ความเงียบงันภายในห้องพักหรูระดับเพนต์เฮาส์กลางกรุง ไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่กำลังเต้นระรัวของคิรากรสงบลงเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกريบที่มักฉายแววเย่อหยิ่งและเด็ดขาดในโลกธุรกิจ บัดนี้กลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดหวั่น ภาพเด็กชายตัวน้อยวัยราวสี่ขวบที่ยืนกอดตุ๊กตาหมีอยู่ตรงบานประตูที่เปิดแง้มไว้ ไม่ใช่ภาพลวงตา ดวงตากลมโตสีดำสนิท จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะโครงหน้าครึ่งซีกที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาอย่างไร้ที่ติ กำลังจ้องมองกลับมาด้วยความไร้เดียงสา
หัวใจของประธานหนุ่มกระหน่ำรัวรากับมีกลองเพลิงมาตีซ้ำๆ ในอก เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน ราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าในขณะเดียวกัน ไฟแห่งความสงสัยและปมปริศนากลับลุกโชนขึ้นแผดเผาจนแทบคลั่ง
*เด็กคนนั้น... คือใครกัน?*
คำถามนี้กรีดลึกเข้าไปในโสตประสาท ซ้ำเติมความจริงอันโหดร้ายที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายเดือน รินรดาอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไม่ใยดี หญิงสาวผู้เคยอ่อนหวานและยอมจำนนต่อเขาในทุกๆ เรื่อง เธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนวันหย่า และกลับมาอีกครั้งในฐานะนักธุรกิจหญิงผู้เย็นชา ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยรัศมีแห่งการเอาคืน... พร้อมกับเด็กชายที่มีใบหน้าเหมือนเขาราวกับแกะคนนี้เนี่ยหรือ?
"คุณคิรากรคะ..."
เสียงหวานทุ้มที่ดังขึ้นจากด้านในห้องดึงสติเขาให้หลุดจากภวังค์ รินรดาก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยชุดนอนผ้าไหมสีมรกตแนบเนื้อ ขับเน้นทรวดทรงองค์อ่อนที่เย้ายวนและทรงพลังในเวลาเดียวกัน เส้นผมยาวสลวยที่เคยรวบตึงอย่างไร้ชีวิตชีวา บัดนี้ปล่อยสยายเคลียไหล่บาง ผิวขาวเนียนผุดผ่องราวนมสดตัดกับความมืดสลัวของห้องนอน ทว่าเมื่อสายตาของเธอเคลื่อนมาหยุดอยู่ที่ร่างสูงของคิรากร และเห็นว่าเขากำลังมองไปยังทิศทางใด รอยยิ้มเยเย้ยหยันก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วกว่าที่เธอจะทันตั้งตัว
รินรดาก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับบานประตู ก่อนจะก้มลงอุ้มร่างเล็กป้อมของเด็กชายขึ้นแนบอกอย่างทะนุถนอม มือเรียวบางลูบกลุ่มผมนุ่มของเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน
"ลี้านะลูก ทำไมยังไม่นอนคะ? ดึกมากแล้วนะรู้ไหม" น้ำเสียงที่เธอใช้พูดกับลูกชายช่างอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความรัก ความอ่อนโยนแบบที่คิรากรไม่เคยได้รับมันมาตลอดชีวิตการแต่งงาน
"คุณแม่ครับ... คุณลุงคนนี้หน้าตาคุ้นๆ จังเลยครับ เหมือนรูปในกรอบรูปที่ห้องเก็บของของคุณแม่เลย"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบราวกับศาตราวุธที่พุ่งเข้าปักอกคิรากรอย่างจัง ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความจริงที่ถูกกระชากออกมาต่อหน้าต่อตาทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังตกลงไปในหลุมพรางที่ลึกที่สุด ซึ่งเขานั่นแหละที่เป็นคนขุดมันขึ้นมาด้วยความเย็นชาของตัวเองในอดีต
รินรดาช้อนสายตาขึ้นสบตากับอดีตสามี ดวงตากลมโตคู่นั้นว่างเปล่า เย็นชา และเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่เขาเป็นคนฝังไว้ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความสะใจลึกๆ ที่ได้เห็นผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ กำลังสติหลุดลุ่ยอยู่ตรงหน้า
