"คุณอาขา... วันนี้คุณแม่สัญญาว่าจะพาไปสวนสนุก ลีโอใส่รองเท้าเท่ที่สุดแล้วนะครับ"
เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์นของคฤหาสน์รินรดา ลีโอในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นและรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดตา กำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาคิรากรพร้อมกับชูข้อเท้าให้ดูด้วยความภาคภูมิใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายใสซื่อบริสุทธิ์ คราบน้ำตาจากเหตุการณ์ชุลมุนก่อนหน้านี้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงรอยยิ้มกว้างที่สามารถละลายหัวใจคนที่พบเห็นได้ในเสี้ยววินาที
แต่สำหรับคิรากรในวินาทีนี้... รอยยิ้มนั้นกลับทำหน้าที่ราկมีดคมกริบที่กรีดลึกลงกลางใจจนแทบหยุดหายใจ
ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและทรงอิทธิพลที่สุดในวงการธุรกิจ ค่อย ๆทรุดกายลงคุกเข่าบนพื้นพรมอย่างหมดแรง หัวเข่ากระแทกพื้นเสียงดังทึบโดยที่เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย ความรู้สึกชาดิ่งแล่นพล่านจากปลายนิ้วเท้าลามขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ โลกทั้งใบที่เคยหมุนรอบความสำเร็จและอำนาจของเขากลับหยุดนิ่งสนิท ภาพตรงหน้าซ้อนทับกับห้วงเวลาในอดีตอย่างโหดร้าย
ดวงตากลมโตคู่นั้น... จมูกโด่งรั้นรั้นรับกับริมฝีปากหยักได้รูป... และโดยเฉพาะไฝเม็ดเล็กจาง ๆ ที่อยู่ใต้หูข้างขวา
*'คิรากร... คุณมันก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่วัน ๆ สนใจแต่ผลกำไร!'*
*'สักวันหนึ่ง คุณจะต้องเสียใจ... เสียใจในสิ่งที่คุณเหยียบย่ำลงไปในวันนี้!'*
เสียงสะอื้นไห้และคำประกาศิตของรินรดาในวันที่เธอถูกเขาขับไล่ออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย ย้อนกลับมาดังก้องในโสตประสาทราวกับเสียงฟ้าผ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า รินรดาไม่ได้ไปมีใครใหม่ตามที่เขาเคยปรักปรำด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอยอมแบกรับความอับอาย ความเจ็บปวด และหัวใจที่แตกสลายหนีหายไปจากชีวิตของเขา พร้อมกับชีวิตน้อย ๆ ที่เติบโตขึ้นมาจากสายเลือดของเขาเอง
"คุณอา... เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมหน้าซีดจางจัง... เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ให้ลีโอเป่าเพี้ยงให้ไหมครับ"
มือป้อมเล็กนุ่มนิ่มเอื้อมมาแตะที่แก้มสากระคายของคิรากรอย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นจากตัวเด็กชายส่งผ่านปลายนิ้วเข้ามาในความรู้สึก ทำให้ดวงตาคมกลาบที่แห้งผากมานานแรมปีเริ่มร้อนผ่าว หยาดน้ำลูกผู้ชายเอ่อคลอหน่วยก่อนจะไหลรินลงมาเงียบ ๆ สัมผัสได้ถึงความขมขื่นและสำนึกบาปที่หนักอึ้งเกินกว่าจะแบกรับไหว
คิรากรยกมือขึ้นสั่นเทา คว้ามือเล็ก ๆ นั้นมาแนบ ริมฝีปากหนาสั่นระริกจนเปล่งเสียงออกมาแทบไม่เป็นภาษา
"ลีโอ... ลูก... ลูกชื่อลีโอใช่ไหมครับ"
เด็กชายเอียงคอด้วยความฉงนสนเท่ห์ ดวงตากลมโตกระพริบปริบ ๆ "เอ๊ะ? ทำไมคุณอาเรียกชื่อผมแบบนั้นล่ะครับ ปกติคุณแม่บอกว่า... อืม น้าปาล์มก็เรียกผมว่าลีโอนะครับ"
รินรดาก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้องรับแขกด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าแววตาที่ทอดมองอดีตสามีเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกกาลเวลาขัดเกลาให้กลายเป็นความเย็นชา เธอไม่ได้เอ่ยคำพูดใด ๆ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ลงัฑณฑ์ชายหนุ่มผู้เคยทำลายครอบครัวด้วยมือของตนเอง
"ริน..." คิรากรหันไปมองหน้าอดีตภรรยา เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ "นี่... นี่คือลูกของเราอย่างนั้นเหรอ ทำไม... ทำไมเธอถึงไม่เคยบอกฉัน ทำไมเธอถึงใจร้ายกับฉันขนาดนี้..."
