แก้วไวน์ทรงสูงในมือบางถูกหมุนวนช้าๆ ของเหลวสีทับทิมสะท้อนแสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลในห้องอาหารสุดหรูบนชั้นดาดฟ้า รินรดายกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก รอยยิ้มที่เยือกเย็นและทรงพลังพอจะแผดเผาหัวใจของผู้ชายบางคนให้เป็นจุลได้ในพริบตา สายตาคมกราบมองภาพเงาสะท้อนของอดีตสามีผ่านกระจกใสบานใหญ่ ที่กำลังยืนกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนอยู่ไม่ไกล
"รินคิดถูกจริงๆ ค่ะที่รับคำชวนของธีร์" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่จงใจให้ดังพอดีกับโสตประสาทของชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งฝั่งตรงข้าม ธีรภัทร หรือ 'ธีร์' นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้กุมหัวใจสาวๆ ค่อนเมือง ส่งยิ้มอบอุ่นให้เธอพร้อมกับเอื้อมมือมาเช็ดคราบไวน์ที่มุมปากให้อย่างแผ่วเบา
"ถ้าทำให้รินยิ้มได้ ธีร์ยินดีทำทุกอย่างอยู่แล้วครับ... ว่าแต่ ตั้งแต่เราเดินเข้ามา สายตาของโต๊ะวีไอพีฝั่งโน้น เหมือนอยากจะลุกมากลืนกินผมเข้าไปทั้งตัวเลยนะครับ" ธีรภัทรหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ขณะเหลือบมองไปยังชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปที่ยืนจ้องเขม็งราวกับเสือหิว
รินรดาไม่จำเป็นต้องหันไปมองเธอก็รู้ว่าเป็นใคร คิรากร... ผู้ชายที่เคยคิดว่าเธอเป็นเพียงดอกไม้ริมทางที่ไม่มีค่า ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ในวันนี้... วินาทีที่เธอก้าวข้ามผ่านหยาดน้ำตามาได้ กลายเป็นเขาเสียเองที่กำลังดิ้นรนอยู่ในขุมนรกแห่งความหึงหวง
"ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ คนบางคนเพิ่งจะเรียนรู้ว่า ของที่เคยคิดว่าไร้ค่า... แท้จริงแล้วคือเพชรเม็ดงามที่ไม่มีวันหาซื้อได้อีก" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียաբเรื่อย ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดอาบน้ำผึ้ง
ทางด้านคิรากร หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหึงหวงจนแทบคลั่ง ภาพที่มือของไอ้หน้าอ่อนนั่นสัมผัสลงบนริมฝีปากของภรรยาเก่า—ไม่สิ... ผู้หญิงที่เขาไม่มีวันยอมปล่อยมือ—มันกรีดลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อหัวใจของเขา ความอีโก้สูงส่งที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อตระหนักว่า รินรดาในวันนี้ไม่ได้รอคอยเขาอีกต่อไปแล้ว เธองดงาม เย้ายวน และพร้อมจะตกเป็นของชายอื่น!
ก้าวเท้าอันหนักหน่วงเดินตรงดิ่งเข้าไปยังโต๊ะเป้าหมายทันทีโดยไม่สนสายตาใคร คิรากรพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยฤทธิ์แห่งความหึงหวงที่กัดกิน
"รินรดา!" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันเอ่ยเรียกชื่อภรรยาเก่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริก
รินรดาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัว หรือแม้แต่ความอาลัยอาวรณ์เหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าเยือกเย็นที่ทิ่มแทงใจคิรากรจนเจ็บแปลบ
"อ้าว... คุณคิรากร มีธุระอะไรกับโต๊ะของเราหรือเปล่าคะ?" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเขาก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่ง
"ลุกขึ้น กลับบ้านกับฉันเดี๋ยวนี้!" คิรากรสั่งเสียงกร้าว มือหนาพยายามจะเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็ก แต่ธีรภัทรไวกว่า ลุกขึ้นยืนบังหน้าอดีตสามีผู้เกรี้ยวกราดไว้ทันที
"ใจเย็นๆ ครับคุณคิรากร ดูเหมือนคุณจะลืมไปนะครับว่า คุณกับคุณรินรดา... เราหย่าขาดจากกันตามกฎหมายแล้ว" ธีรภัทรแย้มยิ้มกวนประสาท
"เสือกอะไรด้วยวะ!" คิรากรคำรามลั่น หลุดมาดประธานหนุ่มผู้สุขุมนือกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านรอบตัวจนแขกโต๊ะอื่นต้องหันมามอง "นี่ภรรยาเก่าฉัน ฉันจะคุยกับเมียฉัน มันเรื่องของฉัน!"
"อดีตภรรยาค่ะ กรุณาใช้คำให้ถูกด้วย" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "และกรุณาให้เกียรติแขกของฉันด้วยค่ะคุณคิรากร ถ้าคุณไม่มีมารยาทพอจะนั่งทานอาหารเงียบๆ เชิญออกไปจากตรงนี้เถอะค่ะ รินหมดธุระจะคุยกับคุณแล้ว"
พูดจบ รินรดาก็หันไปส่งยิ้มหวานให้ธีรภัทร "ธีร์คะ เราไปที่อื่นกันเถอะค่ะ ที่นี่อากาศไม่ค่อยดีเลย เหมือนจะมีหมาบ้าหลุดเข้ามา"
ประโยคเชือดเฉือนนั้นทำให้คิรากรหน้าชาดิก ความอดทนที่เหลืออยู่วิ่งเข้าขีดจำกัด แรงหึงหวงและความคลั่งไคล้ผสมปนเปจนเขาขาดสติ ในเมื่อพูดกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง เขาก็ไม่จำเป็นต้องรักษาเกียรติอะไรอีกต่อไป!
