เสียงหอบหายใจหนักหน่วงผสมผสานกับเสียงกวาดต้อนสิ่งของบนโต๊ะทำงานให้ร่วงหล่นลงพื้นดังสนั่น รินรดาถูกดันแผ่นหลังบอบบางเข้ากับบานกระจกใสบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรูที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้า เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืน แต่สิ่งที่ร้อนระอุและแผดเผาเธอยิ่งกว่าไฟนรกกลับไม่ใช่แสงสีเหล่านั้น หากแต่เป็นแววตาดุดั่งสัตว์ป่ากระหายเหยื่อของชายหนุ่มตรงหน้า... คีริน
"ปล่อยฉันนะ คิน! คุณเป็นบ้าอะไรถึงทำแบบนี้!"
มือเรียวพยายามออกแรงผลักไหล่กว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำยับยู่ยี่ แต่ทว่าแรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของเสือร้าย คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมก్రిบสีนิลกาฬวาวโรจน์ด้วยความคลุ้มคลั่งและแรงหึงหวงที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ ภาพเหตุการณ์ที่ภาคินคู่อริตัวฉกาจแตะต้องข้อมือเธอในงานเลี้ยงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ยังคงกรีดแทะประสาทการรับรู้ของเขาจนแทบคลั่ง
"บ้าเหรอ? ใช่... ผมมันบ้าตั้งแต่ที่คุณไปยืนให้มันแตะต้องตัวแล้ว รินรดา" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างน่ากลัว ฝ่ามือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดายราวกับคีมเหล็ก ร่างกายสอบขยับเข้ามาเบียดชิดจนไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน
ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดกลัว และแรงดึงดูดอันตรายหลอมรวมกันจนเกิดเป็นบรรยากาศที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความดื้อรั้นในแววตาสีน้ำตาลเข้มทำให้คีรินยิ่งนึกอยากจะบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอให้แหลกคามือ สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านลากไล้จากคางมนลงมาที่ลำคอระหง ผิวเนื้อของหญิงสาวสะท้านเยือกด้วยความหวาดหวั่น แต่เธอกลับเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
"ต่อให้คุณขังฉันไว้... หรือทำลายฉันให้ตายคามือ ศักดิ์ศรีของฉันก็ไม่มีวันก้มหัวให้มาเฟียจอมเผด็จการอย่างคุณหรอก!"
"งั้นเหรอ..." คีรินกระิบชิดริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียน "งั้นก็ลองดูว่าศักดิ์ศรีของคุณ จะทนทานต่อรอยตีตราของผมได้สักแค่ไหน"
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี กลีบปากบางถูกขบเม้ม บดขยี้ และดูดซึมความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืนสุดกำลัง แต่เรียวลิ้นร้อนที่รุกรานเข้ามาอย่างดุดดันและเชี่ยวชาญกลับทำให้สติสัมปชัญญะของเธอล่องลอย รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อนและเรียกร้องทำลายล้อมกำแพงความแข็งแกร่งของเธอกระจุยกระจาย ความวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วสันหลังจนขาเรียวแทบทรุด
คีรินผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ทว่าเขากลับซุกไซ้ใบหน้าคมสันลงมาที่ซอกคอขาวผ่อง ลมหายใจร้อนผ่าวที่รดรินอยู่บนผิวเนื้อทำให้รินรดาสะท้านเฮือก เธอสัมผัสได้ถึงความตั้งใจบางอย่างที่เด่นชัดขึ้นผ่านริมฝีปากและฟันคมที่ขบเม้มลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มบริเวณไหปลาร้า
"อ๊ะ!... เจ็บ... คิน!"
ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง คีรินจงใจฝังรอยเขี้ยวและรอยจูบเน้นย้ำลงบนจุดเดิมซ้ำๆ แรงกดอัดที่หนักหน่วงและครอบครองทำให้รินรดารู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังจะหลุดออกจากร่าง กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา น้ำเสียงทุ้มพร่า และสัมผัสอันร้อนแรงหลอมรวมกันเป็นพันนาการที่พันธนาการเธอไว้ในกรงขังแห่งเสน่หา
มือหนาเลิกชายเสื้อไหมพรมเนื้อนุ่มของเธอขึ้นอย่างถือวิสาสะ ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามผิวเนียนละเอียดในช่วงเอวคอดกิ่ว ทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือกด้วยความเสียวซ่านที่ตีรวนขึ้นมาในอก เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวดังขึ้นเบาๆ เมื่อเขายิ่งเพิ่มน้ำหนักมือและบดเบียดร่างกายเข้าหาเธออย่างแนบแน่นยิ่งขึ้น ความเป็นชายที่แข็งแกร่งและร้อนระอุผ่านเนื้อผ้าสร้างความตื่นตระหนกให้กับเธอ แต่ในขณะเดียวกัน ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายเธอกลับทรยศต่อความตั้งใจ เมื่อสะโพกมนเผลอแอ่นรับสัมผัสอันทรงพลังนั้นโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาคมกริบของคีรินเงยขึ้นสบตากับเธอในระยะประชิด แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความคลั่งไคล้ ลุ่มหลง และความกระหายที่จะประกาศความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบ
ปลายนิ้วเรียวของเขาแตะลงบนรอยสีแดงเข้มที่ประทับอยู่บนผิวเนื้อเนียนบริเวณเนินอกและไหปลาร้า รอยแผลเป็นทางใจและทางกายที่เขาจงใจฝากไว้ เพื่อให้ไม่ว่าชายหน้าไหนก็ตามที่ได้มองเห็นรอดผ่านเสื้อผ้า จะต้องรู้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้มีเจ้าของและเป็น "ของหวง" ที่ห้ามใครแตะต้องเด็ดขาด
"จำเอาไว้... ว่าร่างกายนี้ จิตวิญญาณนี้ และลมหายใจของคุณ เป็นของคีรินคนนี้คนเดียวเท่านั้น รินรดา"
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนที่ไล้เลียซับรอยแผลที่เขาเพิ่งสร้างขึ้น ทำให้รินรดารู้สึกราวกับถูกสะกดจิต สมองของเธอขาวโพลน หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความดื้อรั้นทั้งหมดมลายหายสิ้น เหลือเพียงความร้อนรุ่มจากสัมผัสของเขาที่แผดเผาจนเธอแทบหลอมละลายคาอกแกร่ง
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังลุ่มลึกและดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยระบบรักษาความปลอดภัยของเพนต์เฮาส์ก็ดัง "ตี๊ด... ตี๊ด..." แผדเสียงแหลมสูงทำลายความเงียบงันขึ้นอย่างกะทันหัน
คีรินชะงักกึก ดวงตาคมดุหรี่ลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาราวกับภูเขาไฟที่พร้อมระเบิด รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อหน้าจอแสดงผลระบบอินเตอร์คอมที่ผนังห้องโถงสว่างวาบขึ้น พร้อมกับภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดชั้นล่างที่ปรากฏร่างของชายกลุ่มหนึ่งกำลังก้าวออกจากลิฟต์ส่วนตัวอย่างอุกอาจ
ใบหน้าคมคายของ "ภาคิน" ปรากฏเด่นชัดอยู่บนจอ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมายังกล้อง ราวกับเขารู้ว่ากำลังถูกมองอยู่ และมาพร้อมกับการประกาศกร้าวผ่านระบบเสียงที่ดังทะลุเข้ามาในห้อง
"คีริน... ส่งผู้หญิงของแกมาให้ฉันซะดีๆ ก่อนที่ตึกนี้จะราบเป็นหน้ากลอง!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงเสน่หาอันอันตรายนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย•ตอนที่ 10
รอยประทับแห่งเจ้าของ
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!