เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราของประธานกรรมการบริหารเครือโรงแรมคิรากร กรุ๊ป ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มละสายตาจากเอกสารตรงหน้าได้ทันที ทว่า... ประโยคที่หลุดลอดออกมาจากลำโพงสมาร์ตโฟนซึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ กลับทำให้ลมหายใจของคิรากรสะดุดกึก ราวกับถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวแห่งความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบมันมาตลอดหลายปี
*“คุณแม่คะ... น้องลีโอเลิกเรียนแล้ว คุณแม่มารับน้องลีโอหรือยังครับ?”*
น้ำใสๆ ที่เจือความออดอ้อนและสดใสของเด็กชายวัยอนุบาลดังชัดเจน แม้จะไม่ได้เปิดลำโพงดังมากนัก แต่กลับก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคิรากรราวกับเสียงระฆังที่ตีเตือนสติ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปชะงักค้าง ปากกาในมือร่วงหล่นกระทบลงบนแฟ้มหนังราคาแพงจนเกิดเสียงดังทุบทึบ ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังตัวตนของเขามาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาที
รินรดา... น้ำเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของรินรดา แต่เป็นเสียงเด็กผู้ชาย!
เด็กที่เรียกผู้หญิงคนนั้นว่า "คุณแม่"
ดวงตาคมกราบดุจพญาเหยี่ยวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นกระหน่ำรัวรากลองศึก ความตระหนก ความระแวง และความสงสัยระคนกันจนแยกไม่ออก ภาพของรินรดาภรรยาเก่าผู้เคยอ่อนแอ เจ้าน้ำตา และยอมจำนนต่อความเย็นชาของเขาอย่างไร้ทางสู้ ผุดขึ้นมาทับซ้อนกับภาพของผู้หญิงทรงเสน่ห์ที่เพิ่งเดินเฉิดฉายผ่านล็อบบี้โรงแรมของเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน ผู้หญิงที่ไม่ได้ก้มหน้าหนีเขาอีกต่อไป แต่กลับเชิดหน้าขึ้น ส่งสายตานิ่งเรียบทว่าเฉียบคมราวกับจะกรีดแทะวิญญาณของเขาให้แหลکสลาย
คิรากรผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างลืมตัว มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン
"ไม่ได้การ..." เขาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สัญชาตญาณดิบเถื่อนสั่งให้เขาพุ่งตัวออกไปจากห้องทำงานทันที โดยไม่สนใจว่ากองงานตรงหน้าจะรออยู่ เขาก้าวฉับๆ ด้วยขายาวๆ ผ่านห้องโถงเลขาฯ ที่พนักงานต่างพากันก้มหัวให้แทบไม่ทัน ร่างสูงก้าวขึ้นลิฟต์ส่วนตัวลงไปยังชั้นล่างด้วยความร้อนรนที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจหาคำอธิบายได้
เป้าหมายเดียวในหัวสมองตอนนี้คือการตามหาผู้หญิงที่ชื่อ 'รินรดา' และเด็กชายเจ้าของเสียงปริศนาคนนั้นให้พบ!
ผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาที รถยนต์หรูสปอร์ตคูเป้สีดำสนิทพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถของโรงแรม มุ่งตรงไปยังโรงเรียนอนุบาลนานาชาติชื่อดังย่านใจกลางเมือง ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาคาดเดาจากตารางเวลาและเบาะแสอันน้อยนิด ความกระวนกระวายใจทำให้ฝ่ามือที่กำพวงมาลัยชื้นไปด้วยเหงื่อ ความเย่อหยิ่งและอีโก้ที่เคยค้ำคอมานานหลายปีถูกเผาผลาญจนมอดไหม้ เหลือเพียงความกระหายใคร่รู้ที่รุนแรงดุจเปลวเพลิง
เมื่อรถคันหรูจอดสนิทชิดริมฟุตบาทฝั่งตรงข้ามโรงเรียน คิรากรลดกระจกลงครึ่งหนึ่ง สายตาดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองฝูงชนและผู้ปกครองที่มารอรับบุตรหลาน ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่เริ่มโพล้เพล้ แสงอาทิตย์สีส้มอมแดงสาดส่องกระทบกับหลังคาตึกและพุ่มไม้
และแล้ว... ภาพที่สะท้อนเข้ามาในคลองจองของเขาก็ทำให้ลมหายใจของคิรากรขาดห้วงไปอีกครั้ง
ที่นั่น... ใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าประตูโรงเรียน รินรดากำลังยืนยิ้มแย้มพูดคุยกับเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่ง
แต่วันนี้... เธองดงามยิ่งกว่าวันก่อน ร่างระหงอยู่ในชุดเดรสเข้ารูปสีเอิร์ธโทนยาวคลุมเข่า ขับเน้นส่วนโค้งเว้าเย้ายวนสายตาอย่างพอเหมาะพอเจาะ เส้นผมสีดำสนิทที่เคยรวบตึงอย่างไร้ชีวิตชีวา บัดนี้ถูกปล่อยสยายเป็นลอนคลื่นยาวเคลียแผ่นหลังเนียนนุ่ม แว่นตากรอบหนาที่เคยใช้บังMบับใบหน้าถูกถอดทิ้ง เผยให้เห็นดวงตากลมโตคู่สวยที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ทว่าเฉี่ยวคมและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ รอยยิ้มที่เธอมอบให้เด็กชายตัวน้อยช่างอบอุ่นและเปล่งประกายเจิดจ้า จนผู้ชายหลายคนที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวหลังมองด้วยความหลงใหล
คิรากรแทบหยุดหายใจ เขารู้สึกเหมือนถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่อย่างแรง
นั่นคือรินรดาจริงหรือ? ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในบ้าน... ผู้หญิงที่เขาเคยทอดทิ้งให้อยู่กับความโดดเดี่ยวและความเจ็บปวด บัดนี้กลับกลายเป็นราชินีผู้สง่างาม ทรงเสน่ห์ และดูเหมือนจะเข้มแข็งจนยากจะแตะต้อง!
"คุณแม่ครับ! คุณพ่อซื้อไอศกรีมให้ผมด้วย!" เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กๆ ในชุดนักเรียนอนุบาลที่วิ่งเข้าไปสวมกอดเอวบางของรินรดาไว้แน่น
คิรากรหรี่ตาลง หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง *'คุณพ่ออย่างนั้นหรือ? รินรดามีสามีใหม่แล้วอย่างนั้นหรือ...'* ความคิดนั้นสร้างความโกรธเกรี้ยวและหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างไม่มีเหตุผล เขากัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความรู้สึกหวงแหนทั้งที่ตนเองเป็นคนผลไสไล่ส่งเธอกลับมาตีตรวนหัวใจเขาอีกครั้งอย่างเจ็บแสบ
ก่อนที่คิรากรจะทันได้เปิดประตูรถก้าวลงไปเผชิญหน้า ร่างบางของรินรดาก็หันมาทางฝั่งถนนพอดี ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้หลบตาเขาเหมือนในอดีต แต่กลับมองตรงมายังรถสปอร์ตสีดำคันหรูของเขาด้วยแววตานิ่งสนิท... แววตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เย็นชา และเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบอะไรบางอย่างกับเด็กชายตัวน้อย แล้วจูงมือลูกชายเดินตรงมายังฝั่งที่รถของเขาจอดอยู่ราวกับรู้อยู่แล้วว่าเขาอยู่ที่นี่!
หัวใจของคิรากรเต้นระรัวราวกับจะทะลุกระดูกอก ความตื่นเต้นเร้าใจ ความปรารถนาอันแรงกล้า และความกลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่ไม่เคยเป็นของเขาตั้งแต่แรกตีรวนกันมั่วสุม เขารีบผลักประตูรถลงไปเผชิญหน้ากับอดีตภรรยาที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด
กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยแตะจมูก ปะปนกับกลิ่นกายหอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ รินรดาหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่ก้าวเดียว เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนหวานเหมือนเก่า แต่กลับแฝงด้วยพิษสงที่พร้อมจะแผดเผาเขาให้มอดไหม้
"บังเอิญจังเลยนะคะ... คุณคิรากร" น้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบเอ่ยขึ้นอย่างลื่นไหล ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "หรือว่า... แอบสะกดรอยตามฉันกับลูกอยู่กันแน่คะ?"
คิรากรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนต่ำลงไปมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังรินรดา... เด็กชายที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกันราวกับส่องกระจก!
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งความเจ็บปวดและการเอาคืนอันหอมหวานนี้ด้วยกันนะคะ
พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า•ตอนที่ 8
สายตาที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!