"ไม่มีอะไรหครับคนเก่ง... คุณลุงเขาเป็นแค่แขกของแม่ เดี๋ยวแม่ไปส่งเขาก่อนนะคะ หนูเข้าไปรอในห้องก่อนนะลูก" รินรดากระซิบเสียงนุ่ม พลางวางร่างของเด็กชายลงเบื้องล่าง ลีโอพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนจะหันมามองคิรากรด้วยความสงสัยอีกครั้งแล้วเดินหายลับไปในห้องนอนเด็ก
เมื่อบานประตูปิดลง ความกดดันในอากาศก็พุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก คิรากรก้าวเข้าไปประชิดร่างบางที่ยืนกอดอกพิงผนังด้วยท่าทีสบายๆ มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมไปควارต้นแขนเรียวของเธอไว้แน่น ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นในอก
"ริน..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "เด็กคนนั้น... ลูกของเราใช่ไหม?"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความสมเพชเวทนาที่สะท้อนออกมาจากแววตาคู่สวย เธอไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือนต่อแรงบีบที่ต้นแขน แม้ว่ามันจะเริ่มขึ้นรอยแดงจางๆ เธอกลับเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว
"ทำไมคะ? ประธานคิรากรผู้ยิ่งใหญ่ ถึงกับตกใจจนสติหลุดเลยหรือไงที่เห็นเด็กหน้าตาเหมือนตัวเอง?" น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "คุณคิดว่าผู้หญิงโง่ๆ ที่คุณเคยเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย จะไม่มีปัญญาปกป้องเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองเลยหรือคะ?"
"ริน! ทำไมเธอถึงไม่บอกฉัน!" คิรากรคำรามออกมาอย่างเจ็บปวด หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บแปลบ ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาหลอนซ้ำๆ วันที่เธอถือใบหย่ามาให้ วันที่เธอกลั้นน้ำตาเดินออกจากบ้านโดยที่เขาไม่เคยหันไปมองแม้แต่ปลายหางตา วันนั้นเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่... และเขานี่เองที่เป็นคนผลักไสภรรยาและลูกในท้องให้ระเหเร่ร่อนออกไปเผชิญโลกกว้างตามลำพัง!
"บอกคุณเหรอคะ?" รินรดาย้อนถาม เสียงหวานเยียบเย็นสะท้อนก้องไปทั่วห้อง "เพื่ออะไรคะ? เพื่อให้คุณส่งคนมาบังคับให้ฉันทำแท้งเหมือนผู้หญิงในสต็อกของคุณ หรือเพื่อให้คุณเซ็นเช็คไล่ส่งฉันให้พ้นหูพ้นตาเร็วขึ้นอย่างนั้นเหรอ? คุณลืมไปแล้วหรือไงคิรากร ว่าคุณเคยพูดอะไรกับฉันไว้บ้างในคืนก่อนที่เราจะหย่ากัน..."
ถ้อยคำเชือดเฉือนนั้นพุ่งตรงเข้าเสียบแทงหัวใจของคิรากรจนพรุน ความผิดบาปในอดีตถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาด เขาจำได้แม่นยำ... คำพูดใจร้ายที่เขาเคยพ่นใส่หน้าเธอว่า *'เธอเป็นได้แค่เมียตีทะเบียนที่ฉันรังเกียจ อย่าได้แม้แต่จะคิดผูกมัดฉันด้วยลูกเด็ดขาด!'*
ภาพความทรงจำอันมืดดำเหล่านั้นเริ่มกัดกินจิตใจของเขา ในคืนนี้... มันไม่ใช่แค่ความจริงที่ปรากฏตรงหน้า แต่ความฝันร้ายที่เขาพยายามหนีมาตลอดหลายเดือนกำลังจะย้อนกลับมากลืนกินวิญญาณของเขาอีกครั้ง
คิรากรทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ มือหนาที่เคยใช้เซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่ามหาศาล บัดนี้สั่นเทาขณะเอื้อมไปโอบรอบเอวบางของเธอไว้แน่น ใบหน้าคมคายซบลงกับหน้าท้องแบนราบที่เคยอุ้มชูสายเลือดของเขา น้ำลูกผู้ชายไหลรินออกมาเงียบๆ ความอีโก้ ความเย่อหยิ่งทระนงตน ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
"ฉันขอโทษ..." เสียงทุ้มต่ำสั่นเครือเอמהพร่ำคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายของเขาร้อนผ่าวดั่งถูกไฟแผดเผาจากความรู้สึกผิดที่กัดกินลึกลงถึงขั้วหัวใจ "ฉันมันเลว... ฉันมันโง่เง่าที่สุด ริน... ยกโทษให้ฉัน ให้โอกาสฉันได้ไถ่บาป ได้โปรด..."
