รอยร้าวบนคานคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นสิบสองไม่ได้น่ากลัวเท่ากับรอยปริร้าวในความเงียบงันที่คั่นกลางระหว่างคนทั้งคู่
กรณ์วางปากกาเขียนแบบลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่นพอที่จะทำลายความเงียบงัดในห้องประชุมยามวิกาล แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องให้เห็นสันจมูกโด่งเป็นสันและเงาทอดAmortized ยาวไปตามโครงสร้างหน้าเคร่งขรึม เขากำลังจ้องมองพิมพ์เขียวโครงการรีสอร์ตริมผาที่รวินท์เพิ่งแก้มาเป็นรอบที่สี่
"คุณกำลังพยายามท้าทายฟิสิกส์ หรือพยายามท้าทายความอดทนของผมกันแน่ครับ รวินท์"
น้ำเสียงของกรณ์ราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยเหตุผลเชิงวิศวกรรมที่ไร้ซึ่งความยืดหยุ่นเช่นเคย แต่วันนี้รวินท์สัมผัสได้ถึงความสั่นไหวบางเบาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งนั้น มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความอึดอัดที่ถูกกดทับจนใกล้ถึงขีดจำกัด
รวินท์เงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต ดวงตากลมโตคู่นั้นไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ฉาบไว้เพื่อป้องกันตัว
"ฉันแค่วาดเส้นทางที่สถาปัตยกรรมควรจะบรรจบกับธรรมชาติ ไม่ใช่สร้างกล่องปูนทึบตันแบบที่คุณชอบหรอกนะคะ... เอ๊ด... แบบที่คุณชอบหรอกครับ" รวินท์เกือบเผลอหลุดคำพูดเคยชินออกมา แต่ก็รีบเปลี่ยนสรรพนามเพื่อสร้างกำแพงกั้นทันที
กรณ์หรี่ตามอง หลุมพรางทางอารมณ์ถูกขุดขึ้นมาอีกครั้งระหว่างเขากับเธอ ทั้งคู่ต่างยืนอยู่คนละฝั่งของโต๊ะทำงาน เปรียบเสมือนวิศวกรกับสถาปนิกที่ออกแบบสะพานร่วมกัน แต่ไม่มีใครกล้าพอที่จะวางก้อนอิฐก้อนแรกเชื่อมโยงหัวใจเข้าหากัน
ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา—ตั้งแต่โปรเจกต์นี้เริ่มต้น—มันลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน และอันตรายเกินกว่าจะเรียกว่าคนรัก กรณ์มีบาดแผลจากอดีตที่สูญเสียภรรยาไปเพราะอุบัติเหตุจากการก่อสร้างที่เขาคำนวณพลาด ส่วนรวินท์มีพันธนาการจากความคาดหวังของครอบครัวที่ทำให้เธอไม่กล้าทุ่มเทหัวใจให้ใครอย่างเต็มที่
ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลร้อยแปดประการที่จะเก็บงำความรู้สึกนี้ไว้ในใจ เพราะกลัวว่าหากก้าวล้ำเส้นแบ่งนั้นไป ความสัมพันธ์อันเปราะบางนี้อาจพังทลายลงจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
"คุณกำลังกลัวอะไรอยู่หรือเปล่า รวินท์" กรณ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาทุ้มนุ่มลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาคมกริบมองทะลุผ่านทุกข้ออ้างทางวิชาชีพตรงดิ่งเข้ามาในความรู้สึกที่เธอพยายามซ่อนเร้น
รวินท์สะท้านเฮือก หัวใจเต้นระรัวราวกับมีค้อนตอกลงบนแผ่นอก เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ สมองประมวลผลคำตอบนับร้อยที่จะใช้ปฏิเสธ แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้ง
"ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้นค่ะ... เอ๊ย... ครับ" รวินท์แก้คำพูดอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดตัวเอง "ฉันแค่คิดว่าเราควรโฟกัสที่งาน พัชรเตือนเราแล้วว่าบอร์ดบริหารกำลังจับตาดูความคืบหน้าของโครงการนี้อยู่"
ชื่อของพัชรถูกดึงขึ้นมาเป็นเกราะกำบังอีกครั้ง กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น ความตึงเครียดในอากาศกลับมาคุกรุ่นขึ้นอีกระลอก เขารู้ดีว่าพัชรไม่ได้บริสุทธิ์ใจกับรวินท์ และเขาก็เกลียดความรู้สึกหึงหวงไร้เหตุผลนี้เสียเหลือเกิน—มันเป็นสิ่งที่วิศวกรอย่างเขาคำนวณไม่ออก
"พัชรเหรอ..." กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง "คุณกำลังเอาพัชรมาเป็นข้ออ้าง หรือคุณกำลังกลัวว่าหัวใจของคุณเองจะควบคุมไม่ได้กันแน่ รวินท์"
คำพูดนั้นเฉียบคมราายใบมีดที่กรีดลงบนแผลสด รวินท์รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เธอยันมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ โน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อสบตากับเขาอย่างไม่ยอมแพ้
"แล้วคุณล่ะ กรณ์! คุณเอาแต่สร้างกำแพงเหล็กกล้ากั้นความรู้สึกตัวเองไว้ เพราะกลัวความผิดพลาดในอดีตไม่ใช่หรือไง? คุณมองฉันเป็นแค่อีกหนึ่งโครงสร้างที่ต้องคำนวณความเสี่ยง เพื่อจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดถ้ามันพังลงมาใช่ไหม?"
