"ใบลาออกฉบับนี้... คงไม่จำเป็นต้องอธิบายเหตุผลให้มากความหรอกกระมังคะ ท่านประธาน"
กระดาษแผ่นเรียบสีขาวถูกเลื่อนผ่านพื้นโต๊ะไม้มะฮอกกานีขัดเงา สะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มอ่อนจากโคมไฟทรงโมเดิร์น รินรดาไม่ได้กะพริบตาเลยแม้แต่น้อยขณะที่ดวงตาสีเข้มของเธอมองตรงไปยังชายวัยกลางคนผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของสำนักงานกฎหมายชั้นนำแห่งนี้ ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยังคงวางทาบอยู่บนขอบโต๊ะอย่างมั่นคง ราวกับว่าอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่ผู้บริหารตรงหน้า แต่อยู่ในกำมือของเธอตั้งแต่ต้น
ธนภัทร—ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่และอุปนายกสภาทนายความผู้ทรงอิทธิพล—หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบต่ำและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ถูกกลบไว้ภายใต้รอยยิ้มสุภาพตามมารยาททางสังคม เขานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ดวงตาหรี่ลงพินิจพิเคราะห์ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเธอเป็น "เครื่องมือ" ที่เชื่องมือที่สุด
"คุณรินรดา คุณกำลังเล่นเกมที่ใหญ่เกินตัว" ธนภัทรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงแรงกดดันมหาศาล "คดีของธนาคารพาณิชย์ใหญ่ที่คุณกำลังถืออยู่... หรือแม้แต่คดีของ... เอ่อ คนที่คุณเพิ่งไปเยี่ยมมาเมื่อคืนวาน ลืมไปแล้วหรือคะว่าคุณเซ็นสัญญาผูกพันข้อตกลงรักษาความลับไว้หนาเตอะแค่ไหน การเดินออกจากที่นี่ตอนนี้ ไม่ได้แปลว่าคุณจะเป็นอิสระ แต่มันแปลว่าคุณกำลังเลือกเดินเข้าสู่เขตกระสุนตกโดยไม่มีโล่กำบัง"
"โล่หรือคะ?" รินรดายิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เย็นชาจนเกือบจะไร้ความรู้สึก "ดิฉันคิดมาตลอดว่าตัวเองกำลังแบกหินผาไว้บนหลังเสียอีกค่ะ การวางมันลง... ต่อให้ต้องแลกด้วยการถูกหมายหัวจากพวกคุณ มันก็ยังเบากว่าการต้องทนหายใจร่วมกับฆาตกรในคราบนักบุญ"
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของอำนาจและเงินตราลอยอลวนอยู่ในอากาศ รินรดารู้ดีว่าการยื่นใบลาออกในเช้าวันนี้ไม่ใช่แค่การแสดงจุดยืน แต่มันคือการประกาศสงครามอย่างเต็มรูปแบบ เธอกำลังก้าวออกจากเกราะคุ้ม
กันทางกฎหมายที่สำนักงานนี้มอบให้ และก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่มืดมนที่สุดในชีวิตทนายความของเธอ—สมรภูมิที่มีเดิมพันเป็นลมหายใจและหลักฐานชิ้นสำคัญในแท็งก์สารเคมีใต้ตึกร้างหลังนั้น
ภาพของร่างไร้ชีวิตในชุดสูทหรูหราที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในของเหลวใสยังคงติดอยู่ในเรตินาของเธอ ร่างนั้น... คือหนึ่งในบุคคลสำคัญที่เธอกำลังจะขึ้นศาลเพื่อแก้ต่างให้ในสัปดาห์หน้า ความจริงอันบิดเบี้ยวนี้กัดเซาะรากฐานทางจริยธรรมทั้งหมดที่เธอเคยยึดถือ ทนายความผู้เชื่อมั่นในตัวบทกฎหมายอย่างเธอ กลับเป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆ ที่ถูกใช้ฟอกขาวให้แก่อาชญากรรมระดับชาติ
"คุณคิดว่าหลักฐานในแท็งก์นั้นจะช่วยอะไรคุณได้งั้นหรือ?" ธนภัทรโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของเขาต่ำลงจนแทบเป็นกระซิบ "สถาปนิกสติเฟื่องคนนั้น... คีริน เขาไม่ได้ใสสะอาดอย่างที่คุณคิดหรอกนะคะ รินรดา เขาแค่ดึงคุณลงมาในเกม เพื่อใช้คุณเป็นเหยื่อล่อให้เราตายใจ"
รินรดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที แต่เธอก็เก็บอาการได้อย่างแนบเนียน เธอยืนขึ้นเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ
"อย่างน้อยที่สุด... เขาก็ทำให้ดิฉันได้เห็นว่า ใต้สูทราคาแพงของพวกคุณ มันไม่มีหัวใจอยู่เลยสักดวง"
เธอกล่าวจบก็หันหลังเดินออกจากห้องทำงานนั้นทันที โดยไม่รอให้ธนภัทรได้เอ่ยคำขู่ใดๆ เพิ่มเติม เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะหนักแน่น สะท้อนไปตามทางเดินยาวเหยียดของสำนักงานกฎหมายที่เธอเคยภาคภูมิใจจะสังกัด—และในวินาทีที่ประตูกระจกบานใหญ่ปิดลง เธอรู้ดีว่าไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกแล้ว
รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานผ่านสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาในยามบ่าย ท้องฟ้าสีเทาหม่นปกคลุมเมืองใหญ่จนแทบมองไม่เห็นเส้นขอบฟ้า รินรดากำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ปลายทางของเธอไม่ใช่คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง แต่เป็น "ตึกร้าง" สถานที่ที่เก็บความลับดำมืดที่สุด และเป็นที่ที่เผลอๆ อาจจะเป็นหลุมศพของเธอเอง
