ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง•ตอนที่ 11

การตัดสินใจของทนายหญิง

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มชนิดไร้นมและน้ำตาลลอยอวลตัดกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษเอกสารคดีอาญา ในห้องทำงานมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์สะท้อนเข้ากับกรอบแว่นสายตาของรินรดา ทนายความสาวมือหนึ่งแห่งสำนักงานกฎหมายชั้นนำกำลังจ้องมองตัวเลขการโอนเงินจำนวนมหาศาลผ่านหน้าจอ ทว่าสมองของเธอกลับไม่ได้ประมวลผลเรื่องตัวเลขทางบัญชีตามหน้าที่ที่ธนภัทรว่าจ้าง เธอกำลังไล่สายตานอนทับซ้อนเอกสารงบการเงินของบริษัทรับเหมาก่อสร้างใต้ดิน กับแปลนโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่คีรินเคยทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานของเขาเอง มันคือความผิดปกติที่สมบูรณ์แบบเกินไป... ธนภัทรต้องการให้เธอบดขยี้คดีตึกร้างแห่งนั้นให้ราบคาบ เพื่อกลบฝังคดีทุจริตและหลักฐานการเสียชีวิตปริศนาของวิศวกรผู้ควบคุมงาน แต่ยิ่งเธอขุดลึกลงไปในฐานะทนายจำเลย เอกสารทางกฎหมายที่ควรจะแน่นหนากลับมีรอยรั่วที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อให้ตรวจสอบไม่เจอ และมีเพียงคนเดียวที่รู้ว่ารอยรั่วนั้นถูกซ่อนไว้ที่ไหน—คีริน สถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและอันตรายต่อหัวใจของเธอในเวลาเดียวกัน "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่คะ คีริน" รินรดาพึมพำกับความว่างเปล่า ปลายนิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือหนังสีดำกดปิดหน้าจอเอกสารคดี แล้วเปิดไฟล์ภาพถ่ายภาคสนามของตึกร้างยามค่ำคืนขึ้นมาแทน เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก่อนที่ร่างสูงสง่าในชุดสูทสไตล์มินิมอลจะก้าวเข้ามาโดยไม่รอให้ได้รับอนุญาต คีรินยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นซ่อนความท้าทายไว้ภายใต้กรอบความนิ่งสงบ เขากวาดสายตามองโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารคดีของธนภัทร ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน "ผมเตือนคุณแล้วว่าศาลเตี้ยในตึกร้างนั้นน่าสนใจกว่าศาลยุติธรรมที่คุณยืนอยู่" คีรินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบแตะลงบนโสตประสาทของเธออย่างจงใจ รินรดาเงยหน้าขึ้น ประสานสายตากับเขาโดยไม่มีความหวั่นไหวเจือปน แม้ว่าหัวใจของเธอจะเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เข้าใกล้รัศมีของชายผู้นี้ก็ตาม เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้ความกดอากาศระหว่างคนทั้งคู่ลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นที่เป็นเกราะคุ้มกัน "หน้าที่ของดิฉันคือการชนะคดีให้คุณธนภัทร ไม่ใช่การวิ่งตามหาความจริงที่คุณพยายามโยนเศษขนมปังนำทางให้ดิฉันเก็บ" รินรดาผุดลุกขึ้นยืน ช1ายตามองแฟ้มคดีที่หนาปึก "แต่ดูเหมือนว่า... คุณจะจงใจทิ้งร่องรอยการยักยอกเงินโครงสร้างตึกร้างไว้ในเอกสารส่วนที่ดิฉันต้องตรวจทาน เพื่อให้ดิฉันหันมาสนใจคุณแทนที่จะเป็นลูกความของตัวเองสินะคะ" คีรินไม่ปฏิเสธ เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบ กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นไอมัสก์และกระดาษเก่าโชยเข้าจมูก รินรดาไม่ถอยหลังหนี เธอเชิดหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับความกดดันที่เขาสร้างขึ้นอย่างจงใจ "คุณฉลาดเกินกว่าจะเป็นแค่หมากในมือของธนภัทร รินรดา" คีรินโน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงของเขาทุ้มพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "คุณรู้ดีว่าตึกนั้นซ่อนอะไรไว้ และคุณก็รู้ด้วยว่า ถ้าคุณยังเลือกยืนอยู่ข้างเดียวกับฆาตกร คุณจะต้องสูญเสียอะไรบ้าง... รวมทั้งตัวตนของคุณเอง" "คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินดิฉัน" รินรดาโต้กลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่ถูกอ่านเกมทะลุปรุโปร่ง "ดิฉันเลือกเส้นทางนี้ด้วยเหตุผลทางตรรกะ และผลประโยชน์ที่คุ้มค่า..." "โกหk" คีรินตัดบท น้ำเสียงของเขาเฉียบคมและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน มือหนายื่นออกไปปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงบนสันจهورคมของแฟ้มเอกสารคดีที่เธอเพิ่งปิดลง "ถ้ามันเป็นแค่เรื่องผลประโยชน์ ทำไมมือของคุณถึงสั่นตอนที่เซ็นสัญญาว่าความให้เขา ทำไมสายตาของคุณถึงมองหาผมทุกครั้งที่คุณก้าวเท้าเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุ" สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาที่เฉียดผ่านหลังมือเธอบนโต๊ะทำงาน ส่งกระแสความร้อนวูบวาบแล่นพล่านไปตามแนวไขสันหลัง รินรดาชะงัก ลลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาที ความเยือกเย็นที่เธอสะสมมาตลอดชีวิตถูกแผดเผาด้วยความใกล้ชิดที่ไร้ซึ่งช่องว่าง ทั้งคู่ต่างยืนอยู่บนขอบเหวของความถูกต้องและศีลธรรม โดยมีแรงปรารถนาอันเร่าร้อนและอันตรายเป็นเดิมพัน รินรดาไม่ตอบคำถามนั้น แต่การที่เธอไม่ถอยหนีและปล่อยให้เขาขยับเข้ามาใกล้จนหน้าอกเกือบแนบชิดกัน คือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าถ้อยคำใดๆ ดวงตาของคีรินเปลี่ยนเป็นเข้มจัดเมื่ออ่านความต้องการที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยชาชาของทนายสาว เขาไม่รอให้เธอดึงสติกลับมา มือข้างหนึ่งเอื้อมไปล็อกเอวสอบของเธอไว้แน่น รั้งร่างเพรียวบางให้เข้ามาแนบชิดจนไร้ช่องว่าง รินรดาหลุดเสียงครางแผ่วในลำคอด้วยความตกใจ ทว่าความประหลาดใจนั้นถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามในเสี้ยววินาทีเมื่อริมฝีปากของเขาประกบเข้าหาเรียวปากของเธออย่างรวดเร็วและหนักหน่วง รสจูบเริ่มต้นด้วยการปะทะราวกับคู่ปรับที่กำลังแย่งชิงความเหนือกว่า ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนลุ่มลึกที่ดึงดูดวิญญาณของคนทั้งคู่ให้จมดิ่ง คีรินขบเม้มเรียวปากของเธออย่างเอาแต่ใจ เรียรียวลิ้นร้อนล้ำรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานที่เธอพยายามปิดตาย รินรดาสั่นสะท้าน มือเรียวที่เคยถือไพ่เหนือกว่าในทุกคดีกลับยกขึ้นกำปกเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ร่างกายของเธอร้อนผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผา ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบงันของห้องทำงานที่มืดมิด สัมผัสจากมือของเขาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและบั้นเอวปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ทั้งคู่ต่างพยายามกดทับไว้ ความต้องการที่เกินเลยกว่าคำว่าทนายความและสถาปนิกปะทุขึ้นอย่างไร้การควบคุม รินรดาแอ่นกายเข้าหาอ้อมแขนที่แข็งแกร่ง รสจูบเปลี่ยนเป็นความโหยหาและดุดัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนผิวแก้มและซอกคอขาวระหงเมื่อคีรินกดจูบเน้นย้ำลงบนจุดชีพจรจนเกิดรอยแดงจางๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนและยินยอมพร้อมใจของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทว่า... ในวินาทีที่สติสัมปชัญญะของรินรดากำลังจะหลุดลอยไปกับสัมผัสวาบหวาม เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนกองเอกสารก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นในความมืด พร้อมกับชื่อผู้ส่งที่ทำให้ความร้อนรุ่มในกายของรินรดาเย็นเยียบลงทันที *[ธนภัทร: เอกสารลับชุดสุดท้ายที่นายสถาปนิกคนนั้นซ่อนไว้... ฉันรู้แล้วว่ามันอยู่ที่ไหน ส่งมันมาให้ฉันคืนนี้ ไม่อย่างนั้นความลับของครอบครัวคุณจะกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้เช้า]* รินรดาชะงักกึก เธอดึงสติกลับมาได้ในเสี้ยววินาที ร่างกายที่เคยอ่อนยวบอยู่ใต้อ้อมกอดของคีรินกลับมาแข็งเกร็งและเย็นชาอีกครั้ง เธอดันอกของชายหนุ่มให้ออกห่างอย่างเด็ดขาด คีรินมองหน้าเธอด้วยแววตาที่ยังคุกรุ่นด้วยเพลิงอารมณ์ ก่อนจะเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างจ้าอยู่ รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก เธอมองหน้าคีรินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป—สายตาของการตัดสินใจครั้งสำคัญที่เดิมพันด้วยชีวิตของเธอเอง "เกมของคุณจบลงแค่นี้แหละค่ะ คีริน" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบเย็น เธอยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากรสจูบเมื่อครู่ "เพราะคืนนี้... ดิฉันจะไปค้นตึกร้างหลังนั้นด้วยตัวเอง ก่อนที่ธนภัทรจะหาหลักฐานชิ้นนั้นเจอ" คีรินไม่ได้โกรธหรือรั้งเธอไว้ เขากลับยกยิ้มมุมปากอย่างลึกล้ำ ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความท้าทายราวกับคาดการณ์การตัดสินใจนี้ไว้อยู่แล้ว "ถ้าอย่างนั้น..." คีรินก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวแต่สายตายังคงตรึงอยู่ที่เธอ "ผมจะรอคุณที่ชั้นบนสุดของตึกร้าง... หวังว่าคุณจะมาทันก่อนที่แขกไม่invited คนอื่นจะไปถึง" พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวเดินหายลับไปในความมืดของทางเดิน ทิ้งให้รินรดายืนอยู่ท่ามกลางกองเอกสารคดีและเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรง เธอมองแฟ้มคดีในมือสั่นระริก ก่อนจะตัดสินใจหยิบปืนพกกระบอกเล็กขึ้นมาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อสูท แล้วก้าวเดินออกจากห้องทำงานด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานผ่านสายฝนโปรยปรายยามดึก มุ่งตรงไปยังตึกร้างโครงสร้างเหล็กที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำ—สถานที่ซึ่งความลับทั้งหมดถูกฝังกลบไว้ รินรดาขับรถเลี้ยวเข้าไปจอดในความมืดสนิทของลานจอดรถใต้ดิน บรรยากาศรอบตัวเงียบงันจนน่ากลัว มีเพียงเสียงหยดน้ำฝนที่กระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้อง เธอเปิดประตูลงจากรถ ก้าวเท้าเข้าไปในความมืดของตัวอาคารโดยมีแสงไฟฉายจากโทรศัพท์นำทาง ทว่าในขณะที่เธอกำลังก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นที่สอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและผิดจังหวะก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า—ไม่ใช่เสียงของคีริน... และไม่ใช่เสียงของยามรักษาความปลอดภัย รินรดาชะงักฝีเท้า หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเสาปูนเปลือย พร้อมกับแสงปลายบุหรี่ที่สว่างวาบขึ้นในความมืดเผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบของคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ —ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - มิดไนท์คิส
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%