"ใจร้ายเหรอคะ?" รินรดาย้อนถาม น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบราวกับสายน้ำแข็งที่ไหลผ่านยอดอก "คุณคิรากรคะ คนที่ใจร้ายและผลักไสไล่ส่งพวกเราสองคนแม่ลูกออกไปในคืนที่ฝนตกหนักอย่างไร้ความปรานี คือตัวคุณเองนะคะ"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าเสียบแทงหัวใจของคิรากรจนเลือดซิบ เขาจำได้แม่นยำ... คืนนั้นที่เขาบอกว่าเธอเป็นแคภาระที่น่ารำคาญ คืนนั้นที่เขาไล่ให้เธอไสหัวไปให้พ้นหน้าโดยไม่ฟังคำอธิบายใด ๆ เลยแม้แต่น้อย
"พี่ขอโทษ..." คิรากรพึมพำ ซบหน้าลงกับฝ่ามือของตนเอง หยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดร่วงหล่นลงบนพื้นพรม "พี่มันโง่... พี่มันสารเลวเอง ริน... พี่ขอโอกาส พี่ขอร้องล่ะ ให้พี่ได้ทำหน้าที่พ่อ... ให้พี่ได้ชดใช้บาปทั้งหมดที่เคยทำไว้กับสองแม่ลูกเถอะนะ"
รินรดามองภาพผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งที่สุดในชีวิตกำลังคุกเข่าหลั่งน้ำตาแทบเท้าเธอ หัวใจที่เคยด้านชากลับไหววูบชั่วขณะหนึ่ง ไม่ใช่เพราะความสงสาร แต่เป็นเพราะสายตาของลูกชายตัวน้อยที่ยืนมองผู้เป็นพ่อสลับกับแม่ด้วยความไม่เข้าใจ
"คุณแม่ครับ... ทำไมคุณอาถึงร้องไห้ล่ะครับ คุณอาเป็นคุณพ่อของลีโอเหรอครับ"
คำถามไร้เดียงสาของเด็กชายทำให้รินรดานิ่งงัน เธอนั่งย่อตัวลงโอบกอดร่างเล็กของลูกชายเข้าสู่อ้อมอก ลูบผมหนานุ่มอย่างทะนุถนอม ขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังคิรากรที่เงยหน้าขึ้นมองพวกเธอด้วยความเวทนาและรอคอยคำพิพากษา
บรรยากาศในห้องตึงเครียดและอบอวลไปด้วยมวลอารมณ์ที่ซับซ้อน คิรากรขยับกายเข้าใกล้หวังจะเอื้อมมือไปสัมผัสบุตรชายและอดีตภรรยา ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะแตะถึงชายเสื้อของลีโอนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรินรดาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
รินรดาผละตัวออกจากอ้อมกอดของลูกชายชั่วคราว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ทำเอาสีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอกดรับสายโดยไม่หลบเลี่ยงสายตาของคิรากร
"ค่ะพี่ปาล์ม... ถึงไหนแล้วคะ? ...อ๋อค่ะ กำลังจะพา,ค่ะ... ได้ค่ะ เจอกันที่สวนสนุกนะคะ"
คิรากรขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น 'ปาล์ม'—ผู้ชายคนที่คอยอยู่เคียงข้างและปกป้องรินรดามาตลอดห้าปีที่ผ่านมา ผู้ชายคนที่เขากลัวที่สุดว่าอาจจะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งพ่อของลูกชายตนเอง
"เธอจะพาไปไหน..." คิรากรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงเจือความหึงหวงและหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด "ลีโอเป็นลูกของฉัน ฉันจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนอื่นมา..."
"ผู้ชายคนอื่นอย่างนั้นเหรอคะ?" รินรดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเหนือกว่า "ตลอดห้าปีที่ผ่านมาที่คุณสนุกกับการใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองและผู้หญิงมากมาย รู้ไหมคะว่าใครเป็นคนเช็ดน้ำตาให้ฉัน? รู้ไหมคะว่าใครเป็นคนอุ้มท้องลีโอไปโรงพยาบาลในวันที่เด็กคนนี้ป่วยเจียนตาย?"
คิรากรอ้าปากค้าง พูดไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อราկถูกสาปให้กลายเป็นหิน
รินรดาจูงมือลูกชายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอปัดเศษฝุ่นที่ชุดของเด็กน้อยเบา ๆ ก่อนจะหันมามองอดีตสามีด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยวและไร้เยื่อใย
"ถ้าคุณอยากเป็นพ่อของลูก... ก็ลองพิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะว่าคุณคู่ควรพอ" รินรดากล่าวเสียงเรียบ "แต่วันนี้... พวกเรามีนัดกับ 'ครอบครัว' อีกคนแล้วค่ะ"
พูดจบ เธอก็กำลังจะจูงมือลีโอเดินผ่านร่างของคิรากรไปที่ประตู
ทว่า ก่อนที่ปลายเท้าของรินรดาจะก้าวพ้นธรณีประตูห้องรับแขก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน พร้อมกับร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทลำลองที่เปิดประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น—ปาล์มก้าวเข้ามาพร้อมกับถุงตุ๊กตารูปการ์ตูนในมือ และเอמהทักทายด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย
"ริน... ลีโอ พร้อมกันหรือยังครับ รถพร้อมแล้วนะ"
ดวงตาของคิรากรเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ทันทีที่เขาเห็นใบหน้าของผู้ชายคนที่ก้าวเข้ามาในบ้านของอดีตภรรยา พร้อมกับคำพูดที่ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางใจเขาอย่างจัง
"สวัสดีครับคุณคิรากร ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่... ดูท่าทางคุณคงยังไม่รู้สินะครับ ว่านอกจากผมจะเป็นคนที่ดูแลรินกับลีโอมาตลอดห้าปีนี้แล้ว..." ปาล์มหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากฉาบด้วยความท้าทาย "...อีกสามเดือนข้างหน้า ผมกับรินเรากำลังจะจัดงานแต่งงานกันครับ"
*โปรดติดตามตอนต่อไป...*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เข็มฉายานิศ" มาโดยตลอดนะคะ
พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า•ตอนที่ 28
ความจริงที่สั่นสะเทือนหัวใจ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!