ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง•ตอนที่ 23

ก้าวแรกของการยอมรับ

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
ความเย็นเยียบของเหล็กกล้าที่แนบอยู่ข้างขมับไม่ได้ทำให้รินรดาสะท้านสะเทือนเท่ากับเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาจากเบื้องหลัง กลิ่นอายเฉพาะตัวของคีริน—กลิ่นกระดาษไข ดินสอไม้ และหยาดเหงื่อจางๆ จากความเครียด—ผสมปนเปกับกลิ่นอายความตายที่ลอยอบอวลมาจากภายนอกห้องเก็บเอกสารใต้ดินแห่งนี้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับแสงไฟฉายที่กวาดผ่านรอยแตกของประตูไม้เก่าคร่ำคร่า คือเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าพวกมันอยู่ห่างออกไปเพียงเอื้อมมือ “เงียบ” กระแสเสียงกระซิบนั้นชิดริมใบหู จนลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปัดป่าวผ่านลาดไหล่เปลือยเปล่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อสูทราคาแพง รินรดากัดริมฝีปากจนรับรู้ได้ถึงรสคาวเลือดจางๆ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เธอผลักเขาสอกลับไป แต่ความจริงอันโหดร้ายในเวลานี้กลับบังคับให้เธอต้องแนบชิดกับแผงอกแข็งแกร่งของสถาปนิกหนุ่มผู้กุมความลับทั้งหมดไว้ นี่คือเกมหมากรุกที่เดิมพันด้วยลมหายใจ และเธอกำลังเพลี่ยงพล้ำให้อีกฝ่ายอย่างสมบูรณ์แบบ—ไม่ใช่เพราะความโง่เขลา แต่เป็นเพราะเธอเพิ่งตระหนักได้ในนาทีวิกฤตนี้เองว่า โลกสีเทาที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง มีคีรินยืนหยัดอยู่เคียงข้างในฐานะสิ่งเดียวที่มั่นคงที่สุด “ถ้าพวกมันพังประตูก้าวเข้ามา คุณจะเลือกอะไร ระหว่างยื่นหลักฐานให้ธนภัทร หรือตายในอ้อมแขนทนายความเลือดเย็นอย่างคุณ” คีรินกระซิบเย้าหยอกในความมืด น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ รินรดาสบตาเขาผ่านความสลัว รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเคยชิน แม้ในยามวิกฤต เธอก็ไม่เคยสูญเสียการควบคุม “ฉันเลือกที่จะรอด... และลากคอพวกมันทั้งหมดเข้าคุก รวมถึงคุณด้วย ถ้าคุณคิดจะเล่นตลกอะไรลับหลังฉัน คีริน” นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มยกขึ้นแตะริมฝีปากของเธอเบาๆ ห้ามคำพูดที่เหลือให้กลืนหายลงไปในลำคอ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก ทว่ากลับสร้างกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง รินรดาชะงัก เธอลืมหายใจไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วนั้นลากไล้ผ่านริมฝีปากที่เพิ่งเม้มแน่น ก่อนที่มือหนาจะเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วของเธอให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน เสียงฝีเท้าด้านนอกหยุดลงตรงหน้าประตูพอดี! ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว รินรดาหลับตาลงรับรู้ถึงความใกล้ชิดที่อันตรายถึงชีวิต ความตึงเครียดจากภายนอกห้องเปลี่ยนรูปเป็นแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กรอบของความเป็นมืออาชีพมาเนิ่นนาน คีรินโน้มใบลงมา ประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากหยักลึกของเธออย่างรวดเร็วและหนักหน่วง เป็นจูบที่ไม่มีความอ่อนหวาน มีแต่ความดุดัน ความโหยหา และการประกาศความเป็นเจ้าของท่ามกลางหุบเหวแห่งอันตราย รินรดาสะดุ้งเฮือก มือเรียวเผลอจิกเข้าที่ลาดไหล่กว้างของเขาผ่านเนื้อผ้าเพื่อระบายความวาบหวาบที่ตีรวนขึ้นมาในอก รสจูบนั้นลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ความเย็นชาที่เธอสวมใส่มาตลอดชีวิตพังทลายลงราบคาบทีละน้อย ภายใต้สัมผัสอุ่นร้อนและการบดเบียดแนบชิดที่แสนเร่าร้อนจนน่ากลัว เสียงกระแทกประตูจากด้านนอกดังขึ้นสะเทือนไปทั่วผนังปูนเปลือย “เฮ้ย! เหมือนมีเสียงคนอยู่ในนี้วะ ลองถีบดูซิ!” แต่ภายในห้องแคบๆ แห่งนี้ โลกทั้งใบของรินรดาได้หดแคบเหลือเพียงรสสัมผัสจากริมฝีปากของชายหนุ่ม กลิ่นกายเร่าร้อน และความเปียกชื้นของลมหายใจที่รดรินอยู่บนพวงแก้ม คีรินผละริมฝีปากออกเพียงนิดเพื่อให้เธอได้สูบฉีดอากาศเข้าปอด สายตาคมกริบในความมืดมองตรงเข้ามาในดวงตาของเธอ เต็มไปด้วยคำถามที่เธอไม่ต้องเอ่ยปากตอบก็รู้ความหมาย เธอยอมรับแล้ว... ยอมรับว่าผู้ชายคนนี้สำคัญต่อลมหายใจของเธอเกินกว่าที่บัญญัติไว้ในตำรากฎหมายเล่มไหนๆ “ถ้าเราผ่านคืนนี้ไปได้ คุณต้องตอบคำถามฉันทุกข้อ” รินรดาพسริมฝีปากกระซิบชิดริมฝีปากของเขา