ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง•ตอนที่ 14

เมื่อความจริงเริ่มบีบคั้น

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
กลิ่นอับชื้นของปูนเปลือยและฝุ่นผงที่ลอยวนอยู่ในอากาศยามวิกาล ไม่ได้น่ารังเกียจเท่ากับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังสะท้อนก้องมาจากบันไดหนีไฟด้านนอก—มันใกล้เข้ามาทุกที รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยในสมองส่วนลึก ขณะที่มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังกลับกำเอกสารสำคัญในแฟ้มสีน้ำตาลแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เธอกำลังยืนอยู่, หรือพูดให้ถูกคือ แทบจะแนบตัวติดกับแผ่นผนังคอนกรีตเย็นเยียบของห้องโถงกลางตึกร้างในย่านชานเมือง โลกทั้งใบเหลือเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมครามแข่งกับความเงียบงัน "อย่าขยับ" เสียงกระซิบต่ำทุ้มลอยมาจากความมืดเบื้องหน้า—อบอุ่น ทรงอำนาจ และเด็ดขาด คีรินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกหนุ่มกลบเกลื่อนเงาของเธอจนมิด มือหนาเอื้อมมาโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ พร้อมกับดันร่างบางให้แนบชิดกับอกแกร่งของเขาเพื่อซ่อนเร้นจากช่องแสงหน้าต่างที่ทอดยาวเข้ามา ความใกล้ชิดที่ไร้ซึ่งระยะห่าง ทำให้รินรดาได้กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความเย็นเยือกของค่ำคืนและหยาดเหงื่อจากการหลบหนี เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในความมืด ดวงตาคมกริบของคีรินสะท้อนแสงไฟนีออนจากถนนด้านนอกเป็นประกายวาววับ มันเต็มไปด้วยความระแวดระวัง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความปรารถนาอันตระหนกเร้นซ่อนอยู่ลึกซึ้ง "คุณกำลังทำให้สถานการณ์มันแย่ลงนะคะ... คีริน" รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากบางเฉียบแทบจะขยับติดกับต้นคอของเขา เธอยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นเอาไว้ได้แม้สถานการณ์จะบีบคั้นถึงขีดสุด ตรรกะในหัวบอกว่านี่คือความเสี่ยงที่โง่เง่าที่สุดในชีวิตทนายความของเธอ แต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสจากวงแขนที่โอบกอดเธอไว้อย่างน่าประหลาด "ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ ป่านนี้พวกของธนภัทรคงลากตัวคุณไปนั่งคุยกันในห้องสอบสวนส่วนตัวของมันแล้วครับ... ริน" เขาเน้นเสียงทุ้มต่ำที่ข้างใบหู ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวแก้มทำให้เธอต้องหลับตาลงชั่วขณะเพื่อตั้งสติ "คุณคิดว่าเอกสารในมือคุณมันมีค่าพอที่จะเอาชีวิตมาแลกจริง ๆ หรือไง ทนายสาวมือหนึ่ง" "ฉันไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมแพ้ให้แก่ความอยุติธรรม... โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความจริงมันอยู่แค่เอื้อม" เธอย้อนกลับด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมไม่แพ้กัน แม้ว่าหัวใจจะเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก แรงกดดันจากอาณาจักรธุรกิจสีเทาของธนภัทรไล่ล่าพวกเขามาตลอดสามชั่วโมงเต็ม และตอนนี้พวกเขากำลังจนมุมในซากตึกที่คีรินเคยออกแบบโครงสร้างไว้เมื่อหลายปีก่อน เสียงฝีเท้าด้านนอกหยุดลงที่หน้าประตูห้องโถง ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง—ความเงียบที่หนักหน่วงจนแทบหยุดหายใจ รินรดารู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดของคีรินผ่านแผ่นอกที่แนบชิด เขาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังร่างเธอให้พ้นจากแนวสายตาที่อาจมองลอดเข้ามาผ่านกระจกบานเกล็ดที่แตกละเอียด ปลายจมูกโด่งของเขาเฉียดผ่านเส้นผมสลวยของเธอไปอย่างแผ่วเบา สร้างกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ที่แล่นริ้วไปตามไขสันหลัง ในโลกที่เต็มไปด้วยหน้ากาก การโกหกคำโต และผลประโยชน์มหาศาล รินรดาไม่เคยเชื่อใจใคร แม้กระทั่งตัวเอง แต่ในเวลานี้... ที่ซึ่งความตายหรือการถูกจับกุมแขวนอยู่บนเส้นด้าย ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของชายหนุ่มผู้กุมความลับของตึกนี้กลับกลายเป็นที่พึ่งเดียวที่เธอมี มือของคีรินเลื่อนจากเอวบางขึ้นมาประคองท้ายทอยของเธอ นิ้วเรียวยาวสอดเข้าไปในกลุ่มผมสลวยอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคู่คมจดจ้องริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้นของเธอในความมืด ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนกระทั่งลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นหนึ่งเดียว "เราอาจจะออกจากที่นี่ไม่ได้... ริน" เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความตึงเครียดรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วดุจไฟลามทุ่ง "ก่อนที่พวกมันจะหาเราเจอ มีอะไรที่คุณอยากจะสารภาพกับผมไหม?" รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เย้ยหยันทั้งโชคชะตาและตัวเธอเอง เธอยกมือขึ้นแตะแผงอกแกร่งของเขา ปลายนิ้วสัมผัสกับเนื้อผ้าที่เปียกชื้นเล็กน้อย "คนอย่างฉัน... ไม่มีทางสารภาพอะไรทั้งนั้นจนกว่าจะชนะคดีค่ะ" "ดื้อด้าน" คีรินคำรามเบาๆ ในลำคอด้วยความหมั่นไส้ ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นจัดจะทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดที่เหลือของเธออย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นการบดขยี้ด้วยอารมณ์ที่อัดอั้นมานานนับเดือน ความตึงเครียด ความหวาดกลัว และความเร่งเร้าจากภันตรายรอบด้านถูกหลอมรวมไว้ในรสจูบที่ทั้งดุดันและเรียกร้อง รินรดาสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยก่อนที่เธอจะตอบสนองด้วยความเร่าร้อนไม่แพ้กัน เธอยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งให้เขากลืนกินรสชาติความหวานล้ำจากริมฝีปากของเธอให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนที่เกี่ยวพันกันในความมืดสร้างความวาบหวามจนทำให้เข่าของเธอแทบทรุด คีรินรวบเอวเธอให้แนบแน่นขึ้นจนไม่มีช่องว่างระหว่างเรือนร่าง สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้า สร้างความรัญจวนที่สั่นสะท้อนไปทั่วทุกอณูผิว ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น เสียงครางแผ่วเบาในลำคอของหญิงสาวหลุดรอดออกมาท่ามกลางความเงียบงัน ยิ่งเพิ่มเชื้อไฟให้บทเพลงแห่งความเร่าร้อนในยามวิกาลโหมกระพือขึ้นอย่างไม่มีวันดับ ทว่า... ท่ามกลางห้วงอารมณ์ที่กำลังด่ำดิ่งลงสู่ความหอมหวานอันตราย เสียงโลหะกระทบกันดัง "กริ๊ก" แผ่วเบามาจากมุมมืดด้านหลังเสาคอนกรีตไม่ไกลนัก รินรดาลืมตาขึ้นทันที สติที่กระเจิงไปกับรสจูบกลับคืนมาในเสี้ยววินาที เธอดันอกคีรินให้ออกจากตัวอย่างแรง พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบวัตถุเย็นเฉียบในกระเป๋าเสื้อโค้ท คีรินเองก็ไวกว่า เขากระชากร่างเธออกห่างจากวิถีแสง และชักมีดพับอเนกประสงค์ออกจากกระเป๋าพร้อมตั้งรับในท่าเตรียมพร้อม ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังความมืดทึบเบื้องหน้าที่มีใครบางคนกำลังซ่อนอยู่ เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบดังขึ้นอีกครั้ง—แต่มันไม่ใช่เสียงของลูกน้องธนภัทร ร่างระหงในชุดสูทสีเข้มก้าวออกมาจากเงาเสาคอนกรีต รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดในสถานการณ์นี้ "เล่นเกมซ่อนหาอะไรกันอยู่หรือครับ... คุณทนายคนเก่ง และคุณสถาปนิกผู้รักความยุติธรรม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่ส่องตรงมายังใบหน้าของทั้งคู่พอดี เผยให้เห็นเอกสารในมือของรินรดาที่ตอนนี้... ไม่ได้มีแค่สำเนา แต่มันถูกสับเปลี่ยนเป็นกระดาษเปล่าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้! หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วปลายนิ้ว เมื่อตระหนักได้ว่าพวกเขากำลังเดินอยู่ในอุ้งมือของใครบางคนมาโดยตลอดตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในตึกร้างแห่งนี้ - มิดไนท์คิส -
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%