เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าบานใหญ่ในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดา ไม่ได้ให้ความรู้สึกสุภาพเรียบร้อยอย่างที่ควรจะเป็น มันคือจังหวะการทุบด้วยความร้อนรนและดุดัน ราวกับผู้มาเยือนกำลังสูญเสียสติไปทีละน้อย และเมื่อบานประตูกถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ยับย่นเล็กน้อยของคิรากรก็ก้าวเข้ามา ประธานหนุ่มผู้เคยถือไพ่เหนือกว่าในทุก
รินรดาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารทางการเงิน แววตาของเธอไม่มีแม้แต่เงาของความหวาดกลัวหรือความประหลาดใจ มีเพียงความว่างเปล่าเย็นเยียบที่แผ่รังสีออกมาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
"คุณมีสิทธิ์อะไรพังเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉันคะ คิรากร" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าบาดลึกจนคนฟังสะท้าน
คิรากรหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมกริมคู่นั้นแดงก่ำ ร่องรอยความเย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้ถูกกัดเซาะจนพังทลาย เหลือเพียงความร้าวรานและความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ เขาเดินตรงเข้ามาหยุดยืนค้ำโต๊ะทำงานของเธอ มือหนาทั้งสองข้างสั่นเทาเล็กน้อยยามเมื่อวางลงบนพื้นผิวไม้
"ริน..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ เป็นน้ำเสียงที่คนอย่างรินรดาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธออย่างไร้เยื่อใย "ผมรู้ความจริงแล้ว... ผมรู้ทุกอย่างแล้วว่าเรื่องในอดีตมันคืออะไร"
รินรดายกมุมปากขึ้นยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เป็นรอยยิ้มของราชินีผู้ครองบัลลังก์ที่มองดูเชลยศึกกำลังคลานเข่าเข้ามาขอความเมตตา
"เพิ่งรู้เหรอคะ? ช้าไปหน่อยไหมคะคุณคิรากร วันเวลาที่ฉันถูกคุณตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงิน วันเวลาที่ฉันต้องอุ้มท้องร้องไห้ลำพังโดยไม่มีแม้แต่เงาหัวของคุณ คุณไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมาคะ?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ ของคิรากร ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรมตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอ มือหนาเอื้อมไปหมายจะกุมมือเธอไว้ แต่รินรดากลับชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัส
"ผมขอโทษ..." คำพูดนั้นพรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่คลอหน่วงหน่วยในดวงตาคม "ผมมันโง่เง่า ผมมันตาบอดที่เชื่อคนอื่นมากกว่าเมียตัวเอง ผมปล่อยให้คุณต้องเผชิญกับนรกบนดินเพียงลำพัง ริน... ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ให้โอกาสผมได้ชดใช้เถอะนะ"
"ชดใช้?" รินรดาทวนคำ หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาดุดันและเย้ยหยัน "ชีวิตที่พัง 100% ของฉัน กับคำขอโทษกลวงๆ ของคุณ คุณคิดว่ามันทดแทนกันได้เหรอคะ? ความเจ็บปวดที่ฉันสะสมมาแรมปี มันราคาถูกขนาดที่คุณคิดจะซื้อคืนด้วยน้ำตาไม่กี่หยดแค่นั้นเหรอ"
"ผมจะทำทุกอย่าง!" คิรากรโพล่งขึ้นด้วยความสิ้นหวัง เขาขยับกายเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเร่าร้อนอันตึงเครียดแผ่ซ่านรอบตัว "ต่อให้คุณอยากให้ผมกราบเท้าคุณตรงนี้ ผมก็จะทำ! ขอแค่คุณบอกให้ผมได้กลับมาดูแลคุณ... และลูก"
พอคำว่า 'ลูก' หลุดออกมาจากปากเขา รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยวับวาวขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กดสายตามองผู้ชายที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยความเหยียดหยามขั้นสุด
"อย่าแม้แต่จะเอ่ยชื่อลูกของฉันด้วยปากสกปรกของคุณเลยค่ะคิรากร เขาไม่ใช่ลูกของคุณ เขาเป็นลูกของฉันคนเดียว!"
