ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง•ตอนที่ 6

การสนทนาบนดาดฟ้า

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
ปลายกระบอกปืนสีดำด้านที่สะท้อนกับแสงไฟฉายกราดโค้งเป็นวงแคบ ไม่ได้อยู่ในมือของบอดี้การ์ดจากอาณาจักรธุรกิจของธนภัทรอย่างที่รินรดากับคีรินคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้ามาในโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่าแห่งนี้ แต่กลับเป็น ‘พิมพ์พรรณ’ อดีตสถาปัตยกรรมอาวุโสผู้เคยร่วมลงนามในโครงการก่อสร้างตึกร้างเมื่อทศวรรษก่อน ดวงตาของเธอไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวของผู้บุกรุกยามวิกาล หากแต่เต็มไปด้วยความนิ่งสนิท เยียบเย็น และเด็ดเดี่ยวราวกับก้อนหินที่ถูกแช่แข็งมาเนิ่นนาน "ไม่คิดว่าทนายความมือหนึ่งอย่างคุณรินรดาจะลดตัวมาเดินย่ำตึกผีสิงเพื่อหาหลักฐานให้ฆาตกรสวมสูทพวกนั้นนะคะ" พิมพ์พรรณเอ่ยขึ้น เสียงของเธอก้องกังวานสะท้อนไปตามผนังปูนเปลือยที่ไร้ซึ่งฝ้าเพดาน แรงกดดันในอากาศพุ่งสูงขึ้นทันทีจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายความประหลาดใจในดวงตาคมกริบ เธอไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย ปลายรองเท้าส้นสูงยังคงปักหลักมั่นคงอยู่บนพื้นคอนกรีตที่โรยด้วยฝุ่นผง ในฐานะทนายความที่ผ่านคดีฆาตกรรมและฉ้อโกงระดับร้อยล้านมานับไม่ถ้วน รินรดารู้ดีว่าความกลัวคือความอ่อนแอที่ศัตรูปรารถนาจะเห็นมากที่สุด "และดิฉันก็ไม่คิดว่าสถาปนิกผู้เคยมีอนาคตไกลอย่างคุณ จะเลือกใช้ชีวิตบั้นปลายด้วยการถืออาวุธขู่กรรโชกในตึกร้างที่ตัวเองเป็นคนออกแบบโครงสร้างหรอกค่ะ" รินรดาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ "วางปืนลงเถอะค่ะ คุณพิมพ์พรรณ มันไม่ได้ช่วยให้คดีความเมื่อสิบปีที่แล้วดูขาวสะอาดขึ้นมาได้หรอก" คีรินที่ยืนอยู่เคียงข้างขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงโปร่งของเขาบังหน้าหญิงสาวไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกราบมองอดีตรุ่นพี่ร่วมสำนักงานด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งผิดหวังและโกรธเกรี้ยว "รุ่นพี่... พี่ก็เป็นอีกคนที่เลือกจะซ่อนความเน่าเฟะไว้ใต้พรมคานคอนกรีตพวกนี้สินะครับ" พิมพ์พรรณแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากและบาดหู "ความเน่าเฟะเหรอคีริน? แกยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจว่าโลกใบนี้มันขับเคลื่อนด้วยอะไร อาคารหลังนี้ไม่ได้พังเพราะรอยร้าวของเสาเข็ม แต่มันพังเพราะความโลภของคนที่นั่งเซ็นเช็คอยู่ในห้องแอร์ต่างหาก! ธนภัทรไม่ได้ซื้อแค่ความเงียบของฉัน... เขากว้านซื้อจิตวิญญาณของทุกคนในบริษัทนี้ไปตั้งแต่เริ่มตอกเสาเข็มต้นแรกแล้ว" บรรยากาศบนดาดฟ้าตึกร้างในยามค่ำคืนคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านช่องหน้าต่างที่ไร้กระจก กรีดกรายผิวเนื้อจนรู้สึกเยือกแข็ง ทว่าภายใต้ความหนาวเหน็บนั้น อะดรีนาลีนในกายของคนทั้งสามกลับสูบฉีดจนร้อนผ่าว รินรดาก้าวเท้าออกไปด้านข้างเล็กน้อยเพื่อให้พ้นจากการกำบังของคีริน เธอยืนเผชิญหน้ากับปลายกระบอกปืนด้วยท่วงทีสง่างามและเย่อหยิ่ง "ถ้าธนภัทรคือคนที่คุณเกลียดชังนักหนਾ ทำไมคุณถึงยังเก็บเอกสารชุดนั้นไว้ในเซฟใต้ดินของตึกนี้ล่ะคะ?" รินรดาจี้จุดด้วยคำพูดที่คมกริบ "คุณไม่ได้พยายามทำลายหลักฐาน... คุณแค่รอให้ใครสักคนที่มีอำนาจมากพอจะลากคอมันลงมาเดินบนถนนสายยุติธรรมต่างหาก" พิมพ์พรรณชะงักไปชั่วขณะ ปลายกระบอกปืนที่สั่นน้อยๆ สะท้อนถึงความลังเลที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความแข็งกร้าว รินรดาอ่านเกมขาดในเสี้ยววินาทีนั้น เธอรู้ดีว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของคดี หญิงสาวจึงไม่รอช้าที่จะก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด แม้จะรู้ว่าความเสี่ยงมีสูงลิบ "คุณกำลังใช้ชีวิตอยู่บนความหวาดกลัวมาสิบปีเต็มๆ นะคะคุณพิมพ์พรรณ มันคุ้มกันแล้วหรือกับการปกป้องเศษซากความลับของคนที่เหยียบย่ำคุณ?" คีรินหันมามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของรินรดา ท่าทีเด็ดเดี่ยวและไร้ความหวาดกลัวของทนายสาวทำให้หัวใจของเขาเต้นระส่ำอย่างประหลาด ในวินาทีที่ความตายอยู่ห่างแค่เอื้อม รินรดากลับเลือกที่จะใช้มันสมองและวาทศิลป์เป็นอาวุธเข้าฟาดฟัน ความดุดันและเลือดเย็นนี้เองที่ทำให้คีรินรู้สึกทั้งเกรงขามและปรารถนาที่จะครอบครองเธอในเวลาเดียวกัน ทันใดนั้นเอง พิมพ์พรรณก็ลดปืนลงเล็กน้อย ดวงตาฝ้าฟางเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดมานานนับทศวรรษ "เธอไม่เข้าใจหรอกรินรดา... คนอย่างพวกเธอที่เกิดมาบนกองเงินกองทองและอำนาจ ไม่เคยรู้หรอกว่าการถูกบังคับให้เลือกระหว่างความถูกต้องกับลมหายใจของคนในครอบครัวมันทรมานแค่ไหน!" "ดิฉันเข้าใจดีค่ะ" รินรดาเอ่ยเสียงนุ่มลงเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงความหนักแน่น "เพราะดิฉันก็เติบโตมาบนซากปรักหักพังทางศีลธรรมของครอบครัวตัวเองเหมือนกัน... นั่นคือเหตุผลว่าทำไมดิฉันถึงยืนอยู่ตรงนี้ เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนต้องตกเป็นเหยื่อของเกมอำนาจนี้อีกต่อไป" คำพูดนั้นสะท้อนก้องในความเงียบงัน คีรินหันมาสบตากับรินรดา แววตาของทั้งคู่ประสานกันโดยไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติม อุดมการณ์ที่เคยขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในตอนแรก บัดนี้กลับหลอมรวมเข้าหากันภายใต้ความมืดมิดของตึกร้าง ความต่างระหว่างทนายสาวผู้ใช้ตรรกะและสถาปนิกผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบ กลายเป็นแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่รุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวแทบจะลุกเป็นไฟ ทว่า ก่อนที่พิมพ์พรรณจะทันได้ยื่นแฟ้มเอกสารลับที่ซ่อนอยู่ออกมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่บันไดหนีไฟด้านล่าง เสียงเหล็กกระทบกันก้องกังวานทำลายความเงียบสงบยามวิกาล บอดี้การ์ดชุดดำของธนภัทรพรูขึ้นมาบนดาดฟ้าเร็วกว่าที่คาดคิด! พิมพ์พรรณเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก "พวกมันมาได้ยังไง..." รินรดาหันขวับไปมองทางบันได แววตาเย็นชาฉายประกายความตึงเครียดเป็นครั้งแรก คีรินก้าวเข้ามาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นทันที แรงบีบนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยและการปกป้องที่ปิดไม่มิด และในวินาทีที่แสงไฟฉายกราดสาดส่องขึ้นมาถึงขอบดาดฟ้า... เงาร่างหนึ่งก็ก้าวพ้นขอบประตูเหล็กขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากของแขกยามวิกาลผู้มาเยือนใหม่—คนที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่แทบสะดุดลงตรงนั้น ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในเกมอันตรายนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%