เสียงล็อกกลอนประตูห้องทำงานนิรภัยชั้นใต้ดินดังขึ้น ราวกับเสียงกิโยตินที่ตัดขาดรินรดาออกจากโลกภายนอก
ความเงียบงันภายในห้องกว้างหรูหราสไตล์วินเทจที่มีกลิ่นอายของบุหรี่ราคาแพงและน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ของคีริน บีบเค้นหัวใจของหญิงสาวจนแทบหยุดเต้น ดวงตากลมโตสั่นระริก กวาดมองไปทั่วห้องที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อเสพความหรูหรา แต่เธอมาเพื่อหา ‘คำตอบ’ คำตอบที่คีรินซ่อนมันไว้ภายใต้รอยยิ้มเย็นชาและดวงตาดิบเถื่อนคู่นั้น
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เรียวขาภายใต้กระโปรงสั้นก้าวฉับไปยังโต๊ะทำงานไม้สักทองลิ้นชักที่ถูกล็อกหนาแน่นด้วยกุญแจรหัส มือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสแผงแป้นพิมพ์ดิจิทัล วันเกิดของเขา... ไม่ใช่ ปีที่บริษัทของพ่อเธอถูกเทคโอเวอร์... ก็ไม่ใช่
*ติ๊ด... เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นเบาๆ เมื่อรหัสผ่านผิดพลาดเป็นครั้งที่สาม*
หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เหงื่อกาฬผุดพรายตามไรผม ความกดดันรอบตัวหนักอึ้งราวกับมีภูเขามาทับอก แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่า ความลับเกี่ยวกับอดีตระหว่างคีรินกับครอบครัวของเธอกำลังถูกเก็บซ่อนไว้ในลิ้นชักนี้ เอกสารที่อาจเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เอกสารที่อาจพิสูจน์ได้ว่าผู้ชายคนที่กักขังเธอไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งเสน่หา แท้จริงแล้วคือผู้มีพระคุณหรือฆาตกรทางธุรกิจที่พรากทุกอย่างไปจากเธอ
"กำลังหาอะไรอยู่หรือครับ... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือก และทรงพลังดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง รินรดาผวาเฮือก สะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำแฟ้มเอกสารในมือร่วงหล่น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อร่างสูงใหญ่ของคีรินก้าวออกมาจากเงาสลัว แสงไฟสาดกระทบใบหน้าคมคายที่ไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบดั่งสัตว์ป่าจ้องมองมาที่เธอด้วยประกายไฟอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล
"ฉัน... ฉันแค่นหาของตก" เธอกลบเกลื่อนเสียงสั่น พยายามตั้งสติและเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาจะพาลจะอ่อนแรงลงเสียให้ได้
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยัน ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว ช้าๆ ทว่าทรงพลังจนเธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ตามสัญชาตญาณ ทว่าสัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้เสื้อเชิ้ตสีดำกลับทำให้เธอร้อนวูบวาบไปทั้งร่างอย่างน่าอัปยศ
"หาของตก... ในลิ้นชักนิรภัยส่วนตัวของผมเนี่ยนะ?" คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ปะทะเข้ากับซอกคอขาวผ่องของเธอจนรินรดาต้องหดคอหนี "ริน... เธอชักจะล้ำเส้นความอดทนของผมไปกันใหญ่แล้วนะ"
"คุณซ่อนอะไรไว้! เรื่องในอดีตระหว่างคุณกับพ่อฉันมันคืออะไรกันแน่คีริน!" เธอระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยความอึดอัดที่สะสมมานาน ดวงตาคู่สวยคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น "ทำไมคุณต้องเกลียดครอบครัวฉันนัก ทำไมต้องทำลายทุกอย่าง ทำไมถึงต้องเอาฉันมาขังไว้ที่นี่ด้วย!"
