กลิ่นอายของกระดาษไขโบราณและหมึกพิมพ์ราคาแพงในห้องทำงานของสำนักงานกฎหมายใจกลางเมืองยามวิกาล ไม่ได้ทำให้รินรดา รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ปลายเลี้ยวของปากกาหมึกซึมราคาแพงหยุดชะงักลงบนเอกสารคำฟ้องที่เต็มไปด้วยช่องโหว่ทางกฎหมาย ซึ่งธนภัทรจงใจซุกซ่อนไว้เพื่ออำพรางความผิด ทนายความสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเลือดเย็นและไร้พ่ายเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพของสถาปนิกหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
คีรินไม่ได้พูดอะไรมานานร่วมสิบนาทีแล้ว เขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีเข้ม ตัวตนของเขาในยามนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งหรือความท้าทายอย่างที่เคยเป็นในห้องประชุมศาล หากแต่มีความนิ่งสงบชนิดหนึ่ง—ความนิ่งสงบที่ลึกล้ำและเปราะบางราวกับกระจกเงาที่เคลือบด้วยหยาดน้ำค้าง
"คุณกำลังใช้ความเงียบเป็นเครื่องมือต่อรองอะไรอีกหรือคะ, คุณคีริน" รินรดาทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงความระแวดระวัง เธอย่อมรู้ดีว่าทุกย่างก้าวของชายผู้นี้มีจุดประสงค์ซ่อนเร้นเสมอ
"ผมไม่ได้กำลังต่อรองอะไรกับคุณเลยครับ... รินรดา" คีรินเน้นเสียงเรียกชื่อเธออย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ผมแค่กำลังคิดว่า คนเราสามารถซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้ใต้เกราะกำบังที่หนาเตอะได้นานแค่ไหน... เหมือนที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้"
รินรดาชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากบางเฉียบ "ฉันไม่มีความจำเป็นต้องซ่อนตัวตน เพราะฉันคือผลลัพธ์ของความจริงทางกฎหมายและตรรกะ... ไม่เหมือนคุณ ที่สร้างอาณาจักรความลับขึ้นมาบนซากตึกร้างและอดีตที่ผุพัง"
คำพูดนั้นราวกับลูกศรที่พุ่งตรงเข้าเป้า คีรินหัวسึมในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือด้วยความขื่นขมระคนความคิดถึงอย่างประหลาด
"คุณพูดถูก... อดีตของผมมันก็แค่ซากตึกร้าง" คีรินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สายตาทอดยาวออกไปนอกกระจกใสที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง "คุณอยากรู้ไหมล่ะว่าทำไมผมถึงเกลียดตึกสูงๆ และโครงสร้างที่หลอกลวงนัก?"
รินรดาไม่ได้ตอบคำถาม แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยปากไล่เขาเช่นกัน ความเงียบงันที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นการอนุญาตโดยปริยาย
"แม่ของผมเป็นสถาปัตยกรเช่นกัน..." น้ำเสียงของคีรินเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าแฝงรولร้าวที่ยากจะปิดมิด "ท่านเป็นผู้หญิงที่เชื่อมั่นในความงามของความสมบูรณ์แบบและการเสียสละ ท่านออกแบบบ้านทุกหลังด้วยหัวใจ เพื่อให้ครอบครัวเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดจากโลกภายนอก... แต่คุณรู้ไหมครับว่า ความ ironical ของชีวิตคืออะไร?"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นอารมณ์บางอย่างที่กำลังซัดสาดเข้ามาในห้องทำงานอันหนาวเหน็บนี้
"ความจริงที่ว่า... บ้านที่ออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด กลับพังทลายลงจากภายใน" คีรินหลับตาลงช้าๆ ภาพความทรงจำในวัยเด็กไหลย้อนกลับมาดั่งภาพยนตร์ "พ่อของผมเป็นนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล—ไม่ต่างอะไรจากธนภัทรที่คุณกำลังปกป้องอยู่หรอกครับ รินรดา ท่านใช้ความน่าเชื่อถือและอำนาจฉาบหน้าชีวิตครอบครัวไว้ราวกับภาพวาดเคลือบเงา แต่เบื้องหลังประตูบานนั้น มีแต่ความเย็นชา การหักหลัง และการใช้ผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นเครื่องมือชั่งน้ำหนักความรัก"
ทนายความสาวนิ่งอึ้ง เงามืดในอดีตของคีรินซ้อนทับเข้ากับรอยแผลเป็นในใจของเธอเองอย่างน่ากลัว เธอก็เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่ต่างกันนัก บ้านที่ไม่มีความรัก มีเพียงตัวเลข บัญชีทรัพย์สิน และการแข่งขันเพื่อให้อยู่รอดในฐานะทายาทตระกูลใหญ่
"แม่ผมพยายามยื้อทุกอย่างไว้จนถึงวินาทีสุดท้าย..." คีรินลืมตาขึ้นมองรินรดา หยาดน้ำใสคลอหน่วยในดวงตาคู่คมที่มักจะแข็งกร้าว "ท่านยอมแม้กระทั่งเซ็นเอกสารโอนทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อแลกกับอิสรภาพของผม... วันที่ท่านจากไป ท่านกำมือผมแน่นมาก เธอบอกว่า 'อย่าให้ความโลภของใครมาสร้างกรงขังให้ลูกอีกนะ'..."
