เสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กระแทกขั้นบันไดเหล็กดังก้องกังวานราวกับเสียงกลองศึกในความมืด ระฆังเตือนภัยอัคคีภัยสีแดงฉานสาดแสงกะพริบวับวาบย้อมโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่าของตึกร้างให้กลายเป็นฉากแห่งหายนะ บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ ขณะที่เงาร่างของกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มกำลังพุ่งทะยานขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งตามคำสั่งของธนภัทร
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเธอว่าเวลาหมดลงแล้ว แต่ก่อนที่เธอจะทันขยับตัว คีรินกลับคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้ด้วยแรงที่หนักแน่นและเด็ดขาด เขากระชากเธอลัดเลาะผ่านซอกเสาปูนขนาดใหญ่เข้าสู่ห้องควบคุมระบบเก่าที่ถูกทิ้งร้าง มุมอับสายตาซึ่งพ้นจากการมองเห็นจากบันไดหนีไฟได้อย่างฉิวเฉียด
"คุณเสียสติไปแล้วหรือไงคีริน!" รินรดาตวัดเสียงกระซิบลอดไรฟันด้วยความโกรธจัด ขณะที่แผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังเย็นเฉียบ ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ท่ามกลางเสียงไซренаที่กรีดร้องระรัว "ถ้าพวกมันจับได้ เราตายแน่!"
"ผมไม่ได้เสียสติ... แต่คนที่กำลังจะคลั่งเพราะความดื้อรั้นของคุณต่างหากคือรินรดา" คีรินสวนกลับด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า ดวงตาคมกริบภายใต้เงาสลัวฉายประกายดุดันและร้อนรุ่มยิ่งกว่าเปลวไฟ เขายันฝ่ามือกับผนังโอบล้อมร่างเธอไว้โดยสมบูรณ์ กักขังเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกายอันคุ้นเคยและแรงกดดันมหาศาลจากสถานการณ์รอบตัว
เสียงฝีเท้าหยุดลงที่ชั้นนี้ เสียงหอบหายใจและคำสั่งกร้าวของลูกน้องธนภัทรดังแว่วเข้ามาใกล้ทุกที ประตูเหล็กถูกผลักกระแทกจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ความตายอยู่ห่างออกไปแค่เอื้อม แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ากลับไม่ใช่ภัยคุกคามจากภายนอก หากแต่เป็นแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ภาพลักษณ์อันเยือกเย็นของคนทั้งคู่ ซึ่งบัดนี้กำลังปะทุขึ้นจนควบคุมไม่อยู่
"ถอยไปนะ..." รินรดาเอ่ยเสียงสั่น พยายามผลักแผงอกกว้างของเขาออก แต่คีรินกลับยิ่งโน้มตัวเข้าหาอย่างไร้ช่องว่าง
"ไม่ถอย... วันนี้คุณต้องตอบผมให้เคลียร์ รินรดา" เขากระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะต้นคอระหงจนเธอยืนแทบไม่อยู่ "ทำไมคุณถึงยังปกป้องผู้ชายอย่างธนภัทร ทั้งๆ ที่คุณก็รู้ว่ามันเหยียบย่ำความถูกต้องและทำลายชีวิตคนอื่นมามากแค่ไหน! หรือหัวใจเย็นชาของคุณมันด้านชาจนแยกแยะถูกผิดไม่ออกแล้วจริงๆ!"
คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลงบนปมในใจของเธอ รินรดาแค่นหัวเราะออกมาอย่างขื่นขม ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นที่เก็บกดมานานแรมปี
"คุณรู้อะไรเกี่ยวกับฉันบ้างคีริน! คุณเป็นแค่นายสถาปนิกโลกสวยที่มีอุดมการณ์ค้ำคอ คุณไม่เคยรู้หรอกว่าโลกอันเน่าเฟะที่ฉันเติบโตมามันบังคับให้ฉันต้องเลือกทางไหน! ฉันไม่ได้อยากเป็นคนเลือดเย็น... แต่ถ้าฉันไม่เหี้ยมเกรียมพอ ฉันก็คงถูกพวกมันกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก!"
