“ฉันไม่สนว่าข้อเสนอของทางนั้นจะหอมหวานแค่ไหน แต่ถ้าโปรเจกต์นี้ไม่มีลายเซ็นอนุมัติจากฉัน ทุกอย่างก็เป็นเพียงแค่กระดาษเปล่าไร้ค่าค่ะคุณวิชัย”
น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางห้องประชุมโทนสีเข้มหรูหรา รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มขับเน้นสัดส่วนอรชรให้ดูสง่างามและทรงอำนาจ ปลายผมดัดลอนยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีต แววตาคู่คมกริบกวาดตามองเหล่าผู้บริหารชายที่นั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยความมั่นอกมั่นใจ เธอไม่ใช่ ‘รินรดา’ คนเดิมที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากใครอีกแล้ว หลายปีที่ผ่านมาในโลกธุรกิจเคี่ยวกรำให้เธอกลายเป็นกุหลาบหนามคม ผู้หญิงที่ก้าวขึ้นมาเป็นประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทเอเจนซี่โฆษณายักษ์ใหญ่ด้วยสมองและสองมือ
เสียงเปิดประตูห้องประชุมดังขึ้นอย่างกะทันหัน ขัดจังหวะการนำเสนอแผนงานที่กำลังดำเนินไปอย่างตึงเครียด รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ เธอเกลียดที่สุดคือความไร้ระเบียบวินัยในเวลาทำงาน แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากตำหนิ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเนื้อดีก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลุ่มผู้บริหารฝ่ายพันธมิตรทางธุรกิจ
กลิ่นอายความคุ้นเคยบางอย่าง… กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์โปรดที่เคยคลอเคลียอยู่ข้างกายในค่ำคืนอันยาวนาน รินรดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ลมหายใจสะดุดกึกราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอไว้
และเมื่อเจ้าของร่างสูงนั้นเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความตะลึงงันที่ยากจะควบคุม
คิรากร… อดีตสามีผู้เย็นชาและไม่เคยชายตานองหน้าเธอด้วยซ้ำในวันที่หย่าร้าง ยืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้วในเวลานี้
“ขอแนะนำให้รู้จักครับคุณรินรดา นี่คือคุณคิรากร ประธานกรรมการบริหารจากเครือคิวเอ็นเตอร์ไพรส์ พาร์ทเนอร์รายใหญ่ที่สุดที่เราเพิ่งเซ็นสัญญาร่วมทุนกันในโปรเจกต์ระดับพันล้านนี้ครับ” เสียงของเลขาหนุ่มกล่าวแนะนำด้วยความกระตือรือร้น โดยไม่ล่วงรู้เลยสักนิดว่า บรรยากาศรอบตัวกำลังระอุขึ้นด้วยคลื่นความร้อนระอุแห่งอดีตที่ถูกขุดคุ้ย
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกำมือแน่นภายใต้โต๊ะประชุมจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับระบายออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นรอยยิ้มทางธุรกิจที่เยือกเย็น สวยงาม และไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น ผิดกับคิรากรที่จ้องมองเธอนิ่งราวกับคนสูญเสียวิญญาณ
“ยินดีที่ได้ร่วมงานค่ะคุณคิรากร หวังว่าทางบริษัทของคุณจะมืออาชีพพอที่จะไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงานนะคะ” รินรดาเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายก่อน น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และทรงพลัง จนคนฟังอย่างคิรากรถึงกับนิ่งงันไป
ดวงตาคมของคิรากรไล่สำรวจเรือนร่างอรชรที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน รินรดาในวันนี้ไม่ได้ดูบอบบางน่ารังแกเหมือนในอดีต รัศมีแห่งความมั่นใจและอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับยิ่งดึงดูดใจเขาอย่างประหลาด หัวใจที่เคยด้านชาและตายด้านของเขาเหมือนถูกกระชากให้กลับมาเต้นระรัวอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกโหยหาที่พยายามกดทับไว้แรมปีปะทุขึ้นจนยากจะควบคุม สายตาที่เขามองเธอมันเต็มไปด้วยความเร่าร้อน หิวกระหาย และเต็มไปด้วยคำว่า ‘อยากครอบครอง’ อีกครั้ง
“ผมเชื่อมั่นว่า... การร่วมงานครั้งนี้ จะต้องมีเรื่องให้เรา ‘เซอร์ไพรส์’ กันอีกเยอะครับ คุณรินรดา” คิรากรเน้นเสียงทีละคำ ดวงตาคมก్రిบจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำอย่างจงใจ ความหมายแฝงในคำพูดนั้นทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง แต่นั่นไม่อาจสั่นคลอนเกราะกำบังอันแข็งแกร่งที่เธอสร้างขึ้นมาได้
การประชุมดำเนินต่อไปด้วยบรรยากาศที่แปลกประหลาด ทุกสายตาของผู้ร่วมประชุมจับจ้องมาที่การปะทะคารมกันด้วยสายตาที่เฉียบคมระหว่างคนทั้งสอง คิรากรแทบไม่ได้สนใจตัวเลขในโปรเจกต์เลยด้วยซ้ำ สายตาของเขาเอาแต่มองรวดลายการเคลื่อนไหว ท่าทางการพลิกเอกสาร และเสียงพูดอันราบเรียบแต่ทรงเสน่ห์ของอดีตภรรยา ความทรงจำเก่าๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว สมองของเขาฉายภาพเรือนร่างนุ่มนวลภายใต้ชุดนอนในอดีต และยิ่งเปรียบเทียบกับภาพหญิงสาวผู้ทรงอำนาจในตอนนี้ ความปรารถนาอันดิบเถื่อนก็ยิ่งพุ่งพล่านจนแทบจะทนไม่ไหว
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง ทุกคนทยอยเดินออกจากห้องทีละคน จนกระทั่งเหลือเพียงแค่เขากับเธอสองคนในห้องประชุมที่เงียบสงัด
รินรดาเก็บแฟ้มเอกสารเข้ากระเป๋าด้วยท่าทีสุขุม เธอตั้งใจจะเดินเลี่ยงผ่านเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ แต่ทว่า…
