินรดารู้สึกถึงอันตรายระดับวิกฤต ไม่ใช่แค่จากศัตรูภายนอก แต่จากแรงดึงดูดระหว่างพวกเขาทั้งคู่ที่กำลังปะทุขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากต่อว่า ดวงตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่หลังเสาไฟสลัวไม่ไกลจากจุดที่พวกเขายืนอยู่... ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทโผล่อออกมาจากความมืด เล็งตรงมายังศีรษะของคีรินอย่างไร้เสียงเตือน! รินรดารวบรวมสติทั้งหมดที่มี กระชากร่างของคีรินให้ล้มลงหลบวิถีกระสุนพร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นก้องลานจอดรถ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในเกมอันตรายนี้ไปพร้อมกับมิดไนท์คิส แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%