สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา•ตอนที่ 19

สัมผัสแรกที่จริงจัง

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
คราบกาแฟเย็นชืดก้นแก้วกระดาษบนโต๊ะทำงานของพัชรยังคงทิ้งร่องรอยคราบสีน้ำตาลเข้มเอาไว้ เหมือนกับความจริงบางอย่างที่กำลังแห้งกรังและรอวันถูกขุดคุ้ย รวินท์จ้องมองเอกสารงบประมาณโครงสร้างส่วนต่อขยายที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากโต๊ะของวิศวกรอาวุโส ตัวเลขปริมาณเหล็กเสริมคอนกรีตในหน้าสุดท้ายถูกวงด้วยปากกาหมึกสีแดงเข้มอย่างจงใจ รอยหมึกนั้นหนักหน่วงและเฉียบขาด สะท้อนตัวตนของผู้ที่จรดปลายปากกาลงไปได้อย่างชัดเจน—กรณ์ “คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ คุณกรณ์” รวินท์พึมพำกับความเงียบงันในห้องประชุมยามดึกที่เหลือเพียงแสงไฟสีส้มจากหลอดนีออนสลอง นาฬิกาบนผนังบอกเวลาเกือบเที่ยงคืน โครงการคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ของบริษัทกำลังเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาล ทั้งจากบอร์ดบริหารที่ต้องการลดต้นทุนและกำหนดเวลาส่งมอบที่กระชั้นชิด รวินท์ในฐานะสถาปนิกหลักพยายามรักษาเส้นสายและสัดส่วนอันงดงามของอาคารไว้ ทว่ากรณ์กลับมองทุกอย่างเป็นเพียงสมการคณิตศาสตร์—ความปลอดภัยต้องมาก่อนความสุนทรีย์เสมอ นั่นคือสิ่งที่เขาพร่ำบอกเธอมาโดยตลอดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราดรดความกระตือรือร้นของเธอให้มอดดับลง เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังสะท้อนก้องตามทางเดินปูพรมหนานุ่มดึงรวินท์ออกจากภวังค์ ประตูห้องกระจกถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องเคาะ กรณ์ก้าวเข้ามาด้วยเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เนคไทถูกปลดหลวมอย่างไม่ใส่ใจ ใบหน้าคมสันฉายแววความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นยังคงคมกริบและเต็มไปด้วยพลังกดดันอันน่าเกรงขามเช่นเคย “ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมยังไม่กลับบ้านครับ รวินท์” กรณ์เอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำของเขาก้องกังวานอยู่ในพื้นที่แคบๆ รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอยังคงมีความดื้อรั้นเจืออยู่ “ถ้าฉันกลับ บ้านคงไม่ได้คำตอบว่าทำไมคุณถึงหั่นงบประมาณส่วนฟาซาดอาคารลงสิบเปอร์เซ็นต์ มันจะทำให้งานออกแบบของฉันพังไม่เป็นท่า คุณก็รู้” กรณ์ถอนหายใจยาว แววตาที่มักจะเย็นชาปรากฏร่องรอยของความระอาใจครู่หนึ่ง เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงอย่างน่าใจหาย กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจน์ผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูกของรวินท์ มันไม่ใช่กลิ่นที่ฉุนจัด แต่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและดุดันในเวลาเดียวกัน “สถาปนิกอย่างคุณมักจะมองความงามเป็นสร้อยประดับอาคาร แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่า ถ้าโครงสร้างรับน้ำหนักไม่ไหว สร้อยเส้นนั้นก็จะกลายเป็นโซ่ตรวนที่ตรึงทุกคนให้ตายอยู่ใต้ซากปรักหักพัง” กรณ์โน้มตัวลงเล็กน้อย มือหนาวางลงบนขอบโต๊ะทำงานของเธอ นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังตอกย้ำความจริงที่เธอพยายามปฏิเสธ รวินท์เม้มริมฝีปากแน่น เธอยืนขึ้นเพื่อลดความได้เปรียบทางสรีระของเขา ทว่าความสูงที่ต่างกันก็ยังทำให้เธอต้องเงยหน้ามองเขาอยู่ดี “ฉันไม่ได้ละเลยความปลอดภัยค่ะ—เอ๊ย... ครับ” เผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชินเก่าออกไปเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับน้ำเสียงให้เป็นทางการ “ผมหมายถึง... วิศวกรอย่างคุณก็มองแต่ตัวเลข