กลิ่นดินปืนยังคงค้างอยู่ในโพรงจมูก ผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของคอนกรีตเก่าในลานจอดรถใต้ดินของตึกร้างแห่งนั้น ร่างกายของรินรดายังแนบชิดอยู่กับพื้นปูนเย็นเฉียบ น้ำหนักตัวที่ทาบทับลงมาไม่ได้มาจากแรงโน้มถัดของโลก หากแต่เป็นแผงอกกว้างของคีริน สถาปนิกหนุ่มผู้ซึ่งลมหายใจกำลังร้อนผ่าวรดอยู่ข้างกกหูของเธอ เสียงกระสุนนัดที่สองเจาะทะลุกระจกเสาหลักด้านหลังดังสนั่นตามมาติดๆ ย้ำเตือนว่าความตายเมื่อครู่ไม่ใช่ภาพลวงตา
หัวใจของทนายความสาวเต้นรัวระรัวอยู่ใต้เสื้อสูทแบรนด์เนมราคาแพง แต่นั่นไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว—มันคือความตื่นตัวของสัญชาตญาณนักล่าที่ถูกต้อนจนมุม
"คุณหนักนะคะ, คุณคีริน"
เสียงกระซิบของรินรดาลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นก็ยังคงฉายแววเยือกเย็นและท้าทาย เธอไม่ได้ผลักเขาออกทันทีที่เสียงปืนเงียบลง ทว่ากลับปล่อยให้ช่วงเวลาอันตรายนี้ยื้อเยื้อออกไปอีกนิด เพื่ออ่านประกายความตกใจที่ยังเจืออยู่ในดวงตาคมกริบของชายหนุ่ม
คีรินยันข้อศอกขึ้นกับพื้นปูนเพื่อพยุงน้ำหนักตัวไม่ให้กดทับเธอจนเกินไป ใบหน้าของเขาก้มลงมาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ดวงตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าเรียบนิ่งที่เคลือบด้วยคราบฝุ่นบางๆ ของเธออย่างพิจารณา
"ผมเพิ่งช่วยชีวิตคุณ หรือพูดให้ถูกคือ... คุณเพิ่งดึงผมลงมาเสี่ยงตายด้วยกัน" คีรินแย้ง เสียงทุ้มต่ำของเขาเจือรอยยิ้มหยันที่มุมปากเล็กน้อย "แต่ดูท่าทางคุณแล้ว... อะดรีนาลีนในตัวคงหลั่งเร็วกว่าสำนึกรักตัวกลัวตายสินะครับ... เอ๊ย, สินะคะ" เขาแก้คำพูดตัวเองในใจอย่างรวดเร็วเมื่อสบเข้ากับสายตาคมกริบที่ปรายมองมา
"ฉันไม่เคยขอให้ใครมาตายแทน และที่สำคัญ..." รินรดายกมือขึ้นแตะลาดไหล่กว้างของเขา ออกแรงดันเบาๆ เป็นสัญญาณให้เขาลุกขึ้น แต่กิริยานั้นกลับเย้ายวนโดยไม่ตั้งใจ "คนที่คุณควรสงสัยตอนนี้ ไม่ใช่ฉัน... แต่เป็นคนที่รู้ว่าเราสองคนกำลังลงพื้นที่ตรวจโครงสร้างตรงนี้ต่างหาก"
คีรินผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะยื่นมือหนามาให้หญิงสาว ทว่ารินรดากลับเมินเฉยต่อความหวังดีนั้น เธอใช้มือข้างหนึ่งยันพื้นแล้วดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยความคล่องแคล่ว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีนิ่งสงบราวกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้มีมือปืนซุ่มยิงพวกเขาแต่อย่างใด
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เปลี่ยนไป ความตึงเครียดจากคมกระสุนถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ไม่อาจปฏิเสธ คีรินหรี่ตามองทนายความสาวผู้เยือกเย็น เขา สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างตั้งแต่วินาทีที่เธอกระชากเขาลงมาหลบวิถีกระสุนแล้ว—ผู้หญิงที่เดินบนส้นสูงแปดนิ้วตรวจตึกร้างได้อย่างคล่องแคล่วรากับอยู่ในสนามรบ แถมยังรู้จุดอับสายตาของมือปืนก่อนที่กระสุนนัดแรกจะกระทบเป้าเสียอีก
"คุณรู้เหรอว่ามันจะยิง?" คีรินเอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบในความสลัวของลานจอดรถ ขณะที่สายตายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "วิถีกระสุนเมื่อครู่... มันไม่ได้เล็งที่รถ แต่มันเล็งมาที่คุณ... หรือพูดให้แคบลงกว่านั้น มันเล็งมาที่เอกสารในกระเป๋าเอกสารของคุณต่างหาก, รินรดา"
