ความเงียบงันภายในเพนต์เฮوسต์หรูหราใจกลางเมืองยามวิกาล ไม่เคยน่ารำคาญใจเท่าคืนนี้มาก่อนเลยค่ะ
คิรากรขว้างปากกาลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดังสนั่น ความเงียบที่เคยเป็นเพื่อนสนิทมาหลายปี บัดนี้กลับกลายเป็นความอ้างว้างที่กัดกินสมาธิของเขาจนยับเยิน ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองอย่างแรงเพื่อขับไล่ความปวดตุบๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องทำงานที่กว้างขวาง แต่กลับรู้สึกว่ามันแคบลงจนหายใจไม่ออก
ไม่ใช่เพราะงานเอกสารกองโตตรงหน้า แต่เป็นเพราะความว่างเปล่าที่น่าหงุดหงิดรอบตัวต่างหาก
ทุกค่ำคืนที่ผ่านมา... ต่อให้เขากลับดึกดื่นแค่ไหน แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงหรือมุมห้องครัวก็มักจะมีร่องรอยของใครบางคนหลงเหลือไว้เสมอ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาคาโมมายล์บนโต๊ะ หรือแม้แต่เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่คอยเดินเข้ามาหยิบสูทออกจากแขนของเขาด้วยความนุ่มนวล—รินรดาไม่เคยปล่อยให้เขากลับมาเจอห้องที่ไร้ชีวิตชีวามา--ก่อน
ทว่านับตั้งแต่คืนวันที่เขาประกาศกร้าวด้วยความเย่อหยิ่งว่าจะไม่มีวันปล่อยเธอไป... บ้านหลังนี้ก็กลายเป็นสุสานไร้ลมหายใจ
"บ้าเอ๊ย..."
คิรากรสบสถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อเขาเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะแล้วพบว่ามันว่างเปล่า ปกติแล้วจะมีแก้วน้ำอุ่นวางไว้ให้พอดีมือเสมอโดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยปากขอด้วยซ้ำ แต่วันนี้... ไม่มีใครคอยปรนนิบัติ ไม่มีแม้แต่เงาของหญิงสาวผู้เคยเป็นเจ้าของหัวใจที่เขาเคยเหยียบย่ำอย่างไร้ค่า
ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาจนเขากลัดกระดุมเสื้อเชيرตัวบนออกอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงผุดลุกขึ้นเดินวนไปทั่วห้องด้วยความกระวนกระวายใจแปลกประหลาด อาการแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับคิรากร ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยสนใจสิ่งใดนอกจากผลกำไรทางธุรกิจ แต่วันนี้... เพียงแค่ไม่มีเสียงถอนหายใจแผ่วเบา ไม่มีสายตาที่เคยทอดมองเขาด้วยความรักและความภักดี เขาก กลับรู้สึกเหมือนคนขาดอากาศหายใจอย่างช้าๆ
ภาพรอยยิ้มเยือกเย็นและแววตาท้าทายของรินรดาในวันที่เธอกล้าเดินหันหลังให้เขา ผุดขึ้นมาหลอนประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอกล้าดียังไงถึงกล้าเมินเฉยต่ออำนาจและอิทธิพลของเขา? เธอกล้าดียังไงถึงทำราวกับว่าเขาเป็นแค่เศษฝุ่นข้างทาง ทั้งที่ในอดีต... ผู้หญิงคนนั้นแทบจะกราบกรานขอเศษเสี้ยวความสนใจจากเขาด้วยซ้ำ!
ยิ่งคิด อีโก้ที่ค้ำคออยู่ก็ยิ่งพองโตพร้อมๆ กับความร้อนรุ่มที่ตีรวนขึ้นมาในอก ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมากดโทรหาเลขาส่วนตัวทันทีด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและเฉียบขาดกว่าทุกวัน
"ตรวจสอบที่อยู่ของรินรดา เดี๋ยวนี้!"