รินรดาก้มมองอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพลที่บัดนี้กำลังคุกเข่าแทบเท้าเธอ น้ำตาของเขาหยดลงบนเนื้อผ้าไหมราคาแพง ความรู้สึกซับซ้อนตีรวนอยู่ในอก ทั้งสะใจ ทั้งเจ็บปวด และโหยหาในเวลาเดียวกัน เธอก้มลงใช้ปลายนิ้วเรียวเชยคางสากระคายของเขาขึ้นบังคับให้สบตา เปลือกตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มพรากวิญญาณปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"การขอโทษมันง่ายเกินไปค่ะ คิรากร..." เธอโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมฝีปากหยักที่สั่นระริก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกัน สร้างแรงปรารถนาอันตึงเครียดที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเกลียดชัง "ถ้าคุณอยากได้โอกาสนัก... ก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ ว่าคุณมีความหมายอะไรมากกว่า 'เศษขยะ' ที่ฉันเคยเขี่ยทิ้ง"
สัมผัสจากปลายนิ้วเรียวที่ลากไล้ลงมาตามแนวสันคอแกร่ง กระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายของคิรากรให้ตื่นตัวขึ้นอย่างรุนแรง ความสำนึกผิดและความคลั่งรักหลอมรวมกันเป็นเพลิงสวาทที่แผดเผาเขาราวกับคนบ้า ทันทีที่รินรดากระซิบลบเลือนระยะห่าง มือหนาก็ช้อนรั้งเอวบางเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น ริมฝีปากร้อนผ่าวประทับจูบลงบนกลีบปากนุ่มทันทีอย่างเอาแต่ใจและโหยหา ราวกับคนกระหายน้ำกลางทะเลทรายที่พบโอเอซิส
จูบในค่ำคืนนี้ไม่ได้มีความอ่อนหวานละมุนละไมหลงเหลืออยู่เลย มันเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้น ความเจ็บปวด ความโหยหา และเกมการเอาคืนที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมใคร รินรดาเผยริมฝีปากออกด้วยความจำนนต่อสัมผัสอันเชี่ยวชาญ ปล่อยให้ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเร่าร้อน เสียงหอบหายใจกระเส่าดังประสานไปกับเสียงครางต่ำในลำคอของชายหนุ่มที่กำลังสูญเสียการควบคุม
มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าผ่านเนื้อผ้าบางเบา ปลุกเร้าอารมณ์สวาทให้ลุกโชนขึ้นท่ามกลางความหน็บหนาวของจิตใจ รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน ร่างกายของเธอยังคงจดจำสัมผัสของเขาได้ดี แม้ใจจะปฏิเสธ แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการโอบกอดแผ่นหลังกว้างไว้แน่น เล็บคมจิกข่วนลงบนผิวเนื้อเพื่อระบายความเสียวซ่านที่พวยพุ่งขึ้นมาไม่หยุดยั้ง
บทเพลงรักอันเร่าร้อนและดุดันดำเนินไปท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาล คิรากรปรนเปรอความสุขสมให้เธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับต้องการใช้ร่างกายของตนเองไถ่ถอนบาปมหันต์ในอดีต ทุกหยาดหยดของเหงื่อไคลและเสียงครางหอบสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่พัวพันยุ่งเหยิงเกินกว่าจะตัดขาดจากกันได้
ทว่า... ในขณะที่คิรากรกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หาและคิดว่าตัวเองกำลังได้เธอกลับคืนมา รินรดาผู้ซุกตัวอยู่ภายใต้อ้อมแขนแกร่งที่เหนื่อยหอบ กลับลืมตาโพลงในความมืด ดวงตาสองข้างของเธอนิ่งสนิท ไม่มีหยดน้ำตาแห่งความอ่อนแอ มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบของราชินีผู้กุมชัยชนะในกำมือ
เกมการแก้แค้นนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงเท่านั้น
*(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เข็มฉายานิศ" เสมอมานะคะ
พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า•ตอนที่ 21
บทเรียนจากความเย็นชา
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!