เสียงของคีรินขาดหายไปในลำคอ ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบอย่างเคย หากแต่มันคือความเงียบที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งในบาดแผลของกันและกัน
รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่ขอบตาอย่างกะทันหัน—อาการที่เธอไม่ได้สัมผัสมานานนับสิบปี เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางกองเอกสารบนโต๊ะเพื่อซ่อนความไหววั่นในแววตา ปลายนิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยยามที่สัมผัสกับกระดาษแผ่นหนึ่ง
"คุณ... กำลังพยายามทำให้ฉันไขว้เขวจากรูปคดีใช่ไหมคะ, คุณคีริน" รินรดาพยายามดึงน้ำเสียงเย็นชาของตัวเองกลับคืนมา แม้ว่ามันจะสั่นพร่าเสียจนน่าสมเพช
"ผมไม่ได้พยายามจะเปลี่ยนใจคุณในฐานะทนายความหรอกครับ รินรดา" คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวเดินช้าๆ เข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอ โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ "ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่า... ภายใต้เกราะกำบังของทนายหญิงเลือดเย็นที่คุณสวมอยู่ คุณยังมีหัวใจที่เต้นอยู่จริงๆ ไม่ใช่เครื่องจักรคำนวณผลประโยชน์เหมือนที่พ่อแม่ของคุณอยากให้เป็น"
ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองใกล้ชิดเสียจนรินรดาสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นอหารอ่อนๆ ของเขา หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามตรรกะ กลับรัวเร็วขึ้นอย่างไร้การควบคุม ความใกล้ชิดนี้อันตรายยิ่งกว่าคดีความใดๆ ที่เธอเคยรับทำเสียอีก เพราะมันกำลังรื้อถอนกำแพงทั้งหมดที่เธอใช้เวลาค่อนชีวิตสร้างขึ้นมา
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อเตรียมเอ่ยคำพูดตัดเยื่อใยเพื่อดึงตัวเองกลับสู่ความเป็นจริง ทว่าก่อนที่เธอจะได้เปล่งเสียงใดๆ ออกมา—
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศอันเปราะบางในห้องทำงานลงในเสี้ยววินาที รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยและถอยหลังกลับไปตั้งหลัก ขณะที่คีรินหันขวับไปมองบานประตูไม้สีเข้มด้วยความแปลกใจ
"เข้ามาค่ะ" รินรดาปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสวมหน้ากากทนายความผู้ไร้ความรู้สึกกลับคืนมา
ประตูห้องเปิดอ้าออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของเลขาธิการส่วนตัวของเธอที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเก่าและมีรอยเปื้อนคราบน้ำ
"คุณรินคะ... ดิฉันต้องขอโทษที่ต้องรบกวนเวลานี้ค่ะ" เลขาฯ สาวละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "พอดีมีคนส่งพัสดุด่วนนี้มาที่แผนกต้อนรับเมื่อสักครู่... จ่าหน้าซองถึงคุณโดยเฉพาะ และ... และมีข้อความเขียนไว้ว่า มันคือ 'หลักฐานชิ้นสุดท้าย' ที่จะพลิกคดีของธนภัทรค่ะ"
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นทันที เธอกวาดตามองซองเอกสารนั้นสลับกับใบหน้าของคีรินที่หันมามองเธอด้วยสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
และเมื่อรินรดาเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาพลิกดู ปลายนิ้วของเธอก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเห็นตราประทับบนซอง—มันคือตราสัญลักษณ์ของบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุตึกร้างเมื่อสิบปีก่อน... บริษัทเดียวกับที่พ่อของคีรินเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมหมากรุกแห่งโชคชะตานี้ไปกับมิดไนท์คิสนะคะ
ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง•ตอนที่ 27
ย้อนรอยความทรงจำ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!