ความอดทนของคิรากรขาดผึ่ง สัญชาตญาณนักล่าที่เคยถูกกดไว้ด้วยความผิดบาปพุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ ร่างสูงลุกขึ้นพรวดเดียวแล้วก้าวเข้าประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว แรงปะทะจากตัวเขาทำให้เธอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังบางแนบติดกับบานประตูกระจก แรงกดดันมหาศาลจากร่างกายที่ใหญ่โตกว่าทำให้รินรดาถูกกักขังไว้ในอ้อมแขนของเขาโดยปริยาย
"ถอยไปนะคะ!" เธอตวาดเสียงแข็ง พยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่คิรากรกลับใช้มือเพียงข้างเดียวรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะได้อย่างง่ายดาย
"ไม่... ผมจะไม่ถอยอีกแล้ว รินรดา" ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นแต่เต็มไปด้วยความดุดันและหิวกระหาย "คุณคิดว่าคุณเก่งนักเหรอที่ผลักไสผมออกไป? คุณคิดว่าผมทนมองคุณทำตัวเย็นชาใส่ได้นานแค่ไหนกัน?"
ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาหาโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว รสจูบที่ถั่งโถมเข้ามาในคราแรกเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโหยหา และความบ้าคลั่งที่สะสมมาเนิ่นนาน มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อน รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่น แต่เรียวปากแข็งแกร่งกลับขบเม้มและบดขยี้กลีบปากของเธออย่างดื้อดึง จนกระทั่งความนุ่มหยุ่นยอมจำนนต่อแรงอารมณ์ รสชาติหวานล้ำที่เขาเคยโหยหากลับมาแตะปลายลิ้นอีกครั้ง มันทั้งร้อนรุ่ม ลึกซึ้ง และดึงสติของทั้งคู่ให้จมดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาที่ไม่อาจต้านทาน
มือหนาที่เคยว่างเว้นจากการกุมข้อมือ เลื่อนต่ำลงมาโอบกระชับเอวบางคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไอ
ความร้อนจากร่างกายของทั้งสองหลอมรวมกันผ่านเนื้อผ้า รินรดาครางประท้วงในลำคอเมื่อสัมผัสวาบหวามเริ่มปลุกเร้าความทรงจำเก่าๆ ที่เธอพยายามฝังกลบ ความโกรธแค้นในคราแรกเริ่มถูกหลอมละลายด้วยความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ถูกจุดติดขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเธอทรยศต่อสมองอีกครั้งเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสรีระอย่างชำนาญ
คิรากรซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนียนนุ่มจนเกิดรอยจางๆ เป็นการแสดงออกถึงความกระหายใคร่ครวญที่เกินกว่าจะควบคุม ลมหายใจหอบกระชั้นของเขาประสานเข้ากับเสียงครางแผ่วเบาอย่างยอมจำนนของหญิงสาว สัมผัสที่ลึกซึ้งและดุดันดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุ ราวกับไฟที่โหมกระหน่ำเผาผลาญความเย็นชาทั้งหมดจนมอดไหม้ เหลือเพียงความต้องการอันดิบเถื่อนและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ของผู้ใหญ่ที่ยินยอมพร้อมใจจะจมดิ่งไปกับบาปครั้งนี้ร่วมกัน
ทว่า... ในวินาทีที่อารมณ์รักกำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด และคิรากรกำลังจะประทับรอยจูบซ้ำลงบนเรียวปากอิ่มของเธอ เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยที่ดังทะลุเข้ามา
"คุณแม่ขา! น้องลีโอทำการบ้านเสร็จแล้ว เข้าไปได้ไหมฮะ?"
ร่างของรินรดาแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ เธอผลักอกคิรากรออกสุดแรงด้วยความตกใจ ขณะที่คิรากรเบิกกว้างด้วยความช็อกเมื่อได้ยินเสียงนั้นชัดเจน ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่หน้าประตูทันที—ก่อนที่ความจริงอันน่าตกตะลึงจะพุ่งชนเข้ากลางหน้าอก เมื่อสายตาของเขาบังเอิญเหลือบไปเห็นร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบที่ยืนอยู่หน้ากระจกเงาด้านนอก และใบหน้านั้น... ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เข็มฉายานิศ" มาโดยตลอดนะคะ
พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า•ตอนที่ 29
คำขอโทษที่สายเกินไป
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!