ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง•ตอนที่ 21

บทสนทนาเชิงปรัชญา

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหยุดลงตรงกรอบประตูไม้สักบานผุ ไม่ได้สร้างความตกใจให้แก่รินรดาเท่ากับเงาของความตายที่ทาบทับลงบนพื้นห้อง สัญชาตญาณดิบของนักกฎหมายผู้ผ่านคดีฆาตกรต่อเนื่องมาโชกโชนบอกเธอทันทีว่า ชายชราที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่เหยื่อ และเขาไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์ แต่เขาคือผู้กำหนดกฎเกณฑ์ทั้งหมดในกระดานนี้ "ไม่คิดเลยว่าทนายความมือหนึ่งแห่งยุค จะเลือกเดินเข้ามาในหลุมศพที่ตัวเองขุดไว้ด้วยความเต็มใจ" เสียงแหบพร่าทว่ากังวานก้องสะท้อนในความเงียบงัน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปลายนิ้วเรียวยาวที่ซ่อนอยู่ใต้ชายเสื้อสูทจิกเข้ากับฝ่ามือจนเล็บจิกเนื้อเพื่อเรียกสติ เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าสะพรึงกลัว ในขณะที่คีริน สถาปนิกผู้กุมความลับทั้งหมด ขยับตัวเข้ามาบังหน้าเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างของเขาตึงเครียด บ่งบอกถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อันตรายถึงชีวิต "เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นเหยื่อของคุณค่ะ... คุณอาวุโส" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอพยายามรักษาความเรียบเฉยและเยือกเย็นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ว่าหัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก "ธนภัทรเป็นแค่มดปลวกในอาณาจักรที่คุณสร้างขึ้นมาบนคราบน้ำตาและเลือดของคนอื่นต่างหาก" ชายชราหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและน่ากลัว เขาก้าวพ้นเงาสลัวเข้ามาในแสงไฟสลัว ดวงตาฝ้าฟางแต่ทว่าคมกริบรา เหยี่ยวจ้องมองคนทั้งคู่ราวกับมองมดปลวกสมคำกล่าวอหา "มดปลวกงั้นหรือ? ธนภัทรก็เป็นเพียงเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ใช้ตอกเสาเข็มความโลภให้มั่นคงขึ้นเท่านั้น รินรดา... เธอฉลาดพอที่จะมองเห็นเกมทั้งหมด แต่เธอกลับโง่เขลาพอที่จะคิดว่า กฎหมายบนกระดาษจะปกป้องเธอจากอำนาจที่แท้จริงได้" ชายชรากวาดสายตาคมปลาบไปยังคีริน "ส่วนคุณ... สถาปนิกผู้พยายามสร้างวิหารแห่งความจริงขึ้นมาจากเศษซากตึกร้าง คุณคิดจริงๆ หรือว่ารอยร้าวที่คุณพยายามซ่อมแซม จะทานทนต่อแรงกระแทกของความจริงได้?" คีรินแค่นยิ้มหยัน ดวงตาคู่คมจ้องมองชายผู้ทรงอิทธิพลด้วยความท้าทาย ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่ในแววตานั้นแม้แต่น้อย "ความจริงก็เหมือนคอนกรีตเสริมเหล็กครับ... มันอาจจะถูกซ่อนไว้ใต้ซากปรักหักพังได้เป็นสิบปี แต่วันหนึ่งเมื่อมันรับน้ำหนักความเน่าเฟะไม่ไหว มันก็จะพังทลายลงมาทับคนที่สร้างมันขึ้นมาเอง" คีรินก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับรินรดาอย่างมั่นคง "และตึกร้างหลังนี้ ก็ถูกออกแบบมาให้เป็นหลุมฝังศพของพวกคุณตั้งแต่แรกแล้ว" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงจนแทบจะจับต้องได้ การปะทะกันทางความคิดและอำนาจแผ่ซ่านออกมาราวกับประจุไฟฟ้าที่รอวันระเบิด รินรดาเหลือบมองเสี้ยวหน้าของคีรินในความสลัว ในสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตายนี้ เธอกลับสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่เชื่อมโยงพวกเขาทั้งคู่เข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง มันไม่ใช่แค่ความร่วมมือทางวิชาชีพ แต่มันคือความเร่าร้อนทางจิตวิญญาณของคนสองคนที่ยืนอยู่บนฝั่งเดียวกันของความพินาศ ชายชราหรี่ตามองคนทั้งคู่ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนมุมปาก "น่าสนใจ... ความตายกำลังยืนรออยู่ตรงหน้า แต่พวกเธอกลับยังมีอารมณ์มาพูดเรื่องคุณค่าของชีวิตกับวิชาชีพงั้นรึ? บอกฉันซิ ทนายรินรดา ชีวิตของเธอมันมีค่าแค่ไหนกัน บนตาชั่งแห่งความยุติธรรมที่เธอคอยซื้อขายมาตลอดชีวิต?" คำถามนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นในใจของรินรดา เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มองกฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือในการต่อรองผลประโยชน์ เธอกลายเป็นคนเลือดเย็น ไร้หัวใจ และใช้ตรรกะเหนืออารมณ์ก็เพื่อปกป้องตัวเองจากความเปราะบางนั้น แต่วันนี้... เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าชายผู้เป็นต้นตอของความอยุติธรรมทั้งหมด และมีคีรินยืนอยู่เคียงข้าง เธอกลับตั้งคำถามกับตัวเองเป็นครั้งแรกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอกำลังมีชีวิตอยู่ หรือเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดในเกมของคนอื่น รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มเยርในแบบฉบับของทนายความผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อใคร "ชีวิตของฉันอาจจะเคยไม่มีค่าอะไรเลย... นอกจากตัวเลขบนบัญชีและสำนวนคดีที่ชนะ แต่คุณจำไว้นะคะ..." รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวชายชราด้วยความกล้าหาญที่แม้แต่ตัวเธอเองยังประหลาดใจ สายตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "คนที่ไม่มีอะไรจะเสียต่างหาก คือคนที่อันตรายที่สุด และวันนี้ ฉันไม่ได้มาที่นี่ในฐานะทนายความที่รับจ้างทำตามคำสั่ง... แต่ฉันมาในฐานะคนที่พร้อมจะเผาอาณาจักรของคุณให้เป็นจุล!" ทันทีที่สิ้นคำพูด ร่างสูงของคีรินก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่น แรงดึงนั้นทำให้เธอเซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขา ความใกล้ชิดในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายจุดประกายบางอย่างขึ้นมาอย่างรุนแรง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝุ่นปูนและบุหรี่จางๆ ของคีรินผสมผสานกับความตึงเครียดของสถานการณ์ ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ สายตาของคีรินที่มองลงมาเต็มไปด้วยความปรารถนาอันลึกซึ้งและดิบเถื่อน มันคือความเร่าร้อนที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึมของสถาปนิกอัจฉริยะ และในขณะที่ชายชรากำลังจะส่งสัญญาณให้ลูกน้องลงมือ ชั่วพริบตานั้นเอง คีรินก็ใช้มืออีกข้างคว้าวัตถุชิ้นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงานเก่าๆ ขึ้นมา แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องกระทบเข้ากับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้ผุ ซึ่งถูกงัดขึ้นมาโดยไม่มีใครคาดคิด ดวงตาของชายชราเบิกกว้างขึ้นเป็นครั้งแรก สีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา เมื่อเห็นว่าเอกสารชิ้นสำคัญที่สุด—หลักฐานการทุจริตและการฆาตกรรมที่ถูกฝังไว้ใต้ตึกร้างแห่งนี้มานานหลายทศวรรษ—ไม่ได้อยู่ในมือของเขาอีกต่อไปแล้ว! "แก..." ชายชราคำรามในลำคอด้วยความโกรธเกรี้ยว สัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นตึกร้าง พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังวิ่งกรูขึ้นมาตามบันไดทางหนีไฟอย่างบ้าคลั่ง! ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%