คำถามนั้นพุ่งตรงเข้าเป้า กรณ์ชะงัก ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกนิ่งค้างไป แววตาที่เคยเย็นชาฉายร่องรอยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า มันอัดแน่นไปด้วยแรงปรารถนาและความหวาดกลัวที่พร้อมจะระเบิดออกทุกเมื่อ
พวกเขายืนประจันหน้ากัน ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบ ความร้อนจากร่างกายของทั้งคู่แผ่ซ่านผ่านอากาศที่เย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ กรณ์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นทีละน้อย จนรวินท์ต้องผถอยหลังเล็กน้อยสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน
"ถ้าผมบอกว่า... ผมไม่ได้มองคุณเป็นแค่โครงสร้างล่ะ" กรณ์กระซิบเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบฉายแวววับในความสลัว "ถ้าผมบอกว่าทุกเส้นที่คุณวาด ทุกรอยยิ้มที่คุณฝืนทำ มันกำลังทำลายการคำนวณทั้งหมดในชีวิตผม... คุณจะว่ายังไง"
รวินท์ลมหายใจสะดุด สมองขาวโพลน เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความหวandและความกลัวตีรวนกันอยู่ในอก คำพูดที่เธอรอคอยจะฟังมาตลอดกำลังจะหลุดออกมาจากปากของผู้ชายที่เย็นชาที่สุดคน1 แต่ทว่า...
*ก๊อก ๆ ๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งแทรกAรงกลางบรรยากาศที่กำลังเดือดดาล ทำลายมนตร์สะกดทั้งหมดลงในพริบตา
ทั้งคู่สะดุ้งผละออกจากกันราวกับโดนไฟลวก รวินท์รีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ขณะที่กรณ์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา ใบหน้าของเขากลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งอีกครั้ง
"เข้ามา" กรณ์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน
ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างของพัชรที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ในมือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ ดวงตาคมกริบกวาดมองทั้งรวินท์และกรณ์ที่ยืนเว้นระยะห่างกันอย่างผิดปกติด้วยความสงสัย
"ขอโทษทีครับที่มารบกวนดึกดื่นแบบนี้" พัชรยิ้มมุมปาก เดินตรงเข้ามาวางซองเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน "พอดีผมเพิ่งได้รายงานลับจากสำนักงานตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการใช้งบประมาณโครงสร้างรีสอร์ต... และผมคิดว่าพวกคุณคงอยากเห็นมัน"
กรณ์หยิบซองเอกสารขึ้นมาเปิด สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความหงุดหงิดเป็นความเคร่งเครียดทันทีเมื่อกวาดสายตาผ่านบรรทัดแรก
รวินท์ชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นตัวเลขและชื่อที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น เลือดในกายของเธอก็เย็นเฉียบลงทันที
ชื่อเจ้าของบริษัทรับเหมาช่วงที่กำลังสูบงบประมาณมหาศาล... กลับเป็นชื่อของบริษัทในเครือครอบครัวของพัชรเอง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านอุปสรรคไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา•ตอนที่ 20
ความจริงที่ไม่กล้าพูดออกไป
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!