แฟ้มเอกสารคดีตึกร้างของธนภัทรบนโต๊ะกระจกใสสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มหม่นจากตึกฝั่งตรงข้าม รินรดายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ รสชาติบาดคอแผ่ซ่านความร้อนผ่าวไปทั่วลำقอ ทว่าความเย็นชาในแววตาของเธอกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
"คุณกำลังเล่นกับไฟ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำของคีรินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในสตูดิโอออกแบบ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังเก้าอี้ทำงานของเธอ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝนจางๆ ลอยกรุ่นเข้ามาแตะจมูก "และธนภัทรก็ไม่ใช่แค่ไฟธรรมดา เขาคือเตาปฏิกรณ์ปรมาณูที่พร้อมจะเผาทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุล รวมถึงตัวคุณด้วย"
รินรดาวางแก้วลงกระทบโต๊ะเสียงดังสนั่น เธียรหันกลับไปสบตาเขา นัยน์ตาสีเข้มฉายแววท้าทายที่ซ่อนความอ่อนล้าไว้ภายใต้กรอบของทนายความมืออาชีพ "แล้วคุณคิดว่าฉันมีทางเลือกอื่นหรือคะ, คีริน? ชีวิตของฉันถูกตีราคาไว้ตั้งแต่วันที่ก้าวเข้ามาในสำนักงานกฎหมายนั้นแล้ว... การเป็นหมากบนกระดานของเขา กับการลุกขึ้นมาพลิกกระดานเสียเอง อย่างน้อยทางเลือกหลังก็ทำให้ฉันได้เลือกวิธีตายด้วยตัวเอง"
มือหนาของคีรินยื่นออกไปทาบลงบนพนักพรางเก้าอี้ กักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างโต๊ะทำงานกับแผงอกของเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับขมับของเธอ ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้คุกคาม แต่กลับสร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ทั้งอันตรายและหอมหวานในคราวเดียวกัน
"คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว" คีรินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นจริงจังจนหัวใจของทนายความสาวกระตุกวูบ "เลิกแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าเรียวคู่นี้เสียที รินรดา... ให้ผมได้แบ่งเบาภาระที่มันกัดกินคุณอยู่บ้าง"
รันรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างกันสั้นลงจนแทบไร้ช่องว่าง ความเยือกเย็นที่เธอสวมใส่มาตลอดชีวิตเริ่มแตกร้าวทีละน้อย ภายใต้รอยยิ้มเย้ยหยันและเกราะกำบังอันหนาทึบ เธอก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่โหยหาความปลอดภัยในโลกที่โหดร้าย และคีริน—ผู้ชายที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของอำนาจมืด—กลับกลายเป็นที่หลบภัยแห่งเดียวที่เธอกล้าแม้แต่จะเผลอใจ
มือเรียวบางยกขึ้นแตะสันราวกรามของสถาปนิกหนุ่ม ผิวสัมผัสอุ่นจัดทำให้ปลายนิ้วเธอสั่นระริกเล็กน้อย "คุณมั่นใจแค่ไหนว่า... การเข้ามาพัวพันกับฉัน จะไม่ทำให้คุณต้องสูญเสียทุกอย่างที่มี?"
"ผมไม่เคยแน่ใจอะไรในชีวิตเลย..." คีรินก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม ริมฝีปากของเขาสัมผัสกับกลีบปากเธอแผ่วเบา ราวกับจะทดสอบความยินยอม "จนกระทั่งวันที่ได้พบคุณ"
จุมพิตแรกเริ่มต้นอย่างเชื่องช้า ทว่าลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความอัดอั้นที่สะสมมานาน รสชาติของแอลกอฮอล์ผสมผสานกับความหวานละมุนจากเรียวปากของหญิงสาว ทำให้คีรินถลำลึกเกินกว่าจะหวนกลับ มือหนาสอดเข้าไปในกลุ่มผมสลวย กดท้ายทอยเธอให้รับสัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รินรดาครางแผ่วในลำคอ แขนเรียวตวัดโอบรอบลำคอแกร่งของเขา ดึงรั้งเข้าหาด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ตรรกะอันเย็นชามาเนิ่นนาน
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหลอมละลายด้วยความปรารถนาอันร้อนแรง เสื้อผ้าแพรพรรณเสียดสีกันยามที่ร่างทั้งสองขยับเข้าหากันอย่างไร้ระยะห่าง คีรินอุ้มรินรดาลงมาจากเก้าอี้ ให้แผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับพื้นผิวโต๊ะทำงานที่เย็นเฉียบ ความแตกต่างระหว่างความเย็นของวัตถุกับความร้อนระอุจากเรือนร่างของเขากระตุ้นเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวทั้งคู่ให้ตื่นขึ้น
ดวงตากลมโตฉายแววหวั่นไหวระคนลุ่มหลงยามที่มองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขา คีรินไม่ปล่อยให้ช่องว่างแห่งความลังเลได้ทำงาน ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่พรมจูบลงมาตามซอกคอขาวผ่อง ทิ้งร่องรอยสัมผัสอุ่นจัดไว้บนผิวเนื้อเนียนละเอียด รินรดากำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นจนยับยู่ยี่ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวราวกองศึก
ในค่ำคืนที่ความหวังเลือนรางและอนาคตแขวนอยู่บนเส้นด้าย บทเพลงแห่งความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งได้บรรเลงขึ้นอย่างเงียบงันแต่ทรงพลัง ทุกสัมผัส ทุกการสอดประสาน และทุกอณูลมหายใจที่แลกandกัน คือการประกาศกร้าวต่อโชคชะตา ว่าต่อให้พรุ่งนี้ความตายจะมาเยือน พวกเขาก็ได้ใช้ชีวิตและรักกันอย่างถึงที่สุดแล้วในค่ำคืนนี้
ร่างทั้งสองแนบสนิทเป็นหนึ่งเดียวภายใต้แสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ ความสุขสมทางอารมณ์โอบอุ้มทั้งคู่ให้ล่องลอยพ้นจากความหวาดกลัวทั้งปวง ความเหนื่อยล้าถูกชะล้างด้วยหยาดเหงื่อและความอบอุ่นจากอ้อมแขนที่โอบกอดกันและกันไว้แน่น ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปกับความมืดมิด
ทว่า ช่วงเวลาแห่งความสุขมักสั้นเสมอ เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันจากภายนอกสตูดิโอ ทำลายบรรยากาศเงียบสงบลงในทันที
คีรินผละออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักสู้ตื่นตัวขึ้นในฉับพลัน เขาดึงเสื้อผ้าให้เข้าที่พร้อมกับคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะมาถือไว้ รินรดารemลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าของตนเองด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความตื่นตระหนกฉายชัดในแววตาคู่สวย
เสียงกุญแจไขล็อกดังแกร็ก ประตูสตูดิโอถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างเงาของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู พร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมายังพวกเขาทั้งคู่
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมหมากรุกแห่งโชคชะตานี้ไปกับมิดไนท์คิสนะคะ
ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง•ตอนที่ 26
ความหวังริบหรี่
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!