เขาสั่งการเสียงห้วนโดยไม่เปิดโอกาสให้ปลายสายได้ซักถาม เพราะในวินาทีนี้ สัญชาตญาณดิบเถื่อนภายในตัวกำลังกรีดร้องว่า เขาต้องไปลากตัวผู้หญิงคนนั้นกลับมาไว้ในกรงทองของเขาให้เร็วที่สุด ก่อนที่เขาจะบ้าตายคาความเงียบงันพวกนี้เสียก่อน
ในขณะเดียวกัน ที่คอนโดมิเนียมหรูอีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและนุ่มนวล ตรงกันข้ามกับความเร่าร้อนกระวนกระวายใจของอดีตสามีโดยสิ้นเชิง
รินรดากำลังนั่งอยู่บนพรมปูพื้นเนื้อนุ่ม ดวงตากลมโตมองดูเด็กชายตัวน้อยวัยกำลังน่ารักกำลังง่วนอยู่กับการต่อตัวต่อเลโก้ ดวงตาสมส่วนและจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากบิดาบังเกิดเกล้าไม่มีผิดเพี้ยน ทำให้เผลอยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูระคนปวดใจ
"คุณแม่ครับ... อันนี้ ตรงนี้ต้องใส่ตรงนี้ใช่ไหมครับ"
เสียงใสแจ๋วเอ่ยถามพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงתาสีเข้มประกายระยิบระยับ รอยยิ้มของเด็กน้อยลีโอทำให้หัวใจที่เคยด้านชาและแตกสลายของรินรดากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้ ลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยของลูกชายเบาๆ ด้วยความรักทั้งหมดที่มีในหัวใจ
"เก่งมากค่ะคนดีของแม่... ใส่ตรงนั้นแหละค่ะ ลูกชายของแม่เก่งที่สุดเลย"
รินรดาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทว่าลึกๆ ในแววตากลับฉายประกายความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงขึ้นมา เธอกอดร่างเล็กของลูกชายเข้าสู่อ้อมอกแน่น สูดดลมหายใจเข้าลึกเพื่อซึมซับความอบอุ่นนี้ไว้เป็นเกราะคุ้มกันภัย ต่อให้คิรากรจะตามหาเธอเจอ หรือใช้อำนาจมืดบีบบังคับสักแค่ไหน เธอก็จะไม่ยอมหวนกลับไปเป็นผู้หญิงที่อ่อนแอให้เขาเหยียบย่ำเล่นสนุกอีกเป็นอันขาด ประตูแห่งความเมตตา... ได้ปิดตายลงไปตั้งแต่วันที่เธออุ้มท้องเดินออกมาจากนรกขุมนั้นแล้ว
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นกะทันหัน ท่ามกลางความเงียบยามดึกสงัด ทำให้รินรดาชะงักกึก ร่างเพรียวผุดลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความระแวง สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวร้องระรัว มือเรียวบางเอื้อมไปโอบกอดลูกชายไว้แนบอก ร่างน้อยสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ
"แม่ครับ... ใครมาดึกดึกแบบนี้เหรอครับ" ลีโอถามเสียงเบา เอียงคอมองประตูด้วยความสงสัยไร้เดียงสา
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา ก็ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงฉับพลัน...
"เปิดประตู, รินรดา... ฉันรู้ว่าเธออยู่ข้างใน และถ้าเธอไม่ยอมเปิดมันดีๆ ล่ะก็... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
น้ำเสียงที่กดต่ำอย่างทรงอำนาจและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์อันดุดัน ทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกึก คิรากรมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร รวดเร็วกว่าที่เธอคาดคิดไว้เสียอีก!
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่โอบกอดลูกชายสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดหวั่นผสมปนเปกัน แต่ในขณะเดียวกัน แววตาคู่สวยก็ทอประกายความแข็งกร้าวขึ้นมาทันที เกมการไล่ล่าระหว่างเธอกับเขา... ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วนะคะ
เข็มฉายานิศขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในเกมแห่งความรักและความแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า•ตอนที่ 6
อาการข้างเคียงของคนไม่รู้ตัว
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!