คำสารภาพที่หลุดออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นเบาๆ ทำให้แววตาของคีรินอ่อนลงชั่วพริบตา ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดลึกซึ้งที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น เขารู้ดีว่าภายใต้เกราะกำบังอันแข็งกระด้างและตรรกะอันเยือกเย็นของทนายสาวมือหนึ่งคนนี้ ซ่อนเร้นรอยแผลที่แตกสลายไว้มากมายเพียงใด
และก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งตัว คีรินก็ประกบเรียวปากลงมาปิดกั้นคำพูดตัดพ้อทั้งหมดของเธออย่างอุกอาจและเร่าร้อน
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน หากแต่มันคือการปะทะกันของอารมณ์ ความโหยหา ความโกรธเกรี้ยว และความปรารถนาที่สะสมมาเนิ่นนาน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวระดมทุบลงบนอกเขาแต่แรงอันน้อยนิดนั้นกลับไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับความดุดันที่ถูกปลดปล่อยออกมา คีรินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ขณะที่มืออีกข้างประคองท้ายทอย บังคับให้เธอต้องรับรสจูบที่ทั้งลึกล้ำ วาบหวาม และเรียกร้องสิทธิ์ในตัวเธออย่างไร้ความปรานี
เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนความหวานล้ำและดึงดูดลมหายใจของเธอไปจนหมดสิ้น รินรดาพยายามขัดขืนอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่กำแพงแห่งเหตุผลของเธอจะพังทลายลงภายใต้สัมผัสอันเร่าร้อนที่แผดเผาทุกตรรกะในสมอง ความโกรธเปลี่ยนเป็นความวาบหวาม ร่างกายที่เคยเกร็งเครียดค่อยๆ อ่อนระทวย รสจูบที่เริ่มต้นด้วยการลงทัณฑ์แปรเปลี่ยนเป็นการโหยหากอดเกี่ยวอย่างไร้สติ ร่างบางแอ่นเข้าหาแผงอกหนาโดยไม่รู้ตัว มือที่เคยถูกพันธนาการเปลี่ยนเป็นโอบรอบลำคอแกร่ง จิกปลายนิ้วลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
เสียงฝีเท้าด้านนอกเงียบลงไปชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเหลือเพียงเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องในความมืด คีรินถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หยาดน้ำใสเชื่อมต่อระหว่างริมฝีปากที่บวมเจ่อ ดวงตาของเขามืดสนิทด้วยไฟปรารถนาที่กำลังแผดเผาตัวตนของเขาให้มอดไหม้
"คุณมันบ้า..." รินรดากระซิบเสียงพร่า ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยพิษรักและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน หน้าอกกระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจที่ยังไม่เป็นปกติ
"ใช่... ผมบ้า และคุณก็คือคนที่ทำให้ผมเสียสติ" คีรินกระซิบตอบ เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเต็มไปด้วยเสน่ห์อันตราย เขาลูบไล้ปลายนิ้วไปตามกรอบหน้าเรียวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาสัมผัสกระดุมเสื้อเชيرของเธออย่างจาบจ้วงแต่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่ต้านทานไม่ไหว
ในพื้นที่แคบๆ ท่ามกลางอันตรายที่รายล้อม เสื้อผ้าถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นด้วยความเร่งรีบและแรงอารมณ์ที่ไม่อาจยับยั้ง ผิวเนื้อที่สัมผัสกันส่งกระแสความร้อนวابหวามแล่นริ้วไปทั่วร่าง ความเย็นเยียบของตึกร้างถูกแทนที่ด้วยไออุ่นจากลมหายใจและอุณหภูมิร่างกายที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว คีรินกดจูบไปทั่วลาดไหล่เนียนและซอกคอหอมกรุ่น ทิ้งร่องรอยแห่งความเป็นเจ้าของไว้ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวระคนหวาดเสียว รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสอันวาบหวามนั้นด้วยความเต็มใจ เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดจากริมฝีปากเมื่อเรียวขาถูกยกขึ้นเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาในความมืดมิด
ทุกสัมผัส ทุกการสอดประสาน และทุกจังหวะลมหายใจที่กระชั้นชิด คือการประกาศสงครามและความยอมจำนนในเวลาเดียวกัน เป็นค่ำคืนที่เส้นแบ่งระหว่างความถูกต้องและบาปหนาถูกหลอมละลายลงในเปลวไฟแห่งความปรารถนาอันลึกซึ้ง โดยไม่มีใครสนใจอีกต่อไปว่าโลกภายนอกกำลังเกิดอะไรขึ้น
ทว่า... ท่ามกลางความเงียบงันที่เหลือเพียงเสียงหอบหายใจและหยาดเหงื่อที่ซึมตามผิวเนื้อ จู่ๆ เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาแต่ชัดเจนที่หน้าประตูห้องควบคุม พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องลอดรอยแตกของบานประตูเข้ามา
รินรดาตัวแข็งทื่อ คีรินชะงักงัน ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูทันที
และก่อนที่พวกเขาจะทันขยับตัว เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยและเยือกเย็นเกินบรรยายก็ดังขึ้นจากด้านนอก — "หาให้ทั่ว... ฉันรู้ว่าพวกมันยังหนีไปไม่ไกล และของที่ฉันต้องการต้องอยู่ที่นี่"
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณสำหรับการติดตามและความอินในทุกอารมณ์ของตัวละครที่มีชีวิตชีวานี้นะคะ
ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง•ตอนที่ 22
การปะทะด้วยอารมณ์
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!