น้ำเสียงสั่นพร่าอย่างที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน คีรินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ “ตกลงครับ... ทนายริน” (เขาลืมตัวเผลอใช้คำเรียกติดปาก แต่รินรดากลับไม่ได้สนใจจะทักท้วง) ทันใดนั้น เสียงไม้กระแทกประตูดังสนั่นหวั่นไหว บานประตูเก่าแก่พังทลายลงมาพร้อมกับฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจาย แสงไฟฉายสว่างจ้ากราดเข้ามาในความมืด พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีเข้มที่ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ แต่ก่อนที่ใครจะทันได้เหนี่ยวไกปืน คีรินก็คว้าท่อเหล็กที่วางเตรียมไว้ข้างตัวเหวี่ยงเข้าใส่ร่างของคนแรกอย่างแม่นยำและรุนแรงจนล้มคว่ำไปในพริบตา รินรดาไม่รอช้า เธออาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งเข้าประชิดตัวชายคนที่สอง เตะตัดขาอย่างเฉียบขาดก่อนจะใช้แฟ้มเอกสารหนาฟาดเข้าที่กกหูจนเขาสลบเหมือดคาที่ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดในพื้นที่แคบ สองมือที่เคยจรดปากกาเซ็นสัญญาและร่างข้อต่อสู้ในชั้นศาล บัดนี้กำลังพลิกผันมาใช้ความรุนแรงเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการมีชีวิตรอด เคมีระหว่างทนายความสาวและสถาปนิกหนุ่มสอดประสานกันอย่างน่าประหลาด ราวกับพวกเขาเคยผ่านสมรภูมิร่วมกันมานับครั้งไม่ถ้วน เมื่อความสงบกลับคืนมาอีกครั้ง ร่างของชายฉกรรจ์ทั้งสามนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นห้อง มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของทั้งคู่ที่ดังแข่งกับเสียงหยดน้ำจากเพดานรั่ว รินรดายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นตามเนื้อตัว เสื้อสูทของเธอหลุดลุ่ยเล็กน้อยเผยให้เห็นผิวเนียนระเรื่อ แต่แววตาของเธอกลับกลับมาคมกริบและเยือกเย็นดังเดิม แม้ว่าหัวใจข้างในจะยังเต้นไม่เป็นส่ำก็ตาม เธอหันไปมองคีรินที่กำลังใช้ผ้าเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก “จัดการพวกมันเสร็จแล้ว ไหนล่ะหลักฐานที่คุณว่า?” รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามกลบเกลื่อนความวุ่นวายในใจเมื่อครู่ คีรินยิ้มมุมปาก เดินไปที่ผนังคอนกรีตเปลือยด้านหลังตู้เอกสารเก่า เขากดสลักลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ร่องปูน เสียงกลไกโลหะดังคลิกเบาๆ ก่อนที่ผนังส่วนหนึ่งจะเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นตู้เซฟฝังผนังขนาดใหญ่ และแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ประทับตราลับสุดยอดของบริษัทธนภัทรกรุ๊ปวางอยู่เด่นเป็นสง่า “นี่ไงครับ... สิ่งที่คุณตามหา” คีรินหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมา แล้วยื่นส่งให้เธอ รินรดารับแฟ้มมาถือไว้ มือเรียวเปิดหน้าแรกออกดูด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรและภาพถ่ายบนกระดาษ เอกสารชุดนี้ไม่ได้มีแค่หลักฐานการทุจริตทางภาษี แต่มันคือผังโครงสร้างของตึกร้างแห่งนี้ที่ถูกดัดแปลงให้เป็น “ห้องลับ” สำหรับการฟอกเงินและกักขังพยานปากเอกที่หายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อน และชื่อเจ้าของโครงการตัวจริงที่เซ็นอนุมัติงบประมาณทั้งหมด... ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นชื่อของพ่อเลี้ยงเธอเอง รินรดานิ่งงัดไปชั่วขณะ โลกทั้งใบคล้ายหมุนเคว้ง รอยร้าวในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบไว้กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางแสงสว่างอย่างโหดร้าย ทว่า ก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งสติ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังระรัวมาจากด้านบนตึกก็ทำลายความเงียบงันลง เสียงรองเท้าหนังราคาแพงก้าวเข้าใกล้ชั้นใต้ดินทีละน้อย พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่เอ่ยทักทายขึ้นอย่างเย้ยหยันจากทางเดินมืดสนิท “เก่งมาก... รินรดา หลานรัก ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะพาหนูมาติดกับดักได้ง่ายดายขนาดนี้” รินรดากำแฟ้มในมือแน่นจนยับยู่ยี่ เมื่อเงาร่างของธนภัทรปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่สะท้อนอยู่ในแววตาของเขา ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเกมหมากรุกแห่งอำนาจและปรารถนากับมิดไนท์คิสในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%