คำถามที่พรั่งพรูออกมาทำให้แววตาของคีรินไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดและดุดันยิ่งกว่าเดิม
มือหนาดั่งคีมเหล็กพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือหัว ร่างบางถูกดันถอยหลังจนแผ่นหลังแนบชิดกับบานประตูไม้หนา ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนไร้ช่องว่างทำให้สัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของกันและกัน แรงดึงดูดอันตรายที่ไร้ทางหลีกหนีพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสจนรินรดาสั่นสะท้าน
"อยากรู้มากนักใช่ไหม..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนกลีบปากนุ่มจนเธอต้องเม้มปากแน่น "อยากรู้ว่าผมเกลียดครอบครัวเธอ หรือว่าผม... คลั่งไคล้เธอกันแน่"
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งตัว ริมฝีปากหนาก็ทาบทับลงมาบดขยี้อย่างไร้ความปรานี รสจูบดุดัน เร่าร้อน และป่าเถื่อนราวกับต้องการลงทัณฑ์ รินรดาเบิกตากว้าง พยายามทุบตีแผงอกเขาและสะบัดหน้าหนี แต่คีรินกลับใช้มือข้างหนึ่งล็อกท้ายทอยเธอไว้บังคับให้รับรสจูบอันดุเดือดนั้นอย่างไร้ทางสู้ เรียวลิ้นร้อนล้ำลึกเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ บดเบียดและขบเม้มริมฝีปากเธอจนบวมเจ่อ รสชาติเค็มปร่าของหยาดน้ำตาที่ไหลรินผสมผสานไปกับรสจูบอันเร่าร้อน ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวมาเฟียหนุ่มให้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวาม ร่างกายของรินรดาอ่อนปวกเปียกต้านทานแรงปรารถนาของเขาไม่ไหว ความอบอุ่นจากมือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าปลุกเร้าไฟสวาทให้ลุกโชนขึ้นในความมืด ความยินยอมพร้อมใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความขัดแย้งทำให้เผลอแอ่นกายเข้าหาร่างหนาโดยไม่รู้ตัว
คีรินถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาคมกริบมองสำรวจเรือนร่างที่สั่นสะท้านและใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความพึงพอใจ มือหนายังคงโอบกอดเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไป
"ความลับในห้องนี้... มีไว้สำหรับคนของผมเท่านั้น" คีรินกระซิบเสียงพร่าชิดใบหูของเธอ ขบเม้มติ่งหูเบาๆ จนรินรดากรีดร้องครางในลำคอด้วยความเสียวซ่าน "และถ้าเธอยังดื้อดึงอยากจะรู้ความจริงนัก... ผมจะแสดงให้เธอเห็นเองว่า อดีตที่เธอกลัวนักหนามันเทียบไม่ได้เลยกับความเร่าร้อนที่เธอจะต้องชดใช้ให้ผมในคืนนี้"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดิ่งลึกลงสู่ห้วงเสน่หาอันตราย เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดของคฤหาสน์ก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นตัดผ่านความเงียบงัน
แสงไฟสีแดงกะพริบวาบไปทั่วห้องทำงานนิรภัย คีรินชะงักกึก สีหน้าเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในชั่วพริบตา มือหนาผละออกจากตัวรินรดาก่อนจะคว้าปืนพกสีดำสนิทออกจากเอวขึ้นมาปลดล็อกไกอย่างรวดเร็ว
"นายครับ! มีผู้บุกรุกฝ่าแนวป้องกันเข้ามาทางชั้นใต้ดินฝั่งตะวันออก... มันระเบิดประตูห้องควบคุมหลักแล้วครับ!" เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนผ่านเครื่องสื่อสารไร้สายด้วยความตื่นตระหนก
รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหลายคู่กำลังวิ่งตรงเข้ามาใกล้ห้องนี้อย่างรวดเร็ว และก่อนที่คีรินจะหันกลับมาคว้าตัวเธอหลบกระสุน ประตูไม้หนาบานใหญ่หน้าห้องก็ถูกแรงระเบิดมหาศาลซัดกระเด็นหลุดออกจากวงกบ ฝุ่นตลบอบอวลพร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย... ภาคิน!
"ไงล่ะ คีริน... ดูเหมือนว่าฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทของคุณกับของเล่นชิ้นโปรดเข้าซะแล้วสิ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงเสน่หาอันอันตรายนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย•ตอนที่ 9
ความลับในห้องนอน
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!