รินรดาชะงักไปเสี้ยววินาที—เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่ความตื่นตระหนกวาดผ่านแววตา ก่อนที่มันจะถูกกลบฝังด้วยหน้ากากทนายความผู้ไร้หัวใจตามเดิม เธอกระชับสายสะพายกระเป๋าหนังในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"คุณจินตนาการเก่งสมกับเป็นสถาปนิกดีนี่คะ... คีริน" เธอย้อนเสียงเรียบ ก้าวเท้าเดินผ่านหน้าเขาไปยังเสาคอนกรีตต้นที่เกิดเหตุ "แต่ความจริงคือ คดีนี้มีคนเสียผลประโยชน์มหาศาล และฉันเป็นคนถือไพ่เหนือกว่า ธนภัทรไม่ได้มีแค่เงิน... เขามีกำลังพลที่พร้อมจะปิดปากทุกคนที่ขวางทาง"
"รวมถึงทนายความสาวมือหนึ่งอย่างคุณด้วยงั้นสิ?" คีรินสาวเท้าก้าวตามติด ประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังของรินรดากลืนหายไปกับเงาของเสาคอนกรีต เขาใช้มือข้างหนึ่งยันพื้นผิวคอนกรีตหยาบๆ ไว้เหนือศีรษะเธอ เป็นการกักขังเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเขากับเสาต้นนั้น กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยกรุ่นอยู่ปลายจมูกจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ
"ถอยไปค่ะ คีริน" เสียงของเธอลดต่ำลง กดดัน และเต็มไปด้วยอันตราย
"ทำไมล่ะครับ? กลัวว่าหัวใจที่เต้นแรงจนระเบิดออกมานี่... จะทรยศความเยือกเย็นที่คุณพยายามสร้างขึ้นมางั้นเหรอ?" คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนริมฝีปากของเขาเกือบจะสัมผัสกับเส้นผมที่หลุดลุ่ยข้างขมับของเธอ นิ้วมืออีกข้างของชายหนุ่มไล้ไปตามขอบกระเป๋าเอกสารที่เธอถือแนบอก "บอกผมมา... ในกระเป๋านี้มีอะไร? สัญญาระหว่างธนภัทรกับบริษัทรับเหมา... หรือว่า 'รอยร้าว' ที่แท้จริงของตึกนี้ ที่ไม่ใช่แค่โครงสร้างทางวิศวกรรม แต่เป็นโครงสร้างความฉ้อฉลที่คุณกำลังจะขุดคุ้ยขึ้นมา"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินขอบเขตทางวิชาชีพทำให้เธอได้ยินเสียงลมหายใจของเขาชัดเจน ดวงตาสีเข้มของเขาลุกโชนด้วยความท้าทาย ขณะที่ดวงตาของเธอก็สะท้อนภาพเงาของเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว
เกมนี้... ใครกุมความลับมากกว่า คนนั้นคือผู้ชนะ
"ถ้าอยากรู้..." รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ร้ายกาจและทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่คีรินเคยเห็นมา เธยขยับตัวเข้าหาเขาจนปลายจมูกเกือบชนกัน "คุณก็ต้องแลกด้วยความลับของคุณเหมือนกัน... สถาปนิกผู้ซ่อนบางอย่างไว้หลังแปลนตึกนี้"
คีรินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาจางหายไปแทนที่ด้วยความระแวงที่วาบผ่านดวงตา แต่ก่อนที่เขาจะได้เอื้อนเอ่ยประโยคใดเพื่อโต้แย้ง...
*แกร๊ก...*
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่ชัดเจนดังสะท้อนก้องมาจากความมืดของทางลาดชั้นใต้ดิน—ไม่ใช่เสียงของลม ไม่ใช่เสียงของหยดน้ำ แต่มันคือเสียงรองเท้าหนังที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขายืนอยู่ทีละก้าว... อย่างใจเย็น
คีรินดึงสติกลับมาในทันที มือหนาคว้าข้อแขนเรียวของรินรดาไว้แน่น ออกแรงกระชากให้เธอถอยหลบเข้าไปในซอกเสาที่มืดทึบกว่าเดิม พร้อมกับที่นิ้วชี้อีกข้างแตะลงบนริมฝีปากของตัวเองเป็นเชิงส่งสัญญาณให้เงียบกริบ
เงาดำทะมันทอดยาวทอดทับลงบนพื้นคอนกรีตทีละน้อย ร่างของใครบางคนกำลังเดินเลี้ยวโค้งพ้นมุมเสามาพร้อมกับประกายแสงสะท้อนของวัตถุโลหะในมือ... และเมื่อแสงไฟฉายสาดส่องกระทบใบหน้าของแขกยามวิกาลผู้ไม่ได้รับเชิญ คีรินก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เพราะคนที่ยืนถือปืนรออยู่ตรงหน้าพวกเขาในเวลานี้... กลับไม่ใช่คนของธนภัทรอย่างที่คาดคิด
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางในเกมหมากรุกอันตรายนี้ด้วยกันนะคะ
ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง•ตอนที่ 5
รอยร้าวในโครงสร้าง
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!