พรึบ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าไว้ด้วยอุ้งมืออุ่นจัด แรงดึงเพียงเล็กน้อยทำให้ร่างของเธอเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอันคุ้นเคย กลิ่นกายบุรุษผสมกับน้ำหอมราคาแพงโชยเข้าจมูกจนรินรดารู้สึกใจกระตุกวูบ
“ปล่อยค่ะคุณคิรากร! นี่มันที่ทำงาน!” รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองด้วยความโกรธกรุ่น พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงของเธอนั้นน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง
“ทำไมล่ะริน... กลัวเหรอ หรือว่ากลัวว่าความรู้สึกเก่าๆ มันจะย้อนกลับมาทำร้ายเธอกันแน่” คิรากรโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ เขากักขังเธอไว้ระหว่างโต๊ะประชุมกับร่างกายของเขา วงแขนแข็งแรงโอบรัดเอวคืบไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
“ปล่อยฉัน! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉันแล้ว เราหย่ากันแล้วค่ะ!” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความท้าทาย
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ทั้งโกรธทั้งเกลียดเขาอย่างไม่วางตา ยิ่งเธอพยายามดิ้นรน เขาก็ยิ่งอยากบดขยี้ความพยศนั้นให้แหลกคราบด้วยริมฝีปากของเขาเอง “หย่าแล้วยังไงล่ะริน... ในเมื่อทะเบียนสมบูรณ์แบบแค่ไหน ฉันก็ฉีกมันทิ้งได้ แต่ร่างกายและหัวใจของเธอ... ตั้งแต่อดีต จนถึงตอนนี้ มันก็ยังเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น”
พูดจบ คิรากรก็ไม่รอให้เธอได้อ้าปากเถียง เขาก้มลงประกบเรียวปากลงบนกลีบปากอิ่มทันทีโดยไม่ทันตั้งตัว!
สัมผัสร้อนแรงที่โหยหามาเนิ่นนานถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นพายุ รินรดารู้สึกตื่นตระหนกในทีแรก เธอพยายามทุบอกแกร่งและเม้มปากแน่นเพื่อปฏิเสธการจู่โจม แต่วิธีการของคิรากรชำนาญและเรียกร้องเกินกว่าจะต้านทาน มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปล็อกท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับองศาจูบ ส่วนอีกข้างบีบกระชับเอวบางให้แนบชิดติดกับกายหนา ความนุ่มนวลที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อน ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี
รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและลงทัณฑ์ทำให้สมองของรินรดาขาวโพลนชั่วขณะ กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณลึกๆ ในกายให้ตื่นขึ้นอย่างน่าละอาย แม้เธอจะพยายามเกลียดเขาแค่ไหน แต่ร่างกายทรยศนี้กลับตอบสนองสัมผัสของเขาโดยอัตโนมัติ ริมฝีปากที่เคยแข็งขืนค่อยๆ เผยอรับความหอมหวานที่เขามอบให้อย่างไม่รู้ตัว เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังคลอเคลียอยู่ในความเงียบของห้องประชุม
ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปไกลกว่านั้น รินรดาก็รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายกัดริมฝีปากของเขาเต็มแรง!
รสคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งในโพรงปาก คิรากรผละออกเล็กน้อยด้วยความตกใจ ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวที่กำลังหอบหายใจจนอกกระเพื่อม แววตาของเธอในตอนนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนนแม้แต่น้อย
“จำใส่สมองของคุณไว้ด้วยนะคะคิรากร… ผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำเมื่ออดีต ได้ตายไปจากโลกนี้แล้ว!” รินรดายกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองแรงๆ สายตาที่เธอมองเขามันช่างเย็นชาและเหินห่าง ราวกับเขาลดค่าเป็นเพียงฝุ่นผง
เธอกระชับสูตรของตัวเองให้เข้าที่ หมุนตัวเดินเลี่ยงออกไปจากห้องประชุมทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้คิรากรยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง รสสัมผัสหวานล้ำยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปาก แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือแววตาอันเด็ดเดี่ยวของอดีตภรรยา
คิรากรยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากที่มีรอยเลือดซึมเล็กน้อย มุมปากหนากระตุกยิ้มขึ้นอย่างท้าทาย ยิ่งเธอพายุส์และพยศมากเท่าไหร่ เกมการล่าครั้งนี้ก็ยิ่งน่าสนุกและเร้าใจมากขึ้นเท่านั้น
ทว่า... ในขณะที่คิรากรกำลังยิ้มรับกับความท้าทายนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาที่ลืมวางทิ้งไว้ ก็สั่นเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบเผยให้เห็นภาพถ่ายของเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตคู่นั้นถอดแบบมาจากคิรากรอย่างไร้ที่ติ และข้อความแชทล่าสุดที่แสดงขึ้นมาบนหน้าจอก็ทำให้หัวใจของประธานหนุ่มหยุดเต้นไปชั่วขณะ—
*“คุณแม่คะ... น้องลีโอเลิกเรียนแล้ว คุณแม่มารับน้องลีโอหรือยังครับ?”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับเกมรักเกมแค้นครั้งนี้นะคะ
---
*(โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้)*
พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า•ตอนที่ 7
เจอกันอีกครั้งโดยบังเอิญ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!