พรึบ!
คิรากรคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล ดึงรั้งเธอกระชากเข้ามาแนบกายจนรินรดาล้มเซปะทะแผงอกกว้าง "ปล่อยนะ!" รินรดาอุทานออกมาอย่างตกใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำรุ่มร่ามกลางที่สาธารณะขนาดนี้
"ไม่ปล่อย! เธอเป็นของฉันรินรดา ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่ปลายนิ้ว!" คิรากรคำรามชิดริมฝีปาก กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพวยพุ่งออกมาจากตัวเขาอย่างรุนแรง
ธีรภัทรทำท่าจะเข้ามาช่วย แต่รินรดากลับยกมือห้ามไว้ แววตาที่เคยเย็นชากลับเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับด้วยความท้าทาย เธอยอมให้เขากระชากลากถูเธอออกจากห้องอาหารหรู ท่ามกลางสายตาผู้คนนับสิบที่มองตามด้วยความสนใจ
ร่างบางถูกผลักเข้าไปในมุมอับของระเบียงทางเดินด้านนอกที่เงียบสงบ ลมยามค่ำคืนพัดปะทะผิวกาย แต่ความร้อนระอุจากร่างกายของคิรากรกลับแผดเผาจนแทบละลาย แรงกดดันจากอดีตสามีที่ตรึงเธอไว้กับผนังกำแพงทำให้พื้นที่หายใจแทบไม่เหลือ
"คุณบ้าไปแล้วหรือไงคิรากร!" รินรดาตวาดแว้ด ดวงตาคมจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง ลมหายใจหอบกระชั้นเพราะความโกรธ "ปล่อยฉันนะ ไม่งั้นฉันจะ..."
"จะทำไม? จะแจ้งตำรวจจับสามีเก่าที่อยากได้เมียคืนอย่างงั้นเหรอ?" คิรากรก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนรินรดาขนลุกซู่ กลิ่นกายผสมน้ำหอมราคาแพงและแอลกอฮอล์เจือจางทำให้เขายิ่งดูอันตรายและเร่าร้อนเป็นทวีคูณ
"คุณมันทุเรศ..."
"ใช่! ฉันมันทุเรศ ฉันมันเลวในสายตาเธอมาตลอด แล้วเธอล่ะรินรดา... กล้าดียังไงไปอ่อยไอ้หน้าอ่อนนั่น กล้าดียังไงไปยิ้มให้มันแบบนั้น!" คิรากรระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างเหลืออด มือหนาเลื่อนขึ้นบีบปลายคางมนให้เงยขึ้นรับจูบดุดันที่พุ่งเข้าประชิด
ไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน... แต่มันคือจูบแห่งการลงทัณฑ์ จูบที่เต็มไปด้วยความหึงหวง ความโหยหา และความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกักเก็บไว้แรมปี ริมฝีปากหนาบดขยี้เรียวปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รินรดาดิ้นรนขัดขืน ทุบอกกว้างปานกลองแต่แรงของเธอกลับสู้อะไรเขาไม่ได้เลย รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและเจ็บปวดลึกซึ้งทำให้สมองของเธอมึนงงไปชั่วขณะ
ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้ากวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเลื่อนลงมาโอบกะเก็งเอวบางให้แนบชิดติดกับกายแกร่งอย่างไร้ช่องว่าง สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าไฟสวาทที่เคยดับมอดให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง รินรดาพยายามฝืนใจแข็ง แต่ร่างกายทรยศกลับตอบสนองต่อสัมผัสอันคุ้นชินอย่างน่าละอาย ลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง เสียงหอบครางระคนความขัดขืนดังคลอไปกับเสียงลมราตรี
เนิ่นนานกว่าคิรากรจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ หน้าอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบ ดวงตาคมกริมมองริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำของภรรยาเก่าด้วยความหลงใหลระคนสำนึกผิด
"จำไว้... ว่าเธอก็ยังเป็นของฉัน รินรดา" เขาเสียงพร่ากระซิบชิดริมฝีปากเธอ
รินรดาหอบหายใจจนตัวโยก ดวงตาคมกริบจ้องตอบเขาด้วยความเคียดแค้นผสมความวาบหวามที่ยังหลงเหลือ เธอยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองแรงๆ ก่อนจะแสะยิ้มหยันออกมา
"คุณคิดว่าจูบนี้จะทำให้ฉันใจอ่อนงั้นเหรอคะคิรากร? ฝันไปเถอะค่ะ... ผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณ ต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่ ฉันก็ไม่มีวัน... อ๊ะ!"
รah ยังไม่ทันขาดคำ ประตูห้องพักส่วนตัวถัดจากระเบียงก็เปิดผางออกมา พร้อมกับเสียงเด็กชายวัยสามขวบที่วิ่งออกมาเรียกหาแม่ด้วยน้ำเสียงสดใส
"คุณแม่ครับ! น้องลีโอง่วงนอนแล้ว ทำไมคุณแม่ไปเข้าห้องน้ำนานจังเลยครับ?"
ร่างเล็กในชุดนอนลายการ์ตูนวิ่งดุ๊กดิ๊กออกมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับดวงตากลมโตสุกใสที่ถอดแบบมาจากคิรากรราวกับพิมพ์เดียวกัน... และทันทีที่เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นสบตากับคิรากร บรรยากาศรอบตัวก็ราวกับหยุดนิ่งลงในทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและอินไปกับความดราม่าสะใจในตอนนี้ด้วยนะคะ!
พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า•ตอนที่ 13
พายุแห่งความหึงหวง
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!