จนลืมหัวใจของงานสถาปัตยกรรมไปหมดสิ้น อาคารหลังนี้ไม่ได้มีไว้แค่ให้คนเดินผ่านไปมา แต่มันคือพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องราว” กรณ์ไม่ได้โต้แย้งทันที เขานิ่งเงียบ สายตาคมกวาดมองใบหน้าของหญิงสาวที่เริ่มขึ้นสีเรื่อด้วยความโกรธ กรณ์สังเกตเห็นประกายน้ำใสๆ ที่คลออยู่หน่วยตาของเธอ รวินท์กำลังแบกรับความคาดหวังจากครอบครัวที่กดดันให้เธอกลับไปรับช่วงต่อกิจการที่บ้าน และความกดดันจากโปรเจกต์นี้ที่แทบจะบดขยี้วิญญาณศิลปินของเธอให้แหลกสลาย ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กรณ์ขยับตัวเข้ามาประชิดอีกก้าวหนึ่ง จนรวินท์ต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานด้านหลังจนไปไหนไม่ได้ จังหวะนั้นเอง... กรณ์ยื่นมือออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาสัมผัสเบาๆ ที่ข้างแก้มของรวินท์อย่างไม่ทันตั้งตัว สัมผัสแผ่วเบานั้นรากระแสไฟฟ้าแรงสูงที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างของรวินท์ ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง สมองที่เคยประมวลผลเรื่องแบบแปลนและโครงสร้างกลับขาวโพลนในชั่วพริบตาเดียว กรณ์ไม่ได้พูดอะไร เขากวาดสายตาสำรวจรอยคล้ำใต้ดวงตาของเธออย่างพิจารณา ปลายนิ้วที่สัมผัสแก้มไล้ผ่านผิวเนียนอย่างเผลอไผล มันเป็นสัมผัสที่เกินกว่าสถานะเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่คู่กัดทางธุรกิจจะพึงกระทำ ความนุ่มนวลที่ขัดแย้งกับบุคลิกแข็งกระด้างของเขาโดยสิ้นเชิงทำให้หัวใจของรวินท์เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก “คุณ... ทำอะไรครับ” รวินท์พยายามเปล่งเสียงออกไปให้มั่นคงที่สุด แต่มันกลับสั่นพร่าและเบาหวิวราวกับขนนก กรณ์ชะงัก ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไป ดวงตาสีดำสนิทไหววูบชั่วขณะหนึ่ง เขารีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก สีหน้าของวิศวกรหนุ่มกลับมาเรียบเฉยและเย็นชาอย่างรวดเร็วเพื่อปกปิดความปั่นป่วนภายในที่เพิ่งเกิดขึ้น “คุณไม่ได้นอนมาสามวันแล้ว รวินท์” กรณ์ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด ทว่าหูของเขากลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด “อย่าเอาชีวิตของคุณไปแลกกับความเพอร์เฟกต์ของอาคารที่ยังไงมันก็ตั้งอยู่ได้ ถ้าคุณทรุดไปตอนนี้ งานทุกอย่างที่ทำมาก็จะพังหมด” รวินท์ยกมือขึ้นแตะแก้มข้างที่เพิ่งถูกสัมผัส ความอุ่นร้อนของเขายังคงหลงเหลืออยู่บนผิวเนื้อ หัวใจเจ้ากรรมยังคงเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ความโกรธขึงเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสับสนระคนหวั่นไหวที่เข้าจู่โจมจิตใจอย่างรุนแรง ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอื้อnนเอ่ยคำใดออกมาเพื่อทำลายบรรยากาศที่เปราะบางนี้ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรวินท์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ รวินท์สะดุ้งสุดตัว เธอก้มลงมองหน้าจอแสดงสายเรียกเข้า เบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้นพร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตามหลังมาทันที *“หลักฐานเรื่องงบประมาณที่ถูกซ่อนไว้ในห้องเก็บเอกสารชั้น 4 กำลังจะถูกทำลาย”* รวินท์ชะงักงัน เธอนัยน์ตาเบิกกว้างเมื่อตระหนักได้ว่าข้อความนี้หมายถึงอะไร ขณะเดียวกันกรณ์ก็ก้าวเข้ามาดูหน้าจอโทรศัพท์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงก๊อกแก๊กดังมาจากสุดปลายทางเดินนอกห้องกระจก... มีใครบางคนกำลังเดินตรงมาที่ห้องนี้ด้วยความเร่งรีบ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านอุปสรรคไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%