ทันทีที่จอดรถหลบมุมในเงาอับของโครงสร้างคอนกรีตที่สร้างไม่เสร็จ รินรดาหยิบร่มและก้าวลงจากรถ เสียงฝนกระทบหลังคาผ้าใบลานจอดรถดังซ่า แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอก เธอไม่รู้ว่าคีรินอยู่ที่นี่หรือไม่ แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่า เขากำลังรอเธออยู่... ในที่เดิม จุดเริ่มต้นของความพินาศทั้งหมด
ประตูเหล็กกล้าทางลงห้องใต้ดินถูกแง้มไว้เพียงเล็กน้อย มีแสงไฟสีเหลืองนวลลอดออกมา รินรดากลั้นหายใจ ผลักบานประตูหนักอึ้งนั้นให้เปิดออก กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นฉุนของสารเคมีลอยปะทะจมูกทันทีที่ก้าวเข้าสู่ความมืด
"คุณมาช้าไปสามนาที รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืด ร่างสูงโปร่งของคีรินพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานชั่วคราว แสงไฟสลัวจากหลอดไฟดวงเดียวสาดกระทบใบหน้าคมคายที่มีร่องรอยความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมคู่นั้นมองตรงมาที่เธอ เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่อ่านไม่ออก ทั้งความห่วงใย ความโกรธขึง และแรงดึงดูดอันตรายที่เผลอทีไรก็ทำให้เธอใจเต้นแรงทุกที
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก and ก้าวเข้าไปประชิดเขาอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมเจือจางบนตัวเขาผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเธอ
"ฉันเพิ่งจัดการยื่นใบลาออก และตัดสะพานทั้งหมดกับพวกมัน" รินรดาเชิดหน้าขึ้น มองสบตาเขาตรงๆ "ตอนนี้... ฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว คีริน บอกความจริงฉันมาให้หมด ว่าคุณเอาอะไรไปซ่อนไว้ในแท็งก์พวกนั้นกันแน่?"
คีรินไม่ตอบคำถามในทันที ดวงตาของเขากวาดมองใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาสั่นไหวเล็กน้อยของเธอ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจและเย้ายวนใจในคราวเดียวกัน
"ลาออกแล้วหรือคะ..." เสียงของเขาพร่าต่ำลง มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่เปียกชื้นเพราะละอองฝนออกจากแก้มเนียนของเธออย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาทำให้ผิวเนื้อใต้ร่มผ้าของเธอซ่านสั่นไปหมด "คุณช่างกล้าหาญเสียจริง ทนายรินรดา... รู้ตัวไหมคะว่าตอนนี้ คุณกลายเป็นเป้าหมายที่อันตรายที่สุดในเกมนี้ไปเสียแล้ว"
"ฉันดูแลตัวเองได้" เธอกดเสียงต่ำ พยายามต้านทานแรงดึงดูดมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา แต่หัวใจกลับทรยศด้วยการเต้นรัวแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขยิบเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง
"จริงหรือคะ?" คีรินหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้ม ลมหายใจของเขากลิ่นสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ "ถ้าดูแลตัวเองได้จริง... ทำไมหัวใจของคุณถึงเต้นแรงเสียจนฉันได้ยินมันชัดเจนขนาดนี้ล่ะคะ"
รินรดาชะงัก เธอกำลังจะอ้าปากเถียง แต่ริมฝีปากของเธอกลับถูกปิดสนิทด้วยเรียวปากอุ่นจัดของเขาอย่างกะทันหัน ความนุ่มนวลแต่เร่าร้อนและดุดันในคราวเดียวกันทำให้สติที่ตั้งกำแพงไว้พังทลายลงในชั่วพริบตา คีรินไม่ได้รุกล้ำด้วยความรุนแรง หากแต่เป็นการจูบที่เรียกร้อง ควบคุม และบีบคั้นให้อารมณ์ดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชาของทั้งคู่ระเบิดออกมา
มือใหญ่เลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางของเธอเข้าหาตัวแนบแน่น จนร่างของเธอกลืนหายไปกับอกแกร่งของเขา รินรดาสะท้านเฮือก เผลอจิกปลายนิ้วลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อพยุงตัวไม่ให้ทรุดฮวบ รสจูบที่ลึกซึ้งและวาบหวามนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความอ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของท่ามกลางความตายและอันตรายที่รายล้อม
ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจเริ่มขาดห่วงและสติสัมปชัญญะกำลังจะหลุดลอยไปกับสัมผัสเร่าร้อนนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินบันไดทางเข้าห้องใต้ดิน!
คีรินผละริมฝีปากออกช้าๆ ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าประตูเหล็ก พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังขึ้น ราวกับมัจจุราชกำลังมาทวงสัญญา
"เปิดประตูครับ... เรารู้ว่าพวกคุณอยู่ข้างใน"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมอันตรายนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง•ตอนที่ 19
ทนายผู้กลายเป็นเป้าหมาย
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!