ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง•ตอนที่ 10

พยานคนสำคัญ

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
เสียงสับสวิตช์ไฟเบรกเกอร์ตัวใหญ่ดัง *‘กริ๊ก’* ก้องกังวานอยู่ในความเวิ้งว้างของชั้นใต้ดินโครงสร้างตึกร้าง ไม่มีแสงสว่างใดนอกจากดวงไฟฉายคาดหัวของสถาปนิกหนุ่มที่สาดส่องฝุ่นผงละอองยิบระยับให้ลอยเค្វ้งคว้างในอากาศ ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของรินรดาไม่ใช่ความรกร้างพังทลายของสถาปัตยกรรมล้มเหลวเหล่านี้ หากเป็นเอกสารการเงินจำนวนมหาศาลและแฟ้มคดีลับที่ถูกซุกซ่อนไว้หลังผนังปูนเปลือย ซึ่งถูกทุบทำลายด้วยฝีมือของคีริน “คุณมั่นใจแค่ไหนว่าสิ่งที่อยู่ในแฟ้มพวกนี้ จะไม่ถูกทำลายเสียก่อนที่เราจะได้ใช้มันในชั้นศาล” น้ำเสียงของทนายความสาวราบเรียบ ทว่าคมกริบดุจใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง เธอยืนกอดอกพิงเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทตัดกับความมืดมิดรอบตัวอย่างเด่นชัด ดวงตาสีเข้มคมปลาบจ้องมองร่างสูงโปรดในชุดช่างสีเข้มที่กำลังคุกเข่ารื้อค้นกล่องกระดาษลูกฟูกเก่าคร่ำคร่า คีรินเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร แววตาของเขาไหววับด้วยประกายความดุดันผสมผสานกับความเย้ยหยัน “ถ้าผมไม่มั่นใจ... ผมคงไม่พาคุณมาเหยียบสถานที่อัปמงคลที่ธนภัทรเคยใช้เป็นฉากหลังในการฟอกเงินและฆาตกรรมอำพรางหรอกค่ะ รินรดา” เขาจงใจเน้นเสียงเรียกชื่อเธออย่างสนิทสนมและท้าทาย สรรพนามและน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจใต้ร่มผ้าของทนายสาวกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย เธอก้าวเข้าไปประชิดเขาช้าๆ ส้นรองเท้าบูทหนังแท้กระทบพื้นคอนกรีตเกิดเสียงก้องกังวานสะท้อนไปทั่วอุโมงค์ใต้ดินร้าง กลิ่นกายสะอาดเจือจางของน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความชื้นของฝนและอิฐปูน ลอยวนเวียนอยู่ระหว่างคนทั้งคู่จนแทบแยกไม่ออกว่าใครเป็นผู้รุกรานใครกันแน่ “คุณกำลังเล่นกับไฟ คีริน” รินรดาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังแตะลงบนสันแฟ้มสีน้ำเงินเข้มที่มีตราประทับลับสุดยอดของบริษัทในเครือธนภัทร “และไฟกองนี้มันใหญ่เกินกว่าสถาปนิกมือสะอาดอย่างคุณจะรับมือไหว ถ้าธนภัทรรู้ว่าเอกสารชุดนี้อยู่ที่ไหน... ชีวิตที่คุณสร้างมาทั้งหมดจะมอดไหม้เป็นจุลภายในชั่วข้ามคืน” คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าและใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนปัดป่านพวงแก้มเนียนนุ่มของเธอ เขาไม่ได้ถอยหนี กลับขยับเข้าประชิดจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับเสาคอนกรีตเย็นเยียบ โดยมีร่างสูงใหญ่ของเขากักขังเธอไว้ในวงแขน “ผมไม่เคยกลัวไฟ... รินรดา” เขากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเยือกเย็น “โดยเฉพาะไฟที่แผดเผาตัวคุณอยู่ ยิ่งคุณเย็นชามากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งอยากหลอมละลายเกราะป้องกันพวกนั้นมากเท่านั้น คุณรับจ้างปกป้องปีศาจ แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าปีศาจตนนั้นกำลังกัดกินแม้กระทั่งวิญญาณของคุณเอง” คำพูดนั้นเฉียบคมเสียดแทงตรงเข้าสู่ปมในใจที่เธอพยายามซ่อนเร้นมาตลอดชีวิต รินรดาชะงัก ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากหยักได้รูปที่อยู่ห่างเพียงคืบ ความโกรธเกรี้ยวและแรงดึงดูดทางเพศปะปนกันจนกลายเป็นสารพิษหวานล้ำที่แล่นพล่านไปทั่วกระแสเลือด เธอไม่ได้ผลักเขาออก ตรงกันข้าม... เธอยกมือขึ้นแตะปกเสื้อเชิ้ตของเขา ปลายนิ้วจิกเกร็งลงบนเนื้อผ้าแน่นจนขึ้นข้อขาว “ถ้าฉันเป็นปีศาจ... คุณก็คงเป็นคนโง่เง่าที่สุดที่กล้าเดินเข้ามาในถ้ำของฉัน” เธอยิ้มเยาะด้วยมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายและเย้ายวนใจจนคนมองแทบคลั่ง “ใช่... ผมมันโง่” คีรินไม่รอช้าอีกต่อไป ฝ่ามือหนารวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัวจนแนบสนิทอย่างไร้ช่องว่าง ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มสีระเรื่อทันทีอย่างไร้การลังเล จูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นการประกาศสงครามและการครอบครองที่ดุดัน รินรดาสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยก่อนจะอ้าปากรับสัมผัสวาบหวามที่เขาป้อนให้อย่างเต็มใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำท่ามกลางความมืดมิดของตึกร้าง เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก มือใหญ่สอดเข้าใต้ร่มผ้าสูท สัมผัสผิวกายเนียนนุ่มร้อนผ่าวผ่านเนื้อผ้าไหมราคาแพง ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ไปตามแนวสันหลังและสะโพกโค้งเว้าจนรินรดาต้องหลุดเสียงครางแผ่วเบาออกมาด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความเย็นเยียบของตึกร้างถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากร่างกายที่แนบชิดกันจนแทบหลอมละลายเป็นเนื้อ Same รสจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนดึงดูดพวกเขาทั้งคู่ดิ่งจมลงสู่ห้วงแห่งอารมณ์ดิบเถื่อนที่ไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้อีกต่อไป ทว่า... ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งความปรารถนากำลังแผดเผาทั้งสองจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากชั้นบนของตึกร้าง พร้อมกับลำแสงไฟฉายกราดส่องลงมาตามช่องบันไดปูนอย่างรวดเร็ว! รินรดาสะดุ้งสุดตัว สติสัมปชัญญะกลับคืนมาในเสี้ยววินาที เธอผลักอกคีรินออกห่างอย่างแรงในขณะที่สถาปนิกหนุ่มคว้าแฟ้มเอกสารลับกำไว้ในมือแน่น ดวงตาคมกริบของทั้งคู่หันขวับไปมองยังต้นเสียงที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ในความมืด “พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด...” คีรินกระซิบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด นัยน์ตาดุดันจ้องมองไปยังเงาร่างสามร่างที่กำลังเดินลงมาจากบันไดชั้นบน พร้อมกับเสียงปลดล็อกไกปืนพกที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